ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 43

คืนกำไรสู่สังคม

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"ท่านแม่ทัพ... นายใหญ่ของเราบอกว่า ต่อให้ท่านจะวางมือและมอบกิจการให้ลูกหลานสืบต่อสักกี่คน แต่ ‘หนี้เลือด’ ในอดีต... ไม่มีวันหมดอายุลงได้ง่ายๆ หรอกนะ" คำขู่คุกคามจากเงาอดีตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าจดหมายฉบับนั้นจะถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในเตาผิงไปแล้ว แต่ร่องรอยแห่งความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเฉินเว่ย ผู้ชายที่ผ่านสมรภูมิรบมาทั้งในอดีตชาติและสมรภูมิธุรกิจยุคเปลี่ยนผ่านอันเชี่ยวกรากของจีนในทศวรรษที่ 80 เฉินเว่ยไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อคำขู่นั้น ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างกระจกใสของสำนักงานใหญ่เครือธุรกิจเฉินกรุ๊ป ทอดสายตาไปยังผืนแผ่นดินบ้านเกิดที่ครั้งหนึ่งเคยแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความยากจนข้นแค้น บัดนี้ ที่ดินผืนใหญ่กำลังถูกปรับแต่งด้วยเครื่องจักรหนัก เสียงคำรามของรถแทรกเตอร์ดังสนั่นหวั่นไหว มันคือเสียงแห่งการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เสียงแห่งการทำลายล้างอย่างที่พวกมันปรารถนา "นายใหญ่ของพวกมันคงคิดว่า ข้าในชาตินี้เป็นเพียงพ่อค้าหน้าเงินที่สนใจแต่ตัวเลขในบัญชีสินะ" เฉินเว่ยพึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยдяอย่างเย็นชา เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่น หลินซู ภรรยาคู่ชีวิตที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลVร้ายมาด้วยกันก้าวเข้ามาในห้อง ในมือของเธอยกถาดชาเซรามิกเนื้อดีเข้ามาวางไว้บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง สายตาของเธอมีความกังวลซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ "พี่เว่ย... เรื่องจดหมายฉบับนั้น" หลินซูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง "จ้าวเผิงที่ถูกส่งตัวไปคุก หรือแม้แต่เงาที่ตามรังควานเราไม่เลิกรา พวกมันต้องการอะไรกันแน่คะ... เอ่อ... กันแน่ครับ" เธอยังไม่ชินกับการปรับสรรพนามตามที่สามีขอร้องให้ใช้คำที่เป็นทางการในยามที่พูดคุยเรื่องงานสำคัญ เฉินเว่ยหันกลับมา เขาสกิดยิ้มบางๆ เดินเข้าไปโอบไหล่ภรรยาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นี้คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้หัวใจอดีตแม่ทัพผู้ไร้ความปรานีอ่อนโยนลงได้ "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่เงินทอง หลินซู" เฉินเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "พวกมันต้องการทำลายรากเหง้าของเรา ทำลายทุกสิ่งที่ข้ากำลังสร้างขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่พวกมันเคยครอบงำ แต่... คนอย่างเฉินเว่ย ไม่เคยปล่อยให้หนี้ใดค้างคา ไม่ว่าจะเป็นหนี้คุณธรรม หรือหนี้เลือด!" มือใหญ่ของเฉินเว่ยหยิบแปลนก่อสร้างแผ่นใหญ่ออกมากางบนโต๊ะ แผนผังนี้ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม ไม่ใช่โกดังสินค้าส่งออก และไม่ใช่ศูนย์การค้าเพื่อกอบโกยกำไร แต่มันคือแปลนของ **"โรงเรียนประจำอำเภอ"** และ **"โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่"** ที่ใช้งบประมาณส่วนตัวของเขาเกือบทั้งหมดในการเนรมิตขึ้นมา นี่คือปฏิบัติการ "คืนกำไรสู่สังคม" ในแบบฉบับของเฉินเว่ยสายลุย! ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ณ ลานกว้างกลางหมู่บ้าน เสียงพูดคุยจอแจของชาวบ้านนับร้อยชีวิตดังเซ็งแซ่ ข่าวลือเรื่องที่เศรษฐีใหญ่อย่างเฉินเว่ยจะสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลให้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายแม้แต่หยวนเดียว แพร่สะพัดไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อในสายตาของคนยุค 80 ที่ภาครัฐยังคงขาดแคลนงบประมาณ จ้าวเผิง ที่เพิ่งพ้นโทษคดีทุจริตออกมาด้วยความช่วยเหลือลับๆ จากผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง ยืนปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าที่เคยผיยผهลบัดนี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความพ่ายแพ้ มันมองดูเฉินเว่ยที่กำลังยืนอยู่บนเวชระดมทุนด้วยความอิจฉาริษยา "ไอ้สารเลวเฉินเว่ยแกคิดจะซื้อใจคนทั้งอำเภอด้วยเศษเงินพวกนี้งั้นเหรอ!" จ้าวเผิงกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ บนเวที เฉินเว่ยสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้ม รูปร่างสูงสง่าและท่าทีองอาจราวกับแม่ทัพตรวจพลสวนสนาม สายตากวาดมองฝูงชนด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้น ที่นี่คือแผ่นดินเกิด ที่นี่คือที่ที่เขาเคยล้มเหลวและเกือบเอาชีวิตไม่รอดในยุคแรกเริ่มของการทะลุมิติมา วันนี้ เขาจะทำให้ที่นี่กลายเป็นป้อมปราการแห่งความรู้และสุขภาพที่ไม่มีอิทธิพลมืดใดทำลายได้ "พ่อแม่พี่น้องทุกท่านครับ!" เสียงทุ้มกังวานของเฉินเว่ยสะกดให้ทุกสรรพเสียงรอบบริเวณเงียบลงทันที ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขาทำให้ทุกคนหยุดฟังโดยไม่ต้องมีไมโครโฟนขยายเสียงด้วยซ้ำ "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นลูกหลานของเราต้องเดินเท้าเปล่าฝ่าความหนาวเหน็บไปเรียนหนังสือไกลหลายลิ่ว เราเห็นคนเจ็บป่วยต้องทนทรมานสิ้นใจไปตามยถากรรมเพราะไม่มีเงินรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้... ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนในแผ่นดินของเราอีกต่อไป!" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ชาวบ้านหลายคนถึงกับปาดน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ เงินทองที่เฉินเว่ยหามาได้จากการเก็งกำไรและทำธุรกิจส่งออกไม่ได้ถูกนำไปปรนเปรอความสุขส่วนตัว แต่มันถูกเทกลับมาหล่อเลี้ยงรากหญ้าที่กำลังแห้งผาก เฉินเว่ยหยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกราบกรานไปสะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาที่ยืนแอบอยู่มุมมืดของฝูงชน รอยยิ้มเยдяปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "วันนี้... เพื่อเป็นการประกาศว่าอนาคตของพวกเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหน โรงเรียนแห่งนี้จะเปิดสอนฟรี และโรงพยาบาลแห่งนี้จะรักษาทุกคนอย่างเท่าเทียม! และเพื่อเป็นเกียรติแก่โครงการนี้ ผมขอประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ..." เฉินเว่ยยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเบรก รถยนต์จิ๊ปทหารรุ่นเก่าหลายคันก็พุ่งเข้ามาจอดขวางลานพิธีอย่างอุกอาจ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ประตูรถเปิดออก ทหารในเครื่องแบบสนามจำนวนหนึ่งก้าวลงมาพร้อมอาวุธครบมือ บรรยากาศรอบงานเปลี่ยนจากความปีติยินดีกลายเป็นความหนטเหน็บชวนอึดอัดในพริบตา ท่ามกลางทหารเหล่านั้น ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนผู้มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงกราม ก้าวเท้าลงมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตาคมปลาทองจ้องมองมาที่เฉินเว่ยราวกับพญาเสือจ้องเหยื่อ ชายคนนั้นคือ "ผู้พันหลี่" นายทหารนอกราชการผู้มีอิทธิพลมืดเหนือเขตมณฑลตะวันตก และเป็น "นายใหญ่" ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังจดหมายเตือนความตายฉบับนั้น! จ้าวเผิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบวิ่งเข้าไปหาผู้พันหลี่ด้วยความดีใจ พร้อมกับชี้หน้าเฉินเว่ยแล้วตะโกนลั่น "ท่านผู้พัน! มันนี่แหละครับไอ้เฉินเว่ย มันไม่เห็นหัวพวกเราและกำลังสร้างฐานอำนาจของมันเอง!" ผู้พันหลี่ไม่ได้สนใจจ้าวเผิง เขาสกิดยิ้มเหี้ยมเกรียม เดินตรงเข้าไปใกล้เวที สายตาดุดันจ้องประสานกับเฉินเว่ยอย่างไร้ความเกรงกลัว ก่อนจะตบมือช้าๆ เสียงดังแปะ... แปะ... แปะ... "ยอดเยี่ยมมาก... ท่านแม่ทัพเฉิน สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล ซื้อใจคนทั้งอำเภอ ช่างเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละเสียจริงนะ" ผู้พันหลี่หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนชาวบ้านต่างพากันถอยกรูดด้วยความกลัว เฉินเว่ยค่อยๆ ก้าวลงจากเวที ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขายืนเผชิญหน้ากับผู้พันหลี่ด้วยส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกัน แววตาดุดันของอดีตแม่ทัพปะทะเข้ากับแววตาอำมหิตของนายทหารเถื่อนอย่างไม่มีใครยอมใคร "ท่านผู้พันเดินทางมาไกลถึงนี่ คงไม่ได้มาแค่ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์กระมังครับ?" เฉินเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคม ผู้พันหลี่หรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป เหลือเพียงความดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย มือหนาเอื้อมไปตบไหล่เฉินเว่ยเบาๆ สองครั้งคล้ายจะข่มขู่ ก่อนจะโน้มตัวกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ข้าไม่ได้มาเพื่อดูเจ้าสร้างโรงเรียน... แต่ข้ามาเพื่อทวงคืน ‘บัญชีเลือด’ ที่บรรพบุรุษของเจ้าเคยฝากไว้เมื่อสามสิบปีก่อน และบอกให้รู้ไว้... เมียรักของเจ้าที่กำลังนั่งรออยู่ที่บ้านตอนนี้ คงกำลังต้อนรับ ‘แขกพิเศษ’ ของข้าอยู่พอดี!" หัวใจของเฉินเว่ยกระตุกวูบ รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเหี้ยมเกรียมระดับสูงสุดที่ผู้พันหลี่เองก็ยังต้องผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันและสร้างอาณาจักรไปกับเฉินเว่ยสายลุยเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%