"เอาเงินมาวางไว้ตรงหน้าซะ จ้าวเผิง ก่อนที่เลือดบนหน้าแกจะหยดใส่พื้นดินของฉันจนเสียราคา"
ผมกดน้ำเสียงต่ำ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษดินให้กระเด็นไปโดนรองเท้าหนังขัดมันของมัน จ้าวเผิงชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้ามันแข็งค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดหัวหน้ากองผลิต
"แกมันก็แค่คนสิ้นไร้ไม้ตอก เฉินเว่ย" มันพ่นลมหายใจออกมาเหมือนคนสะใจ "คิดว่าการขู่จะทำให้แกมีข้าวกินในวันนี้หรือไง? หนี้ที่ค้างไว้... ถ้าวันนี้ไม่มีจ่าย ก็เตรียมตัวไปนอนในคุกมืดของกลุ่มเกษตรกรได้เลย"
ผมไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ แต่สายตาผมกวาดมองไปรอบตัว ท่ามกลางความเงียบงันของหมู่บ้านที่ถูกกดทับด้วยกฎระเบียบอันเข้มงวด ผมเห็นสายตาของชาวบ้านที่แอบมองมาจากหลังหน้าต่างไม้เก่าๆ นั่นคือความกลัว และความหิวโหยที่ถูกปิดปากไว้ด้วยคำว่า 'การค้าส่วนตัวคือความผิดบาป'
ผมหันไปมองหลินซูที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง ผมคว้าข้อมือเธอมาจับไว้เบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ
"หลินซู เข้าไปในบ้าน ไปเอา 'สิ่งนั้น' ที่ฉันเตรียมไว้เมื่อคืนออกมา" ผมสั่งเสียงเรียบแต่กังวาน
"เฉินเว่ย... แต่ว่านั่นมัน..." เธอลังเล สายตาเหลือบไปมองจ้าวเผิงอย่างหวาดหวั่น
"ทำตามที่บอก" ผมย้ำ
หลินซูหายเข้าไปในบ้านครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมาพร้อมกับห่อผ้าเก่าๆ ที่ภายในมีกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศชนิดพิเศษที่ผมเคี่ยวทิ้งไว้ตั้งแต่ตีสาม มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือ 'อาวุธ' ในยุคที่ผู้คนยอมแลกทุกอย่างเพื่อรสชาติที่หายไปจากชีวิต
ผมแกะห่อผ้าออก เผยให้เห็นเนื้อตุ๋นสีเข้มชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วลานบ้าน กลิ่นที่รุนแรงจนแม้แต่จ้าวเผิงยังต้องชะงักจมูก
"แกทำอะไร..." จ้าวเผิงถามพลางขมวดคิ้ว "อาหารนี่... แกแอบทำขึ้นมาขายงั้นเหรอ? แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? จะแหกกฎของรัฐบาลหรือไง!"
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสันหลัง
"กฎน่ะไว้ใช้กับคนที่มีแต่ความกลัว ส่วนฉัน... คือคนที่สร้างโอกาสบนกองเศษซากของกฎพวกนั้น" ผมหยิบชิ้นเนื้อขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นไปตรงหน้ามัน "อยากรู้ไหมว่าทำไมคนถึงยอมตายเพื่อสิ่งนี้? ลองชิมดูสิ หัวหน้าจ้าว... หรือถ้าแกไม่กล้า ก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้แกกลายเป็นคนที่ไม่ได้กลับไปมีชีวิตที่สุขสบายในฐานะลูกน้องของคนเบื้องบนอีก"
จ้าวเผิงขบกรามแน่น มือมันสั่นเทาด้วยความโกรธปนความอยากรู้อยากเห็น มันมองดูเนื้อชิ้นนั้นด้วยความรังเกียจ แต่จมูกของมันกลับทรยศความตั้งใจไปเสียแล้ว ในยุคสมัยที่ทุกคนกินแต่ข้าวต้มใสๆ กับผักต้มเปื่อยๆ กลิ่นเนื้อตุ๋นรสเข้มข้นนี้คือสิ่งยั่วยวนระดับปีศาจ
"แกอย่าคิดว่าจะใช้เรื่องนี้มาต่อรองกับฉันได้" จ้าวเผิงคว้าชิ้นเนื้อไปจากมือผมด้วยความรวดเร็ว มันยัดใส่ปากทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ จ้าวเผิงเคี้ยวช้าๆ ดวงตามันเบิกกว้างขึ้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นไหว มันเพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือความลับที่สามารถทำให้คนทั้งเมืองคลั่งไคล้จนยอมแหกกฎทุกข้อเพื่อแลกมา
"นี่แก... ไปเอาเครื่องเทศพวกนี้มาจากไหน?" มันถามเสียงพร่า
"นั่นไม่ใช่เรื่องที่แกต้องรู้" ผมเดินเข้าไปใกล้จนลมหายใจเราแทบปะทะกัน "ตอนนี้ฉันมีข้อเสนอ... แกมีอำนาจในการสั่งการกองผลิต ส่วนฉันมีสิ่งที่คนในเมืองนี้ขาดแคลน ถ้าแกฉลาดพอที่จะหุบปากเรื่องการค้าของฉัน และหันมาเป็น 'หูเป็นตา' ให้กับสินค้าที่ฉันจะปล่อยออกไป... ส่วนแบ่งที่แกจะได้ มันมากกว่าเงินสกปรกที่แกได้จากการรีดไถพวกชาวบ้านหลายเท่า"
จ้าวเผิงนิ่งไป มันกำลังชั่งใจระหว่างอำนาจที่มีอยู่กับผลประโยชน์มหาศาลที่ผมยื่นให้ มันเป็นสัตว์ร้ายที่เห็นแก่ตัว และผมรู้ดีว่าสัตว์ร้ายแบบนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเหยื่อที่วางไว้ตรงหน้า
"แกจะให้ฉันทำอะไร?" มันถามในที่สุด
"พรุ่งนี้ตอนตะวันตกดิน ให้แกไปที่ทางแยกท้ายหมู่บ้าน ห้ามมีตำรวจหรือคนของกลุ่มเกษตรกรตามไปเด็ดขาด ถ้าแกทำพลาด... ฉันจะไม่ยอมให้แกเป็นคนเดียวที่ล่มจม"
ผมปล่อยให้มันเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ยังค้างคา หลินซูเดินมาหาผม ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความกังวล
"เฉินเว่ย... เรากำลังเล่นกับไฟนะคะ ถ้าจ้าวเผิงตลบหลังเรา..."
"มันไม่กล้าหรอกหลินซู" ผมมองตามหลังจ้าวเผิงไป "เพราะมันได้ลิ้มรสผลประโยชน์ที่หอมหวานเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปกินเศษอาหารเดิมๆ ได้อีกแล้ว"
ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้าน สายตาผมก็เหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไป มันไม่ใช่คนของจ้าวเผิง และไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา บุคคลปริศนาคนนั้นสวมเสื้อกันหนาวตัวหนาปิดบังใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจกระตุกไม่ใช่ตัวเขา... หากแต่เป็นสิ่งของในมือเขา
มันคือ 'ตราประทับไม้' ของกรมการค้าเขต ที่ผมเคยเห็นในความทรงจำเมื่อชาติก่อน... ตราประทับที่บ่งบอกว่าเขามีอำนาจเหนือจ้าวเผิงไปอีกขั้น และตอนนี้เขากำลังจดบันทึกทุกคำพูดที่ผมเพิ่งตกลงกับจ้าวเผิงไปเมื่อครู่
เขาไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่เขากำลังมองหา 'คู่หู' ในการกอบโกยผลประโยชน์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคเปลี่ยนผ่านนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฉินเว่ยในยุคสมัยที่ต้องแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 3
มื้ออาหารแรกที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!