ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 2

สั่งสอนคนพาล

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"แกคิดว่าเศษกระดาษพวกนี้จะใช้บังคับครอบครัวฉันได้งั้นรึ จ้าวเผิง?" เสียงของผมดังกังวานผ่านความเงียบงันในโถงทางเดินแคบๆ ของบ้านไม้เก่าที่ใกล้พังทลาย กลิ่นอับชื้นของไม้ผุผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลจากชายฉกรรจ์สามคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประสบการณ์จากสนามรบที่เคยฝ่าฟันในอดีตชาติกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวผมให้ตื่นตัวถึงขีดสุด ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสมุนเอกของจ้าวเผิงถ่มน้ำลายลงพื้น มันแสยะยิ้มเห็นฟันเหลืองกร้าน "อย่าพูดมากน่า เฉินเว่ย! ใครๆ ก็รู้ว่าแกมันไอ้ขี้แพ้ขี้เมา ถ้าไม่อยากให้ลูกเมียต้องหิวตายไปมากกว่านี้ ก็รีบควักเงินออกมาเสียดีๆ ไม่อย่างนั้น... วันนี้ฉันจะเปลี่ยนบ้านผุๆ นี่ให้เป็นกองขยะ!" ข้างหลังผม หลินซูตัวสั่นเทา เธอพยายามดึงชายเสื้อผมไว้ด้วยมือที่เย็นเฉียบ ดวงตาคู่สวยคู่นั้นฉายแววหวาดกลัว แต่เธอก็ยังยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้ลูกน้อยที่หลับใหลอยู่ในเปลไม้ ความรักที่มั่นคงของเธอช่างเป็นสิ่งที่น่าทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เลือดในกายผมเดือดพล่านขึ้นมา "หิวตายงั้นรึ?" ผมแค่นหัวเราะ ความรู้สึกที่ถูกกดขี่ในยุคเปลี่ยนผ่านนี้มันช่างน่าขันนัก ในยุคที่ผู้คนยังยึดติดกับกฎระเบียบที่บิดเบี้ยว ผมจะทำให้พวกมันรู้ว่า 'อำนาจ' ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กระดาษหนี้สินใบเดียว ผมก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว จังหวะที่มันก้าวเข้ามาจะคว้าคอเสื้อ ผมกลับเคลื่อนไหวดุจสายลม ร่างกายที่เคยฝึกฝนวิชาตัวเบาแม้ในร่างใหม่นี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้คนธรรมดาพร่าเลือน ผมเบี่ยงตัวหลบการโจมตีอย่างนุ่มนวลก่อนจะใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่จุดประสาทบริเวณต้นแขนของมันเพียงเบาๆ แต่หนักแน่น "อ๊าก!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นชายร่างใหญ่นั่นทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีโดยที่ผมแทบไม่ต้องออกแรง สมุนอีกสองคนชะงักด้วยความตื่นตระหนก พวกมันมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ไม่เข้าใจว่าไอ้ขี้เมาที่พวกมันเคยรังแกมาตลอดปีกลายเป็นยอดฝีมือที่รวดเร็วปานสายฟ้าได้อย่างไร "ใครส่งพวกแกมา? จ้าวเผิงสินะ" ผมเดินเข้าไปหาพวกมันช้าๆ จังหวะการก้าวย่างของผมมั่นคงและทรงพลัง กดดันจนพวกมันต้องถอยหลังกรู "กลับไปบอกมันว่า หนี้ที่มันสร้างขึ้นด้วยการทุจริตในกองผลิตน่ะ เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี เพราะฉันจะทวงคืนทุกหยาดเหงื่อของชาวบ้านที่มันโกงไป... เริ่มจากวันนี้" "แก... แกกล้าดียังไง!" หนึ่งในนั้นคว้าท่อนไม้ขึ้นมาหมายจะฟาดผม แต่ผมกลับใช้เพียงมือเดียวคว้าข้อมือมันไว้แล้วบิดเพียงเล็กน้อย ท่อนไม้ก็ร่วงหล่นลงพื้นก่อนที่ผมจะสะบัดมือผลักมันกระเด็นไปอัดกับผนังบ้าน หลินซูมองผมด้วยความตื่นตะลึง มือของเธอยังคงสั่นเทาแต่แววตาเปลี่ยนไป เธอเริ่มเห็นความหวังบางอย่างในตัวชายผู้เป็นสามีที่เธอเกือบจะตัดใจไปแล้ว "ไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ปล่อยพวกแกไป" ผมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงกลิ่นอายของแม่ทัพผู้เคยสั่งประหารข้าศึกมานักต่อนัก เมื่อพวกมันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ผมหันกลับไปหาหลินซู ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่รินไหลจากความโล่งอก ผมเดินเข้าไปใกล้แล้วถือวิสาสะเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนนั้นอย่างเบามือ "ต่อไปนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพวกคุณอีก ผมสัญญา" ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันไปจัดการกับสภาพบ้านที่พังทลาย เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง ร่างนั้นดูคุ้นตาจนน่าใจหาย ชายผู้หนึ่งสวมชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าที่ดูเข้มงวดเกินกว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านนี้ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู เขาไม่ใช่จ้าวเผิง แต่เป็นคนที่จ้าวเผิงเกรงกลัวที่สุดในเขตนี้ "เฉินเว่ย... นายถูกจับในข้อหาพยายามก่อจลาจลในกองผลิตและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่" เสียงเย็นชาของเขาทำให้บรรยากาศในบ้านเย็นเฉียบลงไปอีกสามส่วน ในวินาทีนั้น ผมตระหนักได้ทันทีว่าจ้าวเผิงไม่ได้มาแค่ทวงหนี้ แต่มันวางกับดักไว้ล้อมกรอบผมตั้งแต่ออกมาจากบ้าน และดูเหมือนว่า 'หมาก' ตัวใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในครั้งนี้ จะเป็นตัวแปรที่ผมยังคาดไม่ถึงในแผนการใหญ่ของผม ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฉินเว่ยในตอนนี้ และผมสัญญาว่าบทต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นไม่เป็นจังหวะแน่นอนครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%