"จดหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ขู่ แต่มันคือคำประกาศสงครามที่ส่งตรงมาจากเงามืดในเมืองหลวง"
ผมพับกระดาษแผ่นนั้นจนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะโยนมันลงในเตาถ่านที่กำลังคุโชน เสียงปะทุของเปลวไฟดังแทรกความเงียบงันในห้องทำงานเล็กๆ ของบ้านพัก ผมไม่ได้หันไปมองหลินซูที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ผมสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือเรียวบางที่แตะลงบนไหล่ของผมแผ่วเบา
"เฉินเว่ย... ถ้ามันอันตรายนัก เราหยุดแค่นี้ดีไหม?" เสียงของหลินซูสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาของเธอสะท้อนภาพความกังวลที่ผมพยายามปกปิดมาตลอด
ผมหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ ประสานมือของเธอไว้ในอุ้งมือที่หยาบกร้านจากการฝึกฝนการรบในชาติก่อนและตรากตรำทำงานในชาตินี้ "หลินซู ผมไม่ได้สู้เพื่อเงินทองหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ผมสู้เพื่อที่ยืนของครอบครัวเรา ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าเราไม่ขยับขยายไปสู่ใจกลางของอำนาจ เราก็จะเป็นเพียงเหยื่อให้จ้าวเผิงหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังมันขยี้ทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้"
ผมไม่ได้พูดเกินจริง ในยุคเปลี่ยนผ่านปี 80 นี้ กฎหมายอาจดูเหมือนเข้มงวด แต่ใต้ความเข้มงวดนั้นคือความโกลาหลที่ซ่อนโอกาสมหาศาล ใครที่มองขาดคนนั้นคือผู้ชนะ
เช้ามืดวันต่อมา เราออกเดินทางสู่ตัวเมือง ผมเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองที่ขรุขระเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของลูกน้องจ้าวเผิง ระหว่างทาง ผมจดจ่ออยู่กับการวางแผนในหัว ตัวเมืองไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นสนามรบที่มีจ้าวเผิงคอยขัดขวางอยู่ทุกฝีก้าว การค้าในตลาดมืด การติดต่อกับพ่อค้าเร่ และการหาลู่ทางในรัฐวิสาหกิจ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันดั่งใยแมงมุม
"ถึงแล้วครับ" ผมเอ่ยขึ้นเมื่อรถบรรทุกขนสินค้าคันเก่าจอดสนิทหน้าสถานีรถไฟใจกลางเมือง ความพลุกพล่านของเมืองใหญ่ช่างต่างจากหมู่บ้านของเราอย่างสิ้นเชิง ผู้คนเดินขวักไขว่ เสื้อผ้าสีตุ่นๆ ที่สะท้อนถึงยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน กลิ่นอายของโอกาสและกลิ่นคาวของความขัดแย้งลอยอบอวลในอากาศ
ทันใดนั้น ผมสังเกตเห็นชายชุดเทาที่ยืนพิงเสาไฟอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของมันจดจ้องมาที่รถของผมอย่างไม่ลดละ มันไม่ใช่คนแปลกหน้า... มันคือมือขวาของจ้าวเผิง!
"หมอบลงครับหลินซู" ผมสั่งเสียงเข้มก่อนจะดึงร่างบางให้หลบหลังรถ
"เกิดอะไรขึ้นคะ... เอ้อ ขอโทษครับ เกิดอะไรขึ้นครับเฉินเว่ย?" เธอถามด้วยความตื่นตระหนก
"ศัตรูรู้ทันว่าเราจะมา" ผมกระซิบ นัยน์ตาของผมเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งแม่ทัพที่พร้อมรบ "จ้าวเผิงคงไม่ได้แค่ต้องการขัดขวาง แต่คราวนี้มันต้องการปิดปากผมถาวร"
เราไม่ได้ก้าวลงจากรถตามแผนที่วางไว้ ผมตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน มุ่งหน้าสู่ย่านโกดังสินค้าทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ 'เจ้าพ่อ' คนใหม่ที่เพิ่งก้าวขึ้นมามีบทบาทแทนที่กลุ่มอำนาจเก่า หากต้องการความปลอดภัยและการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบชั้นดี เราต้องดึงคนกลุ่มนี้มาเป็นพันธมิตร แม้จะเสี่ยงดั่งการเดินบนคมมีด แต่มันก็ดีกว่าการถูกขังอยู่ในกรงที่จ้าวเผิงสร้างไว้
เมื่อถึงโกดังร้างหลังหนึ่ง ผมสังเกตเห็นรถแบล็กเซดานคันหรูที่ดูไม่เข้ากับสถานที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"คุณนั่งรอในรถ ถ้าผมไม่ได้กลับออกมาภายในสิบห้านาที ให้คุณขับรถหนีไปทางทิศตะวันออกทันที อย่าหันกลับมามอง" ผมกำชับพลางคว้ามีดพกที่เตรียมไว้เสียบไว้ที่ข้างเอว
ผมก้าวลงจากรถ ความเย็นยะเยือกของลมเช้าปะทะใบหน้า ผมเดินตรงไปยังโกดังนั้นด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นและไร้ความลังเล ในใจผมรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากก้าวนี้ผ่านไปได้ เส้นทางสู่เมืองหลวงจะเปิดกว้าง แต่หากพ่ายแพ้ ทุกอย่างที่สร้างมาจะสูญสิ้นไปในชั่วข้ามคืน
ทันทีที่ผลักประตูเหล็กหนักอึ้งเข้าไป ผมไม่ได้พบกับนักเลงหัวไม้ แต่กลับเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่นั่งจิบชาอยู่ท่ามกลางกล่องลังที่วางระเกะระกะ และที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามของเขานั้น... คือแฟ้มเอกสารชุดเดียวกับที่จ้าวเผิงเคยถืออยู่ในมือเมื่อตอนที่ผมถูกสั่งสอบสวน
"มาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ คุณเฉิน" ชายคนนั้นวางถ้วยชาลงแล้วเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาคมกริบประหนึ่งพญาเหยี่ยว "คุณรู้ไหมว่าจดหมายฉบับนั้นที่ได้รับมา มันคือคำเชิญ... หรือคำสั่งตาย?"
เขาขยับถ้วยชาไปฝั่งตรงข้ามราวกับเป็นการท้าทาย ผมก้าวเข้าไปใกล้จนเห็นรอยยิ้มมุมปากของเขาที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"คำสั่งตายที่ไม่มีคนกล้าลงมือทำต่างหาก" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้คนในห้องต้องหันมามอง
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมแทบหยุดไหล "จ้าวเผิงเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่ง แต่คนที่ถือตราประทับในจดหมายฉบับนั้น... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่นั่งอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ไงล่ะ"
ผมเบิกตากว้าง จดหมายนั่นไม่ใช่ของศัตรู แต่มันคือการทดสอบจากอำนาจที่อยู่สูงกว่าจ้าวเผิงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว และทันใดนั้นเอง เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นมาจากภายนอกโกดัง พร้อมกับเสียงกระจกรถคันที่หลินซูนั่งอยู่แตกกระจายลง!
หวังว่าทุกท่านจะสนุกไปกับการเดินทางของเฉินเว่ยในครั้งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 12
สู่เมืองใหญ่
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!