“ถ้าเจ้าคิดจะเอาของพวกนี้ไปวางขายหน้าตลาดแบบคนอื่นล่ะก็ เจ้าก็เตรียมตัวรอรับหมายเรียกจากทางการได้เลย หลินซู”
ผมวางตะเกียบลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของไม้ดังชัดเจนในความเงียบงัน หลินซูชะงักมือที่กำลังจัดเรียงสินค้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของหญิงสาวที่เคยหวาดกลัวโลกภายนอกบัดนี้มีความสับสนฉายชัด
“แต่เฉินเว่ย... นี่คือของที่ผลิตเองในครัวเรือน เรามีใบรับรองจากกลุ่มผลิตแล้วนะ กฎใหม่ของรัฐบาลอนุญาตให้ค้าขายรายย่อยได้ไม่ใช่หรือคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือ แต่มันคือความพยายามที่จะโต้แย้งเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวเรา
ผมแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำจากยุคโบราณที่ผ่านการห่ำหั่นในสนามรบมานับไม่ถ้วนทำให้ผมมอง ‘ช่องว่าง’ ของกฎหมายทะลุปรุโปร่ง กฎหมายยุคเปลี่ยนผ่านนี้เหมือนคมดาบสองคม มันเปิดช่องให้คนทำมาหากิน แต่ก็วางกับดักไว้สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักอ่านทางลม
“การอนุญาตคือการทดลองหลินซู แต่จ้าวเผิงกำลังจับตามองทุกก้าวที่เราเดิน หากเราขายตรงๆ เขาจะหาว่าเรา ‘กักตุนและค้ากำไรเกินควร’ โดยอ้างกฎควบคุมสินค้าเกษตรทันที” ผมลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างไม้เก่าๆ ที่มองออกไปเห็นถนนในหมู่บ้าน “เราจะไม่ ‘ขาย’ สินค้า... เราจะ ‘แลกเปลี่ยน’ ด้วยวิธีที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธ”
หลินซูเดินเข้ามาใกล้ เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง “หมายความว่าอย่างไรคะ?”
“เราจะเปลี่ยนที่นี่ให้เป็น ‘ศูนย์แบ่งปันทรัพยากรชุมชน’ ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่เพิ่งประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุด” ผมหันกลับมามองเธอ สายตาของผมดุดันและมุ่งมั่น “คนที่จะเอาของมาแลก ต้องมีตั๋วแลกเปลี่ยนที่ออกโดยกลุ่มร้านค้าของเรา ซึ่งเราจะทำข้อตกลงกับโรงงานในเมืองไว้ล่วงหน้า ใครที่ซื้อของจากเรา จะได้รับส่วนลดพิเศษในสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขาดแคลน จ้าวเผิงจะทำอะไรได้? ในเมื่อเราทำตามนโยบายรัฐบาลทุกประการ”
จังหวะที่ผมอธิบายเสร็จ เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นอย่างแรงราวกับจะพังเข้ามา ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจ้าวเผิง หัวหน้ากองผลิตที่ท่าทางกร่างเสียจนน่ารังเกียจ
“เปิดประตู! ฉันได้รับรายงานว่ามีแหล่งซ่องสุมการค้าผิดกฎหมายในบ้านหลังนี้!” เสียงตะโกนของจ้าวเผิงดังลั่น
ผมส่งสายตาให้หลินซูไปหลบที่หลังฉากกั้น ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีสุขุม ผิดกับความเดือดพล่านในใจ ผมยืนพิงกรอบประตูพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย
“อ้าว จ้าวเผิง ลมอะไรหอบนายมาถึงนี่? สนใจจะมาลงทะเบียนเป็นสมาชิกศูนย์แบ่งปันทรัพยากรกับฉันหรือยังไง?” ผมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนอีกฝ่ายชะงัก
จ้าวเผิงเบิกตากว้าง เขาผลักไหล่ผมพยายามจะเดินเข้ามา แต่ผมใช้ไหล่ต้านไว้แน่น “อย่าเล่นลิ้นกับฉัน เฉินเว่ย! ของพวกนี้ นายได้มายังไง? ใครอนุญาตให้ตั้งร้านค้าในเขตที่อยู่อาศัย!”
“กฎหมายฉบับที่ 42 หมวดการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พิมพ์ไว้ชัดเจนว่าการตั้งศูนย์แบ่งปันไม่ได้ถือเป็นการค้าพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่นายคงไม่ได้อ่าน เพราะมัวแต่ยุ่งกับการยักยอกคูปองน้ำมันในกองผลิตอยู่ใช่ไหม?” ผมกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยความคมกริบเหมือนปลายดาบที่จ่อคอหอย
จ้าวเผิงหน้าถอดสี มือที่กำแน่นสั่นเทาเล็กน้อย “แก... แกพูดเรื่องอะไร!”
“เรื่องที่นายทำ ฉันมีหลักฐานครบ” ผมผละออกจากเขาแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือเอกสารลงนามการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่ประทับตราอนุญาตจากหน่วยงานในเขตเรียบร้อย “ถ้านายอยากให้เรื่องนี้จบที่นี่ ก็ถอยไปซะ แต่ถ้าอยากจะให้เรื่องนี้ถึงหูคณะกรรมการตรวจสอบ... ฉันก็ยินดีจะเดินไปแจ้งความด้วยตัวเอง”
บรรยากาศหน้าบ้านเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของจ้าวเผิงที่หอบถี่ เขาจ้องหน้าผมเขม็ง ความแค้นในแววตาของเขามันชัดเจนเสียจนถ้าสายตาฆ่าคนได้ ผมคงตายไปแล้วหลายรอบ
ทันใดนั้นเอง รถจี๊ปสีเขียวขี้ม้าคันหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบราชการชั้นผู้ใหญ่ก้าวลงมาจากรถ เขาเดินตรงมาที่พวกเราสองคนโดยไม่สนใจสายตาของจ้าวเผิงเลยแม้แต่นิดเดียว
“คุณเฉินเว่ยใช่ไหมครับ? ผมมาจากสำนักงานเศรษฐกิจเมือง ผมได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบโครงการนำร่องที่ได้รับอนุญาตพิเศษของคุณ” ชายคนนั้นกล่าวพลางยื่นซองเอกสารสำคัญให้ผม
ผมรับมาด้วยความสุภาพ ก่อนจะหันไปยิ้มให้จ้าวเผิงที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะสนุกขึ้นกว่าที่นายคิดนะ จ้าวเผิง เพราะโครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระดับหมู่บ้าน แต่มันกำลังถูกจับตามองจากระดับเมืองแล้ว... นายจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า?”
แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเปิดซองเอกสารนั้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่อยู่ในมือของจ้าวเผิง—มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เขากำลังซ่อนไว้ข้างหลัง ซึ่งภาพนั้นคือภาพผมในชุดที่ดูไม่คุ้นตาและสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงในยุคสมัยนี้
นี่คือการเดิมพันที่สูงกว่าแค่เรื่องค้าขาย มันคือการเดิมพันด้วยความลับของตัวตนของผมเอง
หวังว่าทุกท่านจะสนุกไปกับการเดินหมากในครั้งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
เฉินเว่ยสายลุย
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 13
กลยุทธ์การค้าที่เหนือชั้น
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!