ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 6

ครอบครัวคือหัวใจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“วางมือของแกเสีย ก่อนที่ข้าจะทำให้มันใช้การไม่ได้ตลอดชีวิต!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของผมดังก้องกังวาน จ้าวเผิงที่กำลังง้างมือหมายจะผลักผมกระชากตัวถอยกรูดทันที ดวงตาของมันฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด มันคงคาดไม่ถึงว่าชายที่เคยเป็นเพียงเบี้ยล่างอย่าง ‘เฉินเว่ย’ จะกล้าจ้องมองมันด้วยแววตาของนักฆ่าที่ผ่านการนองเลือดมานับไม่ถ้วน ผมไม่ได้ขยับตัวตามอารมณ์ แต่ผมกำลังอ่านเกมมันอยู่—ในยุคเปลี่ยนผ่านที่กฎหมายยังเปราะบาง อํานาจมืดคืออาวุธ แต่มันไม่ได้รู้เลยว่าสำหรับคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างผม กลอุบายตื้นๆ ของมันก็ไม่ต่างจากมดปลวก “จ้าวเผิง ข้าเตือนเจ้าเพียงครั้งเดียว” ผมก้าวเข้าไปหามันหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดินแข็งๆ ดังชัดเจนในความเงียบ “ในที่ของข้า ไม่มีที่ว่างสำหรับสุนัขที่ชอบเห่าและขโมยข้าวสารหลวงไปปรนเปรอตัณหาตัวเอง ถ้าเจ้ายังไม่อยากเห็นบัญชีลับที่ข้าซ่อนไว้ถูกส่งถึงมือนายอำเภอในเช้าวันพรุ่งนี้ ก็ไสหัวไปเสีย” จ้าวเผิงกัดฟันแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มันชี้หน้าผมด้วยมือที่สั่นเทา “แก... แกมันคนบ้าเฉินเว่ย! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!” “ข้าคือคนที่รู้ว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่” ผมแค่นยิ้มมุมปาก “ไป!” มันกระทืบเท้าเดินจากไปอย่างหัวเสีย ผมยืนมองแผ่นหลังนั้นจนลับสายตา ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว ความดุดันที่เคยแผ่ออกมาถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนเมื่อหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าบ้านดินหลังเก่า หลินซู... ภรรยาของผม ดวงตาคู่นั้นของเธอยังคงมีความกลัวซ่อนอยู่เสมอ เหมือนกวางน้อยที่รอคอยพายุพัดผ่านไป ผมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ มือที่เคยถือดาบสังหารชีวิตคนบัดนี้กลับยื่นไปปัดฝุ่นออกจากไหล่ของเธออย่างเบามือที่สุด “ไม่ต้องกลัวนะหลินซู ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกเจ้าได้อีกแล้ว” หลินซูเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตา “เฉินเว่ย... คุณเปลี่ยนไปมาก คุณไม่เหมือนคนเดิมเลย” “คนเดิมที่ยอมให้เขาเอาเปรียบเพื่อความอยู่รอดน่ะหรือ?” ผมถามพลางจูงมือเธอเข้าบ้าน “นั่นมันอดีตไปแล้วหลินซู ต่อแต่นี้ ข้าจะสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าให้เจ้าและลูก” ข้างในบ้านดินที่มืดมิดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับ ผมมองไปรอบๆ นี่คือจุดที่ผมต้องลงมือทำ ความเป็นอยู่ของครอบครัวคือหัวใจสำคัญ หากผมต้องการสร้างอาณาจักรธุรกิจในอนาคต ผมต้องเริ่มต้นจากฐานรากที่แข็งแรง สิ่งแรกที่เห็นคือลูกสาวตัวน้อย ‘เสี่ยวหลิง’ ที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงไม้ซีกที่พังๆ ร่างกายซูบผอมนั่นทำให้หัวใจผมบีบแน่นด้วยความเจ็บปวด ผมไม่รอช้า หยิบถุงแป้งขาวและน้ำตาลที่ผมแอบนำกลับมาจากการนำสินค้าเข้าเมืองเมื่อวานวางลงบนโต๊ะไม้ผุๆ “เริ่มจากวันนี้ เราจะกินอิ่มทุกมื้อ” ผมบอกเธอ พลางหยิบมีดพกที่เหลาเองออกมา เริ่มซ่อมแซมขาโต๊ะที่หัก “หลินซู พรุ่งนี้เจ้าพาเสี่ยวหลิงไปโรงพยาบาลในเมือง ข้ามีเงินก้อนหนึ่งที่เตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนเรื่องอาหารการกิน ข้าได้ติดต่อพ่อค้าขายส่งในเมืองไว้แล้ว เราจะเริ่มนำไข่ไก่และผักจากสวนหลังบ้านไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่จำเป็น” เธอมองดูมือผมที่ขยับซ่อมแซมสิ่งของด้วยความชำนาญ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเลื่อมใส “คุณไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนคะ?” “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไง... ข้าฝันเห็นอนาคต” ผมสบตาเธออย่างจริงจัง “อนาคตที่บ้านเมืองนี้จะเติบโต คนที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ และครอบครัวของข้าจะต้องอยู่อย่างสุขสบายในวันที่ความเจริญมาถึง” ตลอดทั้งคืน ผมไม่ได้นอน แต่กลับนั่งจดบันทึกแผนการตลาดและโครงสร้างราคาข้าวสารในพื้นที่ลงบนกระดาษห่อของชำ ผมต้องรวบรวมทุนให้ได้มากที่สุดภายในสองเดือนก่อนที่รัฐบาลจะประกาศนโยบายเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจพิเศษ นี่คือจังหวะเวลาที่สำคัญที่สุด หากพลาดไปแม้แต่นิดเดียว โอกาสที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของครอบครัวนี้จะไม่มีวันหวนกลับมา รุ่งเช้าของวันถัดมา ขณะที่ผมกำลังจะออกไปจัดการเรื่องการขนส่งสินค้า เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ไม่ใช่จังหวะของการมาเยือนที่เป็นมิตร แต่มันเป็นจังหวะของการ ‘ทวงหนี้’ หรือ ‘หาเรื่อง’ ผมเปิดประตูออกไปเบื้องหน้าคือชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกั๊กสีมอซอที่ผมคุ้นตาดี เขาคือ ‘หัวหน้าหมู่บ้านหวัง’ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และข้างๆ เขาคือจ้าวเผิงที่ยืนยิ้มเยาะเย้ยด้วยความสะใจ “เฉินเว่ย” หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยเสียงเย็นชา “มีคนร้องเรียนว่าเจ้ากักตุนสินค้าหลวงเพื่อทำกำไรส่วนตัว วันนี้พวกเราได้รับคำสั่งให้มาตรวจค้นบ้านของเจ้า... ทุกตารางนิ้ว” ในขณะที่ผมกำลังจะโต้ตอบ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาของคนบางคนยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ห่างออกไป ร่างกายนั้น... มันดูคุ้นตาอย่างประหลาด ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังผมทันที คนคนนั้นคือชายที่ผมเคยคิดว่าตายไปแล้วในสงครามที่ยุคสมัยโบราณ... คนที่เป็นอดีตมือขวาผู้ทรยศต่อผม! เขากำลังถือกล้องถ่ายรูปในยุคสมัยใหม่และกำลังเล็งมาที่บ้านของผม ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อตรวจค้น แต่มันคือการจับตาดู ‘การทดลอง’ บางอย่าง! ผมนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงกว่าตอนสู้กับศัตรูในสนามรบเสียอีก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนในหมู่บ้าน... แต่นี่คือเรื่องของ ‘คนข้ามเวลา’ เหมือนกับผม! ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฉินเว่ยนะครับ ในตอนหน้าเราจะมาดูกันว่าชายปริศนาผู้นี้คือใคร และผมจะรับมือกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ได้อย่างไรครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%