นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 26

งานเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยว

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงของสำนักงานที่ดินอำเภอ แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามสั่นสะเทือนจนน้ำชาสีอำพันกระฉลอกเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ "นังตัวดี! แกกล้ามากนะที่กล้าแจ้งจับลูกชายฉัน... แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ? แกยังไม่รู้หรอกว่าที่ดินตรงแปลงสุดท้ายที่แกอยากได้ที่สุดน่ะ... ตอนนี้มันตกเป็นของใคร!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลอัครเดชาก้องกังวานด้วยความแค้นเคือง ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแดงก่ำเพราะพิษสุราและนอนไม่หลับมาหลายคืน ร่างอ้วนท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเครื่องประดับทองคำเหลืองอร่ามบนตัวกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง นางจ้องมองรินรดาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลังจากแผนการชั่วร้ายฮุบที่ดินของชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุมตัวลูกชายแท้ๆ ไปเมื่อวานซืน ความแค้นนี้จึงถูกสุมCอกจนแทบระเบิด รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงเอกสารบัญชีผลผลิตทางการเกษตรบนโต๊ะทำงานไม้สัก เธอยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งได้อย่างน่าทึ่ง ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความรู้สึกเวทนาปนสมเพช มากกว่าจะหวาดกลัวตามที่อีกฝ่ายคาดหวัง "ถ้าหมายถึงโฉนดแปลงสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดริมลำธารสาธารณะ ที่พวกท่านพยายามใช้อำนาจมืดฮุบมาตลอดสามปี... ดิฉันเกรงว่าคุณป้าคงต้องเสียใจแล้วล่ะค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคู่สนทนาชะงัก "เพราะเอกสารสิทธิ์ฉบับนั้น ไม่ได้อยู่ในมือของคนที่ชอบใช้วิธีสกปรกมานานแล้วค่ะ" "แก! นังสารเลว!" ป้าสะใภ้เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหญิงสาวที่บังAาญมาหยามเกียรติ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคสีเข้มก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้ได้อย่างทันท่วงที ศิลาไม่ได้ใช้ความรุนแรง เขาเพียงแค่ก้าวมายืนบังภรรยาไว้ครึ่งตัว ปรอยผมสีเข้มชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากการทำงานกลางแจ้งส่งเสริมให้ใบหน้าคมคายดูเคร่งขรึมและทรงพลังยิ่งขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก แค่เพียงปรายตามองปราดเดียว ก็ทำให้ป้าสะใภ้ต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ "ที่นี่ราชการครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ที่นี่สำนักงานราชการ ถ้าคุณป้ามีปัญหาเรื่องคดีความของบุตรชายเชิญไปคุยกับร้อยเวรที่สถานีตำรวจค่ะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายแถวนี้ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่มาลากตัวออกไปฐานบุกรุกและก่อความสงบ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาด ทุกคำพูดหนักแน่นราวกับตอกหมุดลงบนพื้นคอนกรีต ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือดด้วยความกลัว แต่ยังไม่วายส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ นางแค่นAหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช ก่อนจะควักม้วนกระดาษสีน้ำตาลยับยู่ยี่ออกจากกระเป๋าเสื้อสะพาย ชูขึ้นฟ้าด้วยความสะใจ "ฮึ! ทำเป็นปากดีไปเถอะแกสองคนผัวเมีย! แกคิดว่าพวกแกฉลาดนักใช่ไหมที่ซื้อที่ดินรอบนอกได้หมดแล้ว? แต่บอกไว้เลยนะ... ว่าโฉนดแปลงหัวใจ ที่คั่นกลางระหว่างไร่ของแกกับทางหลวงหลัก... ตอนนี้มันถูกขายต่อไปให้ 'เขา' คนนั้นแล้ว!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่กำลังนั่งพิมพ์ดีดอยู่มุมห้องยังต้องหยุดมือ รินรดาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในอก "ใคร?" เธอย้อนถามเสียงต่ำ "ก็คุณภวัตไงล่ะ! นักธุรกิจอสังหาฯ รายใหญ่จากเมืองหลวงที่กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรนั่นแหละ!" ป้าสะใภ้หัวเราะรơiร่าอย่างบ้าคลั่ง น้ำลายกระเด็น "เขาจ่ายเงินสดก้อนโตซื้อแปลงนั้นไปเมื่อวานนี้เอง! และเขาก็เกลียดแกเข้าไส้รินรดา! เตรียมตัวต้อนรับนรกบนดินได้เลย เพราะทางเข้าออกไร่ของแก... จะถูกปิดตายถาวร!" รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภวัต... นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยมีคดีพิพาทเรื่องการฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้านในอำเภอข้างเคียง หากแปลงนั้นตกไปอยู่ในมือของเขาจริง เส้นทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตรล็อตใหญ่ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในงานเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวสัปดาห์นี้จะถูกตัดขาดทันที รถบรรทุกสินค้าจะไม่สามารถแล่นผ่านออกสู่ถนนใหญ่ได้เลย นี่คือหมัดฮุกที่เจ็บแสบที่สุดที่ตระกูลอัครเดชาทิ้งไว้ก่อนจะล่มสลาย ศิลาหันมามองภรรยา ดวงตาคู่คมฉายแววเป็นห่วง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น "ริน... อย่าไปฟังยายแก่นี่พูดเพ้อเจ้อเลยครับ ผมจัดการเองได้" "ไม่ได้หศิลา..." รินรดากระซิบตอบ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคง เธอมองหน้าสามีด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง... งานเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกข้าวสาลีและพืชผลออร์แกนิกมากว่าครึ่งปี จะพังพินาศในพริบตา" ป้าสะใภ้เห็นทั้งสองคนเริ่มเครียดก็ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกจากสำนักงานไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งความอึดอัดและปัญหาชิ้นโตไว้เบื้องหลัง สามวันต่อมา บรรยากาศของ "ไร่ปลายนา" กลับเต็มไปด้วยความคึกคักสวนทางกับวิกฤตที่กำลังคุกคาม กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวใหม่ปลามันอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเตาถ่านที่กำลังย่างปลาช่อนนาตัวเขื่องเคลือบเกลือสมุนไพรจนหนังกรอบส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ งานเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวประจำปีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ในพื้นที่ของรินรดา ชาวบ้านต่างพากันแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกที่งดงามเกินคาด เสียงหัวand เสียงดนตรีพื้นบ้านเคล้าคลอไปกับรอยยิ้มของแรงงานทุกคนที่ร่วมสู้มาด้วยกัน รินรดายืนอยู่หน้าซุ้มจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสาวรสและน้ำผึ้งป่า สินค้าล็อตแรกถูกจับจองจนเกือบหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนทุกคนต่างยิ้มแก้มปริ "คุณรินคะ! น้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณล็อตสุดท้ายมีคนเหมาหมดเกลี้ยงเลยค่ะ!" เสียงเด็กสาวคนงานในไร่ตะโกนบอกด้วยความดีใจ รินรดายิ้มรับ ทว่าในใจกลับยังคงมีก้อนสะกิดใจเรื่องเส้นทางเข้าออกไร่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ศิลาเดินถือแก้วน้ำสมุนไพรเย็นๆ มายื่นให้ภรรยา สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "ดื่มอะไรหวานๆ หน่อยเถอะครับ หน้าตาคุณดูเครียดมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ" ศิลาเอ่ยเบาๆ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน "ฉันแค่กำลังคิดถึงเรื่องของคุณภวัตค่ะศิลา..." รินรดารับแก้วมาถือไว้ "จนป่านนี้เรายังติดต่อเขาไม่ได้เลย โฉนดแปลงนั้นถ้าเขาปิดกั้นจริงๆ พรุ่งนี้รถบรรทุกสินค้าที่จะส่งออกไปตลาดใหญ่ก็ออกไม่ได้นะคะ" "ไม่ต้องห่วงครับ ผมส่งคนไปสืบมาแล้ว..." ศิลายังไม่ทันได้พูดจบ ประโยคสนทนาก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถยนต์หรูราคาแพงหลายคันแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าทางเข้าไร่ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงประตูรถปิดลงพร้อมกันหลายบาน กลุ่มชายชุดดำนับสิบคนก้าวลงมาจากรถ ก่อนจะยืนเรียงแถวเว้นช่องตรงกลางให้ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลีลาท่าทางกร่างและเย่อหยิ่งก้าวออกมา นั่นคือ "ภวัต" เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนใหม่ผู้ครอบครองโฉนดแปลงหัวใจ! ภวัตยิ้มเยาะมุมปาก สายตากวาดมองบรรยากาศงานเทศกาลด้วยความดูแคลน ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้ารินรดาและศิลา โดยมีลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลัง "โอ้โห... จัดงานเลี้ยงฉลองกันสนุกสนานเชียวนะครับคุณรินรดา" ภวัตเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "น่าเสียดายจัง... ที่งานเลี้ยงนี้คงเป็นงานเลี้ยงสุดท้ายของไร่คุณแล้วล่ะมั้ง" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "คุณภวัต... เรื่องโฉนดแปลงทางเข้าออก เราน่าจะมาคุยกันดีๆ ได้นะคะ คุณต้องการเงื่อนไขเท่าไหร่ ว่ามาได้เลยค่ะ" ภวัตหัวเราะร่าในลำคอ "เงื่อนไขเหรอ? ฮึ! คนอย่างฉันไม่ได้ต้องการเงินหรอกคุณรินรดา... สิ่งที่ฉันต้องการคือ 'ที่ดินทั้งหมด' ของไร่นี้ต่างหาก! ถ้าเธออยากได้ทางออก... ก็กราบลงแทบเท้าฉันตรงนี้ซะสิ แล้วฉันอาจจะพิจารณาให้เธอเช่าทางเดินเข้าออกเดือนละแสน!" เสียงรอบข้างเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านและคนงานต่างพากันโกรธแค้นแต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะอิทธิพลของอีกฝ่าย ศิลากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายเตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ไอ้สารเลวคนนี้ได้ทุกเมื่อ รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอกำลังจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้าด้วยตัวเอง ทว่าจู่ๆ ศิลากลับยกมือขึ้นขวางเธอไว้ ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่ใครคาดคิด มุมปากของศิลาค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นทีละน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด "คุณภวัตครับ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างยิ่ง ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน "ก่อนที่คุณจะพูดเรื่องกราบเท้าหรือเรื่องเช่าทางเดิน... คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ ว่าโฉนดที่คุณถืออยู่ในมือ... มันคือของจริง?" ภวัตชะงักรอยยิ้มค้าง สีหน้าเปลี่ยนสีไปวบหนึ่ง "แก... แกพูดบ้าอะไร! ฉันซื้อมาจากเจ้าของเดิมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากแฟ้มหนังสีดำที่ถือติดมือมาตลอด ยื่นมันออกไปตรงหน้าภวัต "ถ้าคุณคิดว่าการซื้อขายที่ดินผ่านนายหน้าเถื่อนโดยไม่ตรวจสอบระวางที่ดินของกรมที่ดินก่อน... คือความถูกต้อง..." ศิลาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมปลาบมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ "งั้นคุณก็คงไม่รู้สินะครับ ว่าโฉนดแปลงที่คุณเพิ่งจ่ายเงินสดซื้อไปเมื่อวานน่ะ... ...มันเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ถูกประกาศเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงพิเศษตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนแล้ว" ภวัตเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ร่างท้วมเซถอยหลังไปสองก้าว มือที่ถือกระเป๋าเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขเรียบง่ายในไร่ปลายนาแห่งนี้ด้วยกันนะคะ --- กุหลาบหนามเงิน ---
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%