นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 20

หลงทางในหัวใจตัวเอง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
“อย่าขยับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นแทบจะกลืนไปกับเสียงลมหายใจ ศิลาไม่ได้หันมามองรินรดาด้วยซ้ำ ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขากำด้ามมีดเดินป่าแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกราบกวาดมองกลุ่มชายชุดดำกว่าสิบคนที่กำลังปีนข้ามรั้วลวดหนามเข้ามาในเขตไร่ราวกับฝูงสุนัขป่าหิวกระหาย ทว่าเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ผลผลิตทางการเกษตร... แววตานั้นมุ่งร้ายและเด็ดขาดเกินกว่าจะเป็นแค่โจรลักเล็กขโมยน้อย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อสายตาคมกริบของเธอกวาดไปหยุดอยู่ที่ร่างชราผู้ใช้ไม้เท้าหัวมังกรทอง ชายแก่คนนั้นยิ้มเยาะมุมปาก ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอาฆาตมาดร้าย ภาพในบันทึกความลับที่เธอเคยอ่านผ่านตาแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำรอย มารดาของเธอไม่ได้อุบัติอุบัติเหตุ... แต่มันคือการฆาตกรรมอำพราง และไอ้แก่คนนี้แหละคือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด! “ศิลา...” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ “นั่นคือ... คนที่อยู่ในบันทึก... คนที่ฆ่าแม่ฉันค่ะ” ศิลาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว ร่างสูงก้าวขยับมาบังร่างบางของรินรดาไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก เขากดเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น “ต่อให้มันเป็นใครหน้าไหน ถ้ามันกล้าเหยียบเข้ามาในไร่ของฉัน และคิดจะทำร้ายเธอ... มันต้องก้าวศพฉันไปก่อน” คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานเชื่อมใดๆ ทว่ากลับทรงพลังและหนักแน่นจนหัวใจของรินรดาที่ด้านชามานานเกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืนอันตราย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศิลาคือวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดินผู้เย็นชาและเคร่งครัดในระเบียบ แต่ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย ผู้ชายคนนี้ไม่เคยลังเลที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอเลยสักครั้ง “หรอยแรงจริงนะ วิศวกรหนุ่มกับยัยตัวร้ายแห่งไร่ปลายนา” เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจของชายชราไม้เท้าหัวมังกรทองดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิด ชายชุดดำนับสิบคนชักอาวุธมีดและกระบองเหล็กออกมาจากเสื้อคลุมพร้อมจู่โจม “ส่งนังเด็กนี่มา แล้วฉันจะละเว้นหัวแกไว้ สองไร่นี่มันไม่ใช่ที่ที่คนนอกจะมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องในอดีต!” ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย “คนนอกอย่างงั้นรึ? โฉนดผืนนี้เป็นชื่อของฉัน และผู้หญิงคนนี้... ก็อยู่ในการดูแลของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งนั้น!” สิ้นเสียงคำรามต่ำ ศิลาไม่ได้รอให้พวกมันตั้งตัว ร่างสูงพุ่งทยานออกไปราวกับเสือชีตาร์ที่หลุดจากกรง หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำคนแรกที่วิ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกหักดังกรอบท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนที่ทำให้พรรคพวกที่เหลือชะงักไปชั่วขณะ รินรดากัดฟันกรอด แม้เธอจะตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและจิตวิญญาณของอดีตนางร้ายในนิยายไม่ได้ทำให้เธอยืนเป็นเป้านิ่ง ร่างบางก้มลงหยิบมีดพกสั้นที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเตรียมพร้อม สายตาสอดส่องหาจังหวะที่จะช่วยสนับสนุนศิลาอย่างฉลาดเฉลียว เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ตรงหน้ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะประมาท ชุลมุนวุ่นวายอยู่หลายนาที ศิลาแสดงให้เห็นถึงทักษะการต่อสู้ที่ดุดันและเด็ดขาดราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ ร่างสูงจัดการชายชุดดำร่วงลงไปนอนกองกับพื้นทีละคนสองคนด้วยความรวดเร็ว ทว่าด้วยจำนวนที่มากกว่า ทำให้มีชายชุดดำคนหนึ่งอาศัยจังหวะชุลมุน วิ่งอ้อมแนวป้องกันพุ่งตรงมาทางรินรดาพร้อมกับมีดสั้นในมือ! “ระวัง!” ศิลาตะโกนลั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา รินรดาเบี่ยงตัวหลบปลายมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เคยฝึกฝนมาเตะตัดขาชายชุดดำคนนั้นจนล้มคะมำ แต่ทว่า แรงเหวี่ยงทำให้เธอกลั้นหายใจเมื่อร่างบางเสียหลักกำลังจะล้มลงไปกระแทกกับพื้นหินกรวดแหลมคม ทว่า... ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น อ้อมแขนแกร่งและอบอุ่นตวัดเข้าโอบเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงดึงกระชากทำให้รินรดาไถลเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของศิลาแนบแน่น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายดินและเหงื่อจางๆ ของชายหนุ่มลอยเข้าปะทะจมูก พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระสำไม่เป็นจังหวะ—ไม่ใช่แค่หัวใจของเธอ แต่เป็นของเขาด้วยเช่นกัน ศิลาหายใจหอบถี่ ดวงตาคมกริบก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธที่เธอดื้อรั้น และห่วงจนแทบคลั่ง “เธอเจ็บตรงไหนไหม? บอกฉันสิรินรดา” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนจากผู้ชายที่แข็งแกร่งคนนี้ รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างกายของเขาทำให้กำแพงความระแวดระวังที่เธอก่อไว้พังทลายลงทีละน้อย นี่น่ะหรือ... ความรู้สึกของการถูกปกป้อง? นี่น่ะหรือความห่วงใยจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแค่ “คู่หมั้นในนาม” ตามสัญญาทางธุรกิจ? “ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ” รินรดาตอบเสียงแผ่วเบa ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายเสียอีก “ดีมาก อย่าทำตัวบุ่มบ่ามแบบนี้อีก” ศิลาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นคมกราบดุจมีดโกนเมื่อหันกลับไปมองชายชราไม้เท้าหัวมังกรทองที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว “ไอ้เด็กเวรนี่... ฝากไว้ก่อนเถอะ แกคิดว่าปกป้องมันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไง!” ชายชราคำรามลั่น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่เหลือที่ยังพอมีสติพยุงกันถอยร่นปีนรั้วหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วท่ามกลางความสับสน ศิลาไม่ได้วิ่งไล่ตาม เขายังคงยืนนิ่งโอบกระชับร่างของรินรดาไว้ในอ้อมแขน มือหนาลูบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธอเบาๆ อย่างปลอบประโลม บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคนทั้งคู่ รินรดานิ่งงันอยู่ในอ้อมกอดนั้น เธอนึกอยากจะผละออกเพื่อรักษามาดของอดีตตัวร้ายผู้เย็นชา ทว่าเรียวขาเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรง หัวใจดวงน้อยทรยศต่อความคิด สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ความรู้สึกหวั่นไหวที่พยายามปฏิเสธมาตลอดบัดนี้มันชัดเจนเสียจนปิดไม่มิด... เธอเริ่มเสพติดความอบอุ่นของอ้อมแขนนี้เสียแล้ว ศิมล้มเลิกความคิดที่จะปล่อยมือ เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนจนทำให้ขนลุกซู่ “ต่อให้คนทั้งโลกอยากจะรื้อฟื้นอดีตเพื่อทำร้ายเธอ... รินรดา จำคำฉันไว้ให้ดี...” ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความหมายที่ซาบซึ้งเกินบรรยาย “...ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ โฉนดผืนนี้และชีวิตของฉัน จะมีไว้เพื่อปกป้องเธอคนเดียวเท่านั้น” คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของรินรดา ความรู้สึกอบอุ่นหลั่งไหลเข้ามาท่วมท้นหัวใจจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกำลังจะเอաբ1คำหวานตอบกลับชายหนุ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซренаรถตำรวจก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากทางเข้าไร่ พร้อมกับแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามาจนสว่างจ้า ทว่า... สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดจนลมแทบจับ ไม่ใช่ตำรวจท้องที่ แต่เป็นร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราผู้ก้าวลงมาจากรถคันแรก... ใบหน้านั้นถอดแบบมาจากมารดาของเธอราวกับพิมพ์เดียวกัน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในจังหวัดที่ชายคนนั้นถืออยู่ในมือ ซึ่งระบุชื่อเจ้าของที่แท้จริงคนใหม่... คือตัวเธอเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักของศิลาและรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%