ตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎประดับเพชรที่สลักอยู่บนตัวถังรถยนต์สีดำสนิทรุ่นหายากคันนั้น สะท้อนภาพเงาของรินรดาที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ปลายเท้าเรียวภายใต้รองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นยังคงปักหลักแน่นบนพื้นดินสีแดงของไร่ปลายนา มือข้างหนึ่งถูกกอบกุมไว้ด้วยความอบอุ่นและมั่นคงจากฝ่ามือหนาของศิลา—วิศวกรหนุ่มผู้ถือครองโฉนดที่ดินทุกตารางนิ้วในอาณาจักรแห่งนี้
"ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะค่ะ ศิลา" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบทว่าเยียบเย็น เธอปรายตามองรถยนต์หรูที่แล่นผ่านป้ายเขตหวงห้ามเข้ามาจอดสนิทบนลานดินหน้าบ้านพักหลังน้อย กลิ่นอายของความหรูหราและความกดดันจากเมืองกรุงลอยอบอวลปะปนมากับลมร้อนยามบ่าย ตัดกับบรรยากาศเรียบง่ายของแปลงผักออร์แกนิกและแปลงสมุนไพรพื้นบ้านที่เธอกำลังฟูมฟักอย่างตั้งใจ
ประตูรถฝั่งหลังเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสูงวัยสวมแว่นตากรอบทอง ท่าทางสง่างามและสายตาที่เคยมองเธียรด้วยความเหยียดหยามเมื่อครั้งอดีต... คุณหญิงรัชนีกุล ผู้เป็นป้าแท้ๆ ของร่างเดิมที่รินรดาครอบครองอยู่
"ไม่นึกเลยนะคะว่าเด็กเหลือขอที่ถูกขับไล่ไสส่งให้มาตายผ่อนส่งในชนบท จะมีปัญญาตะเกียกตะกายจนมีบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ได้... รินรดา หลานรัก หรือฉันควรเรียกว่า 'คนเนรคุณ' ดีล่ะคะ?" คุณหญิงรัชนีกุลก้าวลงมาโดยมีคนรับใช้กางร่มกันแดดให้ ท่าทีเชิดหยิ่งและรอยยิ้มเยาะหยันนั้นไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านให้แก่หญิงสาวแม้แต่น้อย
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เธอดึงมือออกจากอุ้งมือของศิลาชั่วคราวเพื่อก้าวออกไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง ความทรงจำในอดีตชาติและการตื่นขึ้นมาในร่างนี้สอนให้เธอรู้ว่า สุนัขที่เห่าเสียงดังมักไม่ใช่สุนัขที่น่ากลัวที่สุด แต่คือคนพวกนี้ที่มักคิดว่าตนเองถือสิทธิ์เหนือชีวิตผู้อื่นอยู่เสมอ
"ยินดีต้อนรับสู่ไร่ปลายนาของดิฉันค่ะ คุณป้า... หรือควรเรียกว่าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญดีคะ? เพราะดูจากทะเบียนรถแล้ว ทางเราคงไม่ได้ส่งจดหมายเชิญให้มาเยี่ยมชมแปลงเกษตรที่ใช้แรงงานหยาดเหงื่อแลกมาหรอกนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
คุณหญิงรัชนีกุลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่มองหลานสาวหัวรั้นที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแววตาหวาดกลัวหรือความเวทนาขอความช่วยเหลืออีกต่อไป เหลือเพียงความมั่นใจและรัศมีบางอย่างที่กดดันให้คนมองรู้สึกอึดอัดเสียเอง
"ปากคอเราะร้ายขึ้นเยอะนี่รินรดา สงสัยการอยู่กับพวกชาวบ้านคงทำให้เธอขาดการอบรมสั่งสอน... แต่เอาเถอะ ฉันไม่ได้มาต่อปากต่อคำกับเด็กกะโปโลอย่างเธอ เอกสารฉบับนี้คือคำสั่งจากตระกูล เราพบว่าโฉนดที่ดินผืนนี้และรอบข้าง รวมถึงสิทธิ์ในการครอบครองพืชสมุนไพรหายากที่คุณกำลังเพาะ ล้วนอยู่ในเขตผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทในเครือเรา เซ็นชื่อสละสิทธิ์เสียแต่โดยดี แล้วฉันจะเมตตาให้เธอไสหัวกลับเข้าเมืองไปแบบมีข้าวกิน"
แผ่นกระดาษถูกโยนลงบนโต๊ะไม้ไผ่หน้าบ้านอย่างไม่ไยดี ศิลาที่ยืนเงียบมานานก้าวเข้ามาขนาบข้างภรรยา สายตาคมกราบกรานมองเอกสารนั้นก่อนจะหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวของวิศวกรหนุ่มแผ่รังสีความกดดันออกมาจนคนรับใช้ของคุณหญิงถึงกับต้องถอยก้าวหนึ่ง
"คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะครับคุณหญิง..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ที่ดินทุกตารางนิ้วตรงนี้ รวมถึงใบอนุญาตครอบครองและวิจัยสมุนไพรป่าลึก อยู่ภายใต้ชื่อของผมและภรรยาตามกฎหมาย และที่สำคัญ... ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนกลางไม่มีอำนาจใดๆ เหนือโฉนดตราครุฑแดงแปลงนี้ เว้นแต่คุณจะยอมรับว่าใช้ใช้อำนาจมิชอบข่มขู่ประชาชน"
ใบหน้าของคุณหญิงรัชนีกุลเริ่มเปลี่ยนสี ความโกรธเกรี้ยวแล่นริ้วขึ้นมาบนดวงตาที่ผ่านโลกมามาก "บังอาจนัก! แกเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉัน รู้ไหมว่าฉันสามารถสั่งปิดไร่กระจอกๆ นี่ให้พังพินาศภายในวันเดียวได้ด้วยปลายนิ้ว!"
"เชิญตามสบายเลยค่ะ" รินรดาแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานหยด เธอหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาเล่นก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตา "แต่ก่อนจะสั่งปิด ไร่ของดิฉันคงต้องเรียนเชิญเจ้าหน้าที่ป่าไม้และชุดตรวจสอบที่ดินพิเศษที่สามีของดิฉันเพิ่งประสานงานไว้เมื่อเช้า เข้ามาตรวจสอบ 'กรรมสิทธิ์ที่ดินซ้อนทับ' ที่พวกคุณพยายามฮุบมาหลายปีเสียก่อน... ไม่ทราบว่าคุณหญิงสนใจจะอยู่ดื่มชาร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินสักถ้วยไหมคะ?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของคุณหญิงรัชนีกุลแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่พวกนางมองเป็นเบี้ยล่าง จะก้าวล้ำหน้าแผนการของตระกูลไปหลายก้าวแล้ว
"แก... แกกล้าดีนักนะรินรดา!"
"ดิฉันแค่ปกป้องสิ่งที่ควรจะเป็นของดิฉันค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ได้ยินกันชัดเจนสองคน "และถ้าไม่อยากให้ข่าวเรื่องการฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้านหลุดออกไปหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจพรุ่งนี้เช้า กรุณาขึ้นรถแล้วไสหัวออกไปจากเขตไร่ของดิฉัน... ภายในสามวินาทีนี้ค่ะ"
คุณหญิงรัชนีกุลสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าหลานสาวด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวขึ้นรถหรูด้วยความอับอาย รถคันงามพ่นควันสีดำทะลักออกตัวด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อรถคันนั้นลับสายตาไป รินรดาก็ผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ร่างบางเซเล็กน้อยก่อนจะตกอยู่ในอ้อมแขนที่อบอุ่นและแข็งแกร่งของศิลาทันที
"เก่งมากครับภรรยาของผม..." ศิลาจุมพิตเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อของเธอ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความรักล้นปรี่ "แต่การที่เราปฏิเสธพวกเขาแบบนี้ หมายความว่าแผนการสำรวจป่าลึกเพื่อหา 'โสมหิมะพันปี' ที่เธอกำลังต้องการ เพื่อนำมาใช้เป็นยารักษาอาการป่วยเรื้อรังของคุณยาย... จะต้องเลื่อนให้เร็วขึ้น และอันตรายกว่าเดิมแน่นอน เพราะพวกมันรู้ตัวแล้วว่าเรากำลังครอบครองสิ่งที่พวกมันต้องการที่สุด"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ดิฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงผลผลิตและสมุนไพรที่ฉันเพียรปลูกเด็ดขาดค่ะ... พรุ่งนี้เช้า เราจะเดินทางเข้าเขตป่าต้องห้ามกัน"
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบผืนนาสีเขียวขจี ทว่าความสงบสุขของไร่ปลายนาไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ในขณะที่ทั้งสองกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์เดินป่าท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของแกงป่าสมุนไพรฝีมือรินรดาที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอไปทั่วบริเวณบ้านพัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่รั้วหน้าบ้าน
ศิลาชะงักมือที่กำลังลับมีดเดินป่า เขาขมวดมวลคิ้วเข้มเข้าหากันเมื่อเงาตะคุ่มของชายชุดดำกลุ่มใหญ่กว่าสิบคน กำลังปีนรั้วลวดหนามเข้ามาในเขตไร่โดยไม่สนคำเตือนใดๆ ทั้งสิ้น และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ผู้นำทางของกลุ่มคนชุดดำเหล่านั้น คือชายชราปริศนาผู้ถือไม้เท้าหัวมังกรทอง ซึ่งรินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นบุคคลในบันทึกความลับที่ระบุไว้ว่า... เป็นผู้กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการตายของมารดาเธอ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 19
การสำรวจป่าเพื่อสมุนไพรหายาก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!