นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 18

เสียงนินทาที่ไร้ค่า

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
หมายศาลสีขาวสะอาดที่ถูกพับอย่างประณีตในมือของชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลเข้ารูป ตัดกับบรรยากาศกลิ่นไอดินและแปลงผักออร์แกนิกหลังบ้านอย่างสิ้นเชิง รินรดากวาดสายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยมุมปากที่ยกย่องขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเย้ยหยันระคนสมเพช เธอไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวดังเช่นที่แขกไม่เชิญเหล่านี้คาดหวังไว้แม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับสู่ 'ไร่รดาภัทร' ค่ะคุณชายภาคิน..." เสียงหวานใสเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน รินรดาก้าวเท้าเดินผ่านร่างของป้าสะใภ้ผู้กำลังทำหน้าสะใจราวกับถือไพ่เหนือกว่า ออกมาเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธออย่างไร้เยื่อใยในชาติก่อน "ดูท่าทางทางเมืองหลวงจะร้อนรนเสียจนต้องส่งทายาทตระกูลใหญ่มาเดินย่ำโคลนด้วยตัวเองเชียวหรือคะ?" ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขายังคงจดจำภาพหญิงสาวผู้เคยอ้อนวอนขอความรักจากเขาได้ติดตา แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้ากลับสง่างามและทรงพลังอย่างประหลาด รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอดึงดูดจนทำให้เขาเผลอชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวจะเข้าแทนที่เมื่อนึกถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ถูกเธอตัดสิทธิ์ไปอย่างไร้เยื่อใย "รินรดา! เธอกล้ามากนะที่ซ่อนตัวอยู่หลังเขาแล้วทำตัวเป็นคนพาล ตัดสิทธิ์การถือครองที่ดินมรดกของตระกูลเราได้อย่างไร เอกสารฉบับนี้คือหมายศาลเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและบังคับให้เธอคืนโฉนดทั้งหมดกลับคืนสู่ตระกูล!" ภาคินตวาดกร้าว ใบหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากตอบโต้ ร่างสูงใหญ่ของศิลาซึ่งก้าวออกมาจากโรงเรือนเพาะชำพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ในมือก็ก้าวเข้ามายืนบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาวางลงบนไหล่บอบบางของเธอนิ่งเป็นการแสดงออกถึงการปกป้องอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "คุณพูดเสียงดังเกินไปในอาณาเขตของผมนะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึง 'ในพื้นที่ส่วนบุคคลของภรรยาผม'" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม เขายกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นพลิกเปิดช้าๆ "หากคุณอ่านหนังสือออกและมีความรู้ด้านกฎหมายที่ดินมากพอ ภาคิน... คุณน่าจะรู้ว่าโฉนดทุกแปลงที่นี่ถูกย้ายชื่อมาเป็นของรินรดาอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ตั้งแต่ก่อนที่พวกคุณจะคิดวางแผนฮุบสมบัติด้วยซ้ำ" ป้าสะใภ้ที่ยืนลุ้นอยู่ข้างหลังรีบโพล่งขึ้นด้วยความร้อนรน "อย่าไปฟังมันนะคุณภาคิน!อีเด็กนี่มันใช้วิธีสกปรกหลอกลวงผู้ใหญ่! มันไม่มีทางมีปัญญาหาเงินมาซื้อที่ดินผืนใหญ่โตขนาดนี้ได้หรอกค่ะท่าน! มันต้องแอบยักยอกเงินตระกูลเรามาแน่ๆ!" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก เธอเดินเบี่ยงตัวออกจากเงาของศิลา ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ตรงๆ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังลောက်ลุกลนของอีกฝ่าย "ยักยอกเงินหรือคะป้าสะใภ้? เงินที่ฉันใช้สร้างเนื้อสร้างตัวทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการขายผลผลิตเกษตรแปรรูปในตลาดพรีเมียม ไม่เหมือนกับพวกท่านที่วันๆ เอาแต่นั่งรอเศษเงินจากกองมรดกแล้วเที่ยวเอาข่าวลือไร้สาระไปนินทาตามตลาดสดเพื่อลดทอนคุณค่าคนอื่น" รินรดาเว้นจังหวะ ปรายตามองทนายความฝั่งตรงข้ามที่เริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก "เชิญตรวจสอบบัญชีและเอกสารสิทธิ์ได้เต็มที่เลยค่ะ เพราะทุกแปลงที่นี่... ฉันซื้อมาด้วยเงินสดและสัญญาซื้อขายที่โปร่งใสยิ่งกว่ากระจก" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทนายความประจำตระกูลของภาคินรีบดึงแขนเจ้านายหนุ่มกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หลังจากกวาดสายตาอ่านข้อความในสำเนาโฉนดที่ศิลาหยิบยื่นให้ดูเพื่อเป็นการตบหน้าทางกฎหมาย ภาคินหน้าซีดเผือดลงทันที เมื่อพบว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่หญิงสาวกล่าวอ้าง ไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายใดๆ ให้เขาฟ้องร้องได้เลย "เป็นอย่างไรบ้างคะ หมายศาลฉบับนั้น... จะใช้เช็ดกระจกหรือจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกความโง่เขลาของตัวเองดีคะ?" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด ภาคินกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งสายตาอาฆาตมาดร้าย "เธอจำไว้รินรดา เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!" พูดจบทายาทหนุ่มตระกูลใหญ่ก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทកเท้าขึ้นรถหรูขับออกไปจากไร่ด้วยความอัปยศอดสู โดยมีป้าสะใภ้หน้าซีดวิ่งตามตูดเป็นลูกไก่ เมื่อกลุ่มคนน่ารำคาญลับสายตาไป บรรยากาศอบอุ่นรอบไร่ก็กลับคืนมาอีกครั้ง ศิลาหันมามองภรรยาคนสวยด้วยแววตาอ่อนแสงลง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "จัดการได้สวยงามมากค่ะคุณภรรยา... แบบนี้ต้องมีรางวัลให้เสียหน่อยแล้ว" รินรดาค้อนให้สามีหนุ่มเบาๆ ก่อนจะแย้มยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี "รางวัลอะไรของคุณกันคะศิลา แค่เคลียร์พวกเศษสวะพวกนี้ได้ ไร่วันนี้ก็อากาศบริสุทธิ์ขึ้นตั้งเยอะแล้วค่ะ ว่าแต่... กลิ่นอะไรหอมๆ ลอยมาจากในครัวน่ะคะ?" ศิลาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ "ก็ฝีมือแม่ยายที่ทำ 'แกงเขียวหวานไก่บ้านใส่ยอดมะพร้าวอ่อน' รอไว้ฉลองชัยชนะให้คุณยังไงล่ะคะ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งไร่จนคนงานแอบกลืนน้ำลายกันเป็นแถบแล้ว" ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านเพื่อลิ้มลองอาหารมื้อพิเศษนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน วิศวกรหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าที่ผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมตวัดกลับไปมองเส้นทางเข้าไร่ที่ฝุ่นตลบขึ้นมาอีกครั้งจากรถยนต์ปริศนาคันใหม่ที่กำลังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว "รินรดา... ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญชุดใหใหญ่กว่าเดิมมาเยือนอีกแล้วค่ะ..." ศิลาเอ่ยเสียงเครียด พร้อมกับคว้ามือบางของเธอไว้แน่นเมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถคันนั้นชัดเจน "รถคันนี้... มาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนกลางของตระกูลใหญ่ฝั่งคุณแม่ของคุณเอง!" กุหลาบหนามเงิน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความสตรองของรินรดาด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%