นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 8

กลยุทธ์ป้องกันพื้นที่

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินฉบับจริงถูกกางลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงตบโต๊ะดังปังด้วยความโกรธเกรี้ยวของญาติผู้พี่ฝั่งสามีเก่าดังสะเทือนไปทั่วห้องรับแขกของไร่ปลายนา รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นอย่างใจเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของหญิงสาวไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากแต่เป็นความเย้ยหยันที่เคลือบไว้ด้วยความเฉียบคม "รินรดา! เธอคิดว่าเอาโฉนดแปลงนี้ไปซ่อนไว้แล้วจะพ้นหรือไง ทางกฎหมาย พินัยกรรมฉบับนั้นยกให้ตระกูลเราเป็นผู้จัดการมรดก! เธอเป็นแค่อม2พยักพเยิดที่เข้ามาเกาะเกี่ยว อย่าหวังว่าจะได้ที่ดินทำกินพวกนี้ไปแม้แต่ตารางวาเดียว!" น้ำเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ตัวแสบแผดเสียงก้อง พร้อมกับเอกสารคำฟ้องร้องที่ถูกโยนลงมาตรงหน้าจนถ้วยชาสั่นไหว รินรดาลดถ้วยแสนอร่อยลงช้าๆ สายตาคมกริบดุจหนามกุหลาบกวาดมองข้อความในกระดาษแผ่นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตกใจกลัว มีเพียงประกายแห่งความท้าทายที่วาบผ่านนัยน์ตาคู่สวย "ฟ้องร้องข้อหาครอบครองปรปักษ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายอย่างนั้นหรือคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าเสียดายนะคะที่พวกท่านอ่านหนังสือไม่แตกฉาน หรือว่าแกล้งโง่เพื่อให้หลุดพ้นจากคดีอาญาข้อหายักยอกทรัพย์ที่ฉันกำลังจะยื่นฟ้องกลับกันแน่?" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที สีหน้าของญาติผู้พี่ที่เคยลำพองใจเริ่มซีดเผือดลงถนัดตา พวกเขาไม่คิดว่าอดีตสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและถูกรังแกจนแทบเอาตัวไม่รอด จะพลิกกลับมามีเขี้ยวเล็บที่คมกริบถึงเพียงนี้ ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้สักถูกผลักออกเบาๆ ศิลา วิศวกรหนุ่มผู้มีเรือนร่างสูงสง่าและแววตานิ่งสงบราวกับผืนน้ำลึก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มหนังสีดำสนิทในมือ กลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจของเขาทำให้ผู้บุกรุกถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ศิลาไม่ได้กล่าวทักทายใครเป็นพิเศษ เขาก้าวตรงมาหยุดยืนเคียงข้างเก้าอี้ของรินรดา มือหนาวางลงบนพนักพิงอย่างให้เกียรติและประกาศอาณาเขตทางพฤติกรรมอย่างชัดเจนว่า ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกผู้หญิงของเขา "ทนายความฝั่งผมตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลัง "มาตราที่คุณอ้างถึง ถูกยกเลิกไปตั้งแต่การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา หากคุณยังยืนกรานจะดำเนินคดีนี้ต่อ ทางเราจะยื่นฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จและพยายามฮุบที่ดินโดยทุจริต ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะทำให้ไร่ฝั่งโน้นต้องขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาอีก รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าเนื้อดีอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่าไปยังคู่กรณี "เชิญกลับทางเดิมนะคะ และหวังว่าครั้งหน้า... เอกสารที่พวกคุณถือมา จะไม่ใช่หมายศาลเรียกคดีอาญา เพราะฉันคงไม่ใจดีเจรจานอกรอบให้อีกเป็นครั้งที่สอง" เมื่อร่างของบรรดาญาติผู้พี่ถอยร่นออกไปด้วยความพ่ายแพ้และหวาดกลัว ศิลาจึงผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย เขามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและคลั่งรักไม่เสื่อมคลาย "คุณวางหมากขั้นตอนนี้ได้เฉียบขาดมาก เก่งจนผมแทบไม่ต้องออกแรงเลย" "ถ้าไม่มีคุณช่วยตรวจสอบแนวเขตที่ดินและรวบรวมหลักฐานทางวิศวกรรมและการครอบครองให้ เกมนี้ฉันคงเดินลำบากเหมือนกันค่ะ" รินรดาหันไปยิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อหลอกลวงใคร แต่เป็นรอยยิ้มแห่งความสุขที่พวกเขาร่วมกันสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาด้วยกัน เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะในยกแรก รินรดาลุกขึ้นเดินเข้าสู่ห้องครัวพร้อมกับศิลาที่เดินตามติดไม่ห่าง กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรพื้นบ้านเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณเมื่อเธอเปิดฝาหม้อดินเผา ข้าวต้มปลาเก๋าร้อนๆ เนื้อปลาสดหวานจากบ่อเลี้ยงหลังไร่ ถูกตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต โรยด้วยขิงซอยและต้นหอมกรุ่น พร้อมกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเด็ดรสจัดจ้านที่เธอบรรจงปรุงขึ้นเองเพื่อมื้อนี้โดยเฉพาะ กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารจานเด็ดลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สาดแสงสีส้มทองทาบทับผืนนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ทั้งสองนั่งลงเคียงข้างกันที่โต๊ะอาหารริมระเบียง เพลิดเพลินกับรสชาติอาหารอันแสนอบอุ่นและความเงียบสงบที่พวกเขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและมันสมอง ทว่า... ในขณะที่ช้อนกระเบื้องกำลังจะตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและไม่ควรเกิดขึ้นในยามวิกาลแบบนี้ ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย วางช้อนลงทันที รินรดากระพริบตาช้าๆ วางช้อนตาม ลุกขึ้นยืนช้าๆ ขณะที่ฝีเท้าของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามายังระเบียงบ้านอย่างถือวิสาสะ ประตูบานกระจกค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ปรากฏร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มราคาแพง ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตากลับคมกราบกวาดมองไปทั่วไร่ปลายนา ก่อนจะหยุดอยู่ที่รินรดาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลซีดในมือที่จารึกตราประทับลับสุดยอดของสำนักงานที่ดินจังหวัด "ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลนะครับ คุณรินรดา... แต่มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลาง แจ้งว่าโฉนดที่คุณถือครองอยู่ทั้งหมด กำลังถูกระงับสิทธิ์ชั่วคราว เนื่องจากมีบุคคลปริศนาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงที่ถือครองโฉนดฉบับลอยก่อนการปฏิรูปที่ดินเมื่อสิบปีก่อน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างอาณาจักรแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%