รอยหมึกสีดำเข้มบนโฉนดที่ดินฉบับจริงในมือรินรดากำลังสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของค่ำคืนปลายฤดูฝนที่พัดผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้สัก หากแต่เป็นเพราะเงาสะท้อนในกระจกบานเก่าที่ฉายภาพหญิงสาวคนเดิม—ภาพของ "นางร้าย" ในนิยายน้ำเน่าผู้เคยกรีดร้องตบตีเพื่อแย่งชิงทุกอย่างมาไว้ในกำมือ ผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้วไม่ใช่หรือคะ? แล้วเหตุใด... ในยามที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคำนวณบัญชีผลผลิตออร์แกนิกและวางแผนขยายพื้นที่ปลูกเมล่อนญี่ปุ่น เงาของความโหดร้ายในอดีตชาติถึงยังตามมาหลอกหลอนราวกับคราบหมึกที่ไม่มีวันลบเลือน
"ถ้ากังวลเรื่องอดีตนัก... ก็เอาโฉนดพวกนี้ไปแปะทับอดีตเสียสิคะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่ทาบทับลงบนไหล่บอบบาง ศิลาเดินเข้ามาเงียบเชียบราับพยัคฆ์หนุ่ม วิศวกรหนุ่มผู้มีรอยสักจางๆ ที่ท้องแขนและแววตาคมกราบกรานดุจหินผา เขาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุ "แกงเขียวหวานไก่บ้านใส่ยอดมะพร้าวอ่อน" ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายตลบอบอวลไปทั่วห้องทำงานเล็กๆ กลิ่นพริกแกงตำมือโขลกสดๆ กับกะทิเคี่ยวจนแตกมันลอยฟุ้ง ตัดกับความเคร่งเครียดในห้องได้อย่างน่าประหลาด
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในอก ปลายเล็บจิกเข้าหากันเบาๆ จนขึ้นสีขาว เธอยิ้มฝาดเฝื่อนให้สามีหนุ่มผู้แสนดี "คุณศิลาก็... ฉันไม่ได้กลัวเรื่องเอกสารสิทธิ์หรอกค่ะ แต่ฉันกลัวว่าวันหนึ่ง... ตัวตนเก่าๆ ที่ฉันพยายามฝังกลบมันลงดิน จะโผล่หัวขึ้นมาทำลายทุกอย่างที่เราสองคนช่วยกันสร้างต่างหากล่ะคะ"
ศิลานั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดระแวง เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมมาจับมือเรียวบางของเธอขึ้นมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงเข้ามาในจิตใจที่กำลังเคว้งคว้าง
"จำคำที่ผมเคยพูดในวันที่เราจรดปากกาเซ็นสัญญาทำแปลงเกษตรด้วยกันได้ไหมครับ?" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นทุกคำ "ต่อให้คุณเคยเป็นปีศาจร้ายมาจากไหน... แต่ในโลกใบนี้ ในอาณาจักรไร่ปลายนาแห่งนี้ คุณคือ 'รินรดา' ภรรยาของผม ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ดินแห้งแล้งนี่กลายเป็นทองคำ... อดีตมันก็แค่ปุ๋ยหมักครับ มันเหม็นเน่าและผ่านมาแล้วผ่านไป แต่มันทำให้ต้นไม้อย่างเราเติบโต"
คำพูดของเขาเฉียบคมและชะงักงันความฟุ้งซ่านในหัวของเธอได้ชะงัดนัก รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะตักแกงเขียวหวานร้อนๆ เข้าปาก รสชาติกลมกล่อมของกะทิสด ความหวานกรุบกรอบของยอดมะพร้าว และความเผ็ดร้อนกำลังดีของพริกขี้สวนซ่านไปทั่วลิ้น รสชาติอาหารฝีมือศิลามักจะมีพลังวิเศษในการเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าของเธอเสมอ เสียงช้อนกระทบขอบถ้วยเซรามิกดังเบาๆ ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมยามค่ำคืน บรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่ายที่เธอโหยหามาตลอดบั้นปลายชีวิตใหม่นี้ช่างหอมหวานเสียจนเกือบทำให้เธอหลงลืมความจริงข้อหนึ่งไป...
ความจริงที่ว่า บาดแผลในอดีตไม่เคยหายไปไหน มันเพียงแต่รอเวลาตกสะเก็ด
ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครจงใจพังมันลงมา ขัดจังหวะความสุขยามดึกอย่างไม่ไว้หน้า ทันใดนั้น ร่างกายของรินรดาก็แข็งทื่อ สัญชาตญาณดิบของนางร้ายผู้เคยผ่านสมรภูมิการแย่งชิงตื่นตัวขึ้นทันที ดวงตาคมตวัดมองไปที่ประตูห้องทำงานด้วยความระแวงขีดสุด ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง สีหน้าเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดุจหมาป่าปกป้องอาณาเขต เขาสูดกลิ่นอายบางอย่างที่ลอยมากับสายลมราตรี แล้วขมวดคิ้วมุ่น
"ใครกันดึกดื่นป่านนี้..." รินรดากระซิบเสียงพร่า หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก
ศิลาส่งสัญญาณให้เธอนั่งนิ่งๆ อยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวเท้าอาดๆ ไปกระชากประตูไม้สักเปิดออก แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบกับร่างของผู้มาเยือนที่ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าประเบียง ผู้หญิงคนนั้นสวมเสื้อผ้าชุดหรูหราที่เปรอะเปื้อนโคลน ใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่ดวงตาที่จ้องมองตรงมายังรินรดากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่คุ้นตาเสียยิ่งกว่าเงาในกระจก
"ตกใจไหมล่ะ... น้องรินรดาตัวปลอม" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างอาณาจักรแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 9
ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!