นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 10

มื้อค่ำท่ามกลางแสงดาว

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"คุณตั้งใจจะเอาชนะใจฉันด้วยข้าวโพดต้มฝักนี้ หรือเพราะกลัวว่าฉันจะหนีไปจดทะเบียนหย่ากับคุณกันแน่คะ, คุณศิลา" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบแปลงเกษตร ศิลายื่นฝักข้าวโพดหวานสีเหลืองทองกรุ่นกลิ่นควันไฟให้หญิงสาว รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากของวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดินนิ่งขรึมผู้นี้ มีเพียงรินรดาเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ได้เห็นมัน รินรดารับฝักข้าวโพดมาด้วยปลายนิ้วเรียว ปลายจ้าวดอกหญ้าไหวเอนตามแรงลมอ่อนยามพลบค่ำ กลิ่นหอมของดินชื้นหลังรดน้ำและกลิ่นอายควันฟืนจากการเคี่ยวแกงป่าปลาช่อนในหม้อดิน ลอยอบอวลผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศแสนวิเศษที่หาไม่ได้จากเมืองกรุงอันวุ่นวาย อดีตนางร้ายผู้เคยถูกตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวและไร้ค่า กลับกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรไร่ปลายนาที่กำลังผลิดอกออกผลอย่างงดงามในตอนนี้ "ผมไม่เคยคิดเรื่องหย่าตั้งแต่แรกแล้วค่ะ... ริน" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม ดวงตาคมกราบกรานมองใบหน้าเนียนนุ่มที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้มสลัวจากกองไฟ "โฉนดที่ดินทุกแปลงในอำเภอนี้ ต่อให้รวมกันทั้งหมด ก็ยังไม่มีค่าเท่ารอยยิ้มของคุณเวลาที่เห็นผลผลิตเก็บเกี่ยวได้เต็มตะกร้าหรอกนะ" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับมีกองทัพกลองศึกย่อมๆ มาตีอยู่ข้างใน นางค้อนให้เขาควงหนึ่งวงอย่างหมั่นไส้ในความปากหวานที่ไม่เข้ากับลุควิศวกรมาดนิ่งของเขาเลยสักนิด "พูดจาชวนเลี่ยนเสียจริงนะคะ ระวังเถอะ... ถ้าผลผลิตล็อตใหม่ที่เราจะเอาไปส่งตลาดพรุ่งนี้เกิดขายไม่ออก ฉันจะให้คุณรับผิดชอบด้วยการมากวาดลานตากข้าวเปลือกแทนฉันสามวันติดกันเลย" "ยินดีครับ... เอ๊ย, ยินดีค่ะ" ศิลาแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตากลมโตของภรรยาหมาดๆ หรี่มองด้วยความจับผิด เขายกมือขึ้นยอมแพ้อย่างอารมณ์ดี ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กำแพงความระแวงในใจของรินรดากระท่อนกระแท่นพังทลายลงทีละน้อย จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และสัญญาทางกฎหมาย บัดนี้มันกลับถูกถักทอด้วยความห่วงใย รอยยิ้ม และความเหนื่อยยากที่ร่วมฝ่าฟันกันมา บนโต๊ะไม้ไผ่ตัวเตี้ยกลางลานบ้าน มีสำรับอาหารบ้านๆ ที่รินรดาลงมือปรุงด้วยตนเองวางอยู่ แกงป่าไก่บ้านใส่หน่อไม้ดองรสจัดจ้าน ไข่เจียวฟูหนานุ่มใส่ใบมะกรูด และปลาทับทิมเผาเกลือตัวโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ศิลานั่งลงฝั่งตรงข้าม จัดแจงแกะเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดใส่ลงในจานของเธออย่างเอาใจใส่ "ลองชิมดูค่ะ หน่อไม้ดองนี่ฉันหม้อเองกับมือ รสชาติเปรี้ยวกำลังดี ไม่เค็มโดดเหมือนที่ซื้อตามตลาดแน่นอน" รินรดาตักแกงป่าราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้เขา ศิลารับคำด้วยรอยยิ้ม ตักเข้าปากแล้วพยักหน้ารับอย่างชื่นชม "ฝีมือคุณไม่มีที่ติอยู่แล้ว ริน... รสชาติแบบนี้ ต่อให้เป็นเชฟมิชลินจากภัตตาคารหรูในเมืองกรุง ก็ไม่มีทางทำให้อบอุ่นเท่าฝีมือภรรยาของผมได้หรอก" "ปากหวานแบบนี้ สงสัยอยากจะได้งบประมาณเพิ่มเพื่อไปขยายแปลงปลูกผักออร์แกนิกเพิ่มอีกแปลงสิคะ" รินรดาแสร้งหรี่ตามองอย่างรู้ทัน แต่รอยยิ้มกว้างที่แต้มอยู่บนใบหน้ากลับปฏิเสธไม่ได้ว่านางกำลังมีความสุขมากเพียงใด บรรยากาศยามค่ำคืนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เสียงหัวเราะและบทสนทนากลมกลืนไปกับเสียงธรรมชาติ รินรดารู้สึกราวกับว่านี่คือรางวัลชิ้นใหญ่ที่ฟ้าประทานให้ หลังจากที่นางต้องชดใช้บาปกรรมในชาติก่อนอย่างแสนสาหัส การได้มีชีวิตใหม่ มีแปลงเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ และมีชายหนุ่มผู้มั่นคงคอยเคียงข้าง... มันคือความสมบูรณ์แบบที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาที่รอเวลาถูกกระชากหน้ากาก ในขณะที่รินรดากำลังยื่นมือไปรินน้ำชาสมุนไพรใส่แก้วให้ศิลานั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณรั้วไม้ไผ่หน้าไร่ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายหยาบคายที่ทำลายบรรยากาศแสนโรแมนติกให้พังทลายลงในพริบตา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้อีริน! มึงกล้าดียังไงถึงฮุบที่ดินแปลงนี้ไว้คนเดียว ทั้งที่มันควรเป็นสมบัติของตระกูลเรา!" เสียงแหลมปรี๊ดของ "คุณนายสายสวาท" แม่สามีเก่าผู้ใจร้ายและเห็นแก่ตัว ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมที่พังประตูรั้วไม้เข้ามาอย่างไร้มารยาท ด้านหลังมีสมุนร่างใหญ่สองคนถือกระบองไม้เดินตามเข้ามาด้วยแววตาคุกคาม ศิลาวางแก้วน้ำในมือลงทันที แววตาที่เคยอบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากดไหล่บางเบาเป็นเชิงบอกให้นั่งนิ่งๆ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาส่อประกายคมกริบดุจมีดโกนซ่อนภายใต้ความนิ่งสงบ นางค่อยๆ วางตะเกียบลงอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "อ้าว นึกว่าใครที่ไหน..." รินรดาเอ่ยเสียงใสแต่กังวานชัดเจน ก้าวเท้าเดินผ่านศิลาน้ำออกไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นด้วยท่าทีองอาจไม่เกรงกลัว "คุณแม่สามี... อ้อ ไม่สิค่ะ ฉันหย่าขาดกับลูกชายคุณไปนานจนสมองเสื่อมจำไม่ได้แล้วว่า คุณยังมีหน้ามาเหยียบที่ดินส่วนบุคคลของฉันด้วยเหตุผลอะไร หรือว่าเงินที่ปล้นไปจากฉันในอดีตมันหมดเกลี้ยง จนต้องมาเที่ยวปล้นชาวบ้านกินเหมือนพวกโจรป่าแล้วคะ?" สายสวาทหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นิ้วอวบอูมชี้หน้าสาวรุ่นลูกด้วยความสั่นเทา "อีปากดี! แกมันกาลกิณี ทำให้ตระกูลเราฉิบหาย วันนี้กูจะมาทวงโฉนดที่ดินคืน ไม่งั้นแกกับไอ้หน้าอ่อนนี่... ได้กลายเป็นปุ๋ยฝังดินสมใจแน่!" ศิลาแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อวิศวกร สะบัดมันเบาๆ ให้เห็นตราประทับทางราชการเด่นชัดท่ามกลางแสงไฟฉายที่พวกมันถือมา "เกรงว่าคุณยายจะเข้าใจอะไรผิดนะครับ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายผะผะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "เพราะโฉนดแปลงนี้... และทุกตารางนิ้วในรัศมีห้ากิโลเมตรนี้ อยู่ใต้กรรมสิทธิ์ทางกฎหมายของผม และ 'ภรรยา' ของผมแต่เพียงผู้เดียว... และถ้าพวกคุณยังไม่ก้าวเท้าออกไปจากเขตพื้นที่ส่วนบุคคลภายในสามวินาทีนี้ ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์สิน ในการแจ้งข้อหาบุกรุกและปล่อยสุนัขเฝ้าไร่ออกมาต้อนรับพวกคุณแทนแล้วล่ะครับ" สิ้นคำพูดของศิลา เสียงคำรามต่ำในลำคอของ "เจ้าเฉาก๊วย" หมาไทยหลังอานตัวโตน้ำหนักกว่าสี่สิบกิโลฯ ก็ดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับดวงตาสีอำพันที่เรืองรองในความมืดจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนบุกรุก สายสวาทหน้าซีดเผือก ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว นางส่งสัญญาณให้สมุนถอยร่น แต่ก่อนที่คนพวกนั้นจะทันได้หันหลังวิ่งหนี รินรดาก็ยกยิ้มมุมปาก เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปถึงกระดูกดำ "อ้อ... เกือบลืมบอกไปค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้รั้วไม้ ดวงตาสุกใสเต็มไปด้วยความสนุกสนานสะใจ "ปุ๋ยหมักสูตรชีวภาพล็อตใหม่ที่ฉันเพิ่งหมักไว้เมื่อวาน... กำลังต้องการอินทรียวัตถุก้อนใหญ่พอดีเลยนะคะ สนใจจะลองเป็นส่วนผสมสำคัญให้ไร่ของเราหน่อยไหมคะ... คุณแม่?" *ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 10 นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ* — กุหลาบหนามเงิน
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%