นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 11

ตลาดนัดชุมชนและโอกาสทอง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าคิดว่าฉันจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเหมือนในอดีตล่ะก็... คงต้องบอกว่าคุณแม่คำนวณตัวเลขในบัญชีชีวิตฉันพลาดไปถนัดตาเลยนะคะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง ปลายเลิฟกลีบปากสีระเรื่อแย้มยิ้มบางเบา ทอดสายตามองร่างของหญิงสูงวัยผู้ศักดิ์ศรีค้ำคอ ที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนริมฝีปากสั่นระริก แรงปะทะทางวาจานี้ไม่ได้ทำให้คุณแม่สามีจอมปลอมอย่างคุณนายพรรณีกล้าต่อปากต่อคำอีกต่อไป หล่อนถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวาเมื่อได้ยินคำว่า 'ปุ๋ยหมักอินทรียวัตถุก้อนใหญ่' รอยยิ้มเยาะเย้ยจางหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยแววตาจริงจังเด็ดเดี่ยว หญิงสาวหมุนตัวกลับหลังอย่างสง่างาม ไม่เสียเวลาต่อความยาวสาวความยืดกับคนไร้ค่าเหล่านั้นอีก เป้าหมายในวันนี้ใหญ่หลวงและมีมูลค่าเป็นตัวเลขที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของเธอในโลกใบนี้ได้มหาศาล นั่นคือ 'ตลาดนัดชุมชนท้ายอำเภอ' ที่จัดขึ้นทุกวันอเวจี เอ้ย... ทุกวันตลาดนัดกลางเดือนต่างหากค่ะ "ริน ไหวไหม ให้ฉันช่วยแบกตะกร้าสมุนไพรพวกนี้ไปขึ้นรถอีแต๋นไหม" เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อแขนกำยำ ศิลาก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนาเอื้อมมาช่วยรับตะกร้าไม้ไผ่สานบรรจุสมุนไพรสดสีเขียวขจีที่เพิ่งเก็บจากแปลงเกษตรอินทรีย์ของเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มทอดมองภรรยาด้วยความรักและทะนุถนอมอย่างไม่ปิดบัง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยทำให้เธอน้อยใจเลยสักครั้ง ตั้งแต่เธอลืมตาขึ้นมาในร่างของนางร้ายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วง เขาก็คอยกางปีกปกป้องและสนับสนุนทุกย่างก้าว ยิ่งไปกว่านั้น... ในมือของศิลายังคงถือแผ่นโฉนดที่ดินผืนใหญ่ที่เพิ่งไปทำเรื่องรังวัดเพิ่มเติมมาหมาดๆ ชายหนุ่มคลั่งรักคนนี้ถึงขั้นเอาชื่อเธอไปใส่ร่วมเป็นเจ้าของในโฉนดทุกแปลงอย่างไร้ข้อกังขา "ไหวสิคะ ทำไมจะไม่ไหว วันนี้เป็นวันประเดิมสินค้าล็อตแรกของเรานะ ศิลา... คุณเตรียมใจรับมือกับกระแสเงินสดที่จะหลั่งไหลเข้ามาหรือยังล่ะคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจ รถอีแต๋นคู่ชีพพ่นควันจางๆ ออกมาพร้อมเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มกึกก้อง ท่ามกลางบรรยากาศยามสายที่เริ่มมีผู้คนพลุกพล่าน การเดินทางไปยังตลาดนัดชุมชนใช้เวลาไม่นานนัก กลิ่นอายของดินโคลน ต้นหญ้า และกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรไทยนานาชนิดที่รินรดาบรรจงคัดสรรมาอย่างดีลอยอบอวลไปทั่วกระบะท้ายรถ สมุนไพรเหล่านี้ไม่ใช่แค่พืชผักบ้านๆ ทว่าผ่านกรรมวิธีดูแลด้วยมิติพิเศษที่เธอครอบครอง ทำให้พวกมันมีน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นกว่าปกติถึงสามเท่าตัว ใบเสร็จความสำเร็จกำลังรอให้เธอไปเก็บเกี่ยวค่ะ เมื่อมาถึงตลาดนัดชุมชนท้ายอำเภอ ภาพความคึกคักของผู้คน แผงลอยขายของกินส่งกลิ่นหอมฉุย และเสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้าปรากฏขึ้นตรงหน้า รินรดากวาดสายตาสำรวจทำนาก่อนจะเลือกมุมร่มรื่นใต้ต้นฉําฉาขนาดใหญ่ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ลมโกรกเย็นสบายและมองเห็นทางเดินหลักได้อย่างชัดเจน "ตรงนี้แหละค่ะ เหมาะที่สุด" รินรดากระฉับกระเฉงในการจัดวางแผง เธอปูผ้าขาวม้าผืนสะอาดลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะนำกระถางสมุนไพรแปลกตาและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร เช่น สบู่สมุนไพรสูตรลดสิวผิวใส และชาสมุนไพรขับสารพิษ มาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้ายกระดาษคราฟต์เขียนด้วยลายมือบรรจงว่า 'สมุนไพรไร่ปลายนา - สุขภาพดีเริ่มต้นที่ธรรมชาติ' ถูกปักไว้อย่างโดดเด่น ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีแรก กลิ่นหอมเย็นสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรในร้านก็เริ่มดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา "อุ๊ย! กลิ่นอะไรน่ะ หอมสดชื่นจังเลย เหมือนกลิ่นป่าหลังฝนเลยนะแม่" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอุทานขึ้น พร้อมกับหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองที่แผงของรินรดา โอกาสทองมาถึงแล้วค่ะ! รินรดาแย้มยิ้มต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุด ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งการเป็นนักธุรกิจมือทอง "สวัสดีค่ะคุณป้า สนใจทดลองดมชาสมุนไพรสูตรพิเศษของทางไร่เราไหมคะ ช่วยบำรุงหัวใจและปรับสมดุลธาตุในร่างกายได้ดีเยี่ยมเลยนะคะ ชิมรadฟรีค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่าย" เธอรินชาสมุนไพรสีอำพันใสใส่จอกไม้ไผ่ขนาดเล็กยื่นให้อย่างนิ่มนวล กลิ่นหอมละมุนเตะจมูกทันทีที่สัมผัสความร้อน ลูกค้าสาวใหญ่รับไปจิบเบาๆ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง รสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดอย่างที่คิด แถมยังมีรสหวานชุ่มคอทิ้งท้ายอย่างน่าประหลาดใจ "อร่อยมาก! แม่ไม่เคยดื่มชาอะไรแบบนี้มาก่อนเลย มันโล่งคอดีแท้ แล้วกระปุกนี้ขายยังไงล่ะแม่สาว?" คำถามนั้นคือสัญญาณเปิดฉากความสำเร็จ ลูกค้าคนแรกเริ่มควักกระเป๋าเงิน และพริบตาเดียว มุงล้อมแผงสมุนไพรของรินรดาก็หนาแน่นขึ้นจนศิลาต้องเข้ามาช่วยยืนคุมเชิงและรับเงินทอนแทบไม่ทัน สินค้าล็อตแรกถูกกวาดซื้อเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง! รินรดานับธนบัตรในมือด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ธุรกิจก้าวแรกของเธอในฐานะนางร้ายกลับใจประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เกินความคาดหมายเสียด้วยซ้ำ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหันไปบอกข่าวดีกับศิลานั้นเอง... เงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแผง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งอย่างเย้ยหยัน "ไม่นึกเลยนะคะว่าคุณหนูตกอับคนนั้น จะพลิกผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายหญ้าข้างถนนได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้... สนุกมากไหมคะกับการเล่นขายของ?" รินรดาชะงักมือที่กำลังเก็บเงิน เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ รอยยิ้มบนเรียวปากค่อยๆ หุบลง เมื่อพบว่าเป็น 'ศศิธร' อดีตเพื่อนสนิทที่เคยร่วมมือกับตระกูลเก่าของเธอในการกลั่นแกล้งเธอสารพัด และที่สำคัญ... ในมือของหญิงสาวคนนั้น กำลังถือเอกสารบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึกลงทันที -------------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%