"เอกสารสิทธิ์การเช่าที่ดินแปลงท้ายไร่... มาอยู่ในมือคุณได้อย่างไรคะ ศศิธร"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าในคืนเดือนมืด เธอยืนนิ่งอยู่หลังแผงผักออร์แกนิกสีเขียวขจีที่เพิ่งจัดเรียงเสร็จสรรพ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนขมับเล็กน้อยจากการเดินทางมาเปิดแผงในตลาดสดประจำอำเภอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่แววตาที่มองตรงไปยังอดีตเพื่อนสนิทกลับไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความคมกริบดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ
ศศิธรหัวנסในลำคอ เสียงหัวแหลมสูงนั้นบาดหูผู้คนรอบข้างที่เริ่มจับกลุ่มมุงดูเหตุการณ์ หญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นร่วมสมัยที่ดูขัดตาอย่างยิ่งกับพื้นปูนเปียกชื้นของตลาดสด ยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง
"แปลกใจนักหรือคะ รินรดา? คิดว่าหนีมาซุกหัวนอนอยู่กับวิศวกรบ้านนอกจนๆ แล้วจะตัดขาดจากโลกภายนอกได้หรือคะ? โฉนดและสัญญาเช่าเหล่านี้... ทางอำเภอเขาอนุมัติให้คนที่มี 'ความสามารถ' มากพอก็แค่นั้นเองค่ะ" ศศิธรจงใจเน้นเสียงคำว่าความสามารถ พร้อมกับสะบัดแฟ้มเอกสารในมือเบาๆ
บรรยากาศรอบแผงผักพลันเงียบกริบ พ่อค้าแม่ขายแผงข้างเคียงต่างหยุดมือจากการทอนเงินและหันมามองด้วยความสนใจ เสียงซุบซิบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกรัง หลายคนจำรินรดาได้ในฐานะหญิงสาวขยันขันแข็งที่นำพืชผักปลอดสารพิษรสชาติดีเยี่ยมมาขายจนกลายเป็นขวัญใจคนรักสุขภาพในตลาดแห่งนี้ แต่การปรากฏตัวของศศิธรพร้อมกับเอกสารที่ดูเหมือนจะมา 'ฮุบ' พื้นทำกิน ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
รินรดากวาดสายตามองเอกสารในมือของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองของเธอทำงานอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักรกลยุทธ์ ตระกูลเก่าของเธอคงไม่ยอมรามือจริงๆ หลังจากที่เธอปฏิเสธการแต่งงานทางการเมืองและเลือกที่จะออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยสองมือกับศิลา พวกเขาใช้เส้นสายทางราชการพยายามบีบคั้นเธอทุกวิถีทาง และนี่คือหมัดฮุกครั้งใหญ่ที่หวังจะทำให้เธอหมดตัวในคราวเดียว
"ความสามารถ... หรือว่าใช้อำนาจมืดจากตระกูลเก่าของฉันกันแน่คะที่ดลบันดาลให้เอกสารใบนอนนี้มาอยู่ในมือคุณได้" รินรดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบางเบา แต่แววตาคู่นั้นกลับกดดันจนศศิธรต้องชะงักไปชั่วขณะ
"อย่ามาปากดีนะรินรดา! ของแบบนี้ใครมือยาวสาวได้สาวเอา ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าภาษีบำรุงท้องที่ตามกำหนด หรือไม่มีปัญญาบริหารจัดการไร่ให้ได้ตามเป้าหมายของทางอำเภอ เขาก็มีสิทธิ์ยึดคืนและมอบให้คนที่พร้อมกว่าอย่างฉัน... อ้อ! อีกอย่างนะคะ ผักสวยๆ ของเธอล็อตนี้ น่าเสียดายจالبนะคะที่จะต้องกลายเป็นเศษขยะเน่าๆ บนพื้นตลาดเสียก่อน"
ศศิธรตั้งใจยื่นมือออกไปราวกับจะปัดแผงผักออร์แกนิกที่จัดเรียงไว้อย่างประณีตให้ล้มระเนระนาด ความอิจฉาริษยาที่สะสมมานานทำให้หญิงสาวลืมตัว ขาดความยับยั้งชั่งใจ หวังจะทำลายข้าวของตรงหน้าให้อับอายขายขี้หน้ากลางตลาด
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของศศิธรจะสัมผัสโดนกลีบผักกาดขาว มือหนาและใหญ่โตราวกับคีมเหล็กคู่หนึ่งก็เอื้อมเข้าคว้าข้อมือของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด!
"อุ๊ย!" ศศิธรหลุดอุทานด้วยความเจ็บปวด เมื่อแรงบีบที่ข้อมือนั้นหนักหน่วงเสียจนกระดูกแทบร้าว
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ผู้มาใหม่ทำให้ลมหายใจของเธอนิ่งค้าง ศิลา ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แววตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองเธอด้วยความเย็นชาไร้กุศลจิต ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวนแผ่รังสีคุกคามที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่แม้แต่ครึ่งคำ
"ที่นี่... ตลาดของภรรยาผมครับ ถ้าคุณคิดจะทำลายข้าวของหรือหาเรื่องคนของผม เกรงว่าคุณคงต้องผ่านมือผมไปก่อน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และหนักแน่นทุกพยางค์ แรงบีบที่ข้อมือค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอารมณ์คุกรุ่นที่ถูกเก็บกดไว้
ศศิธรหน้าถอดสี รีบสะบัดข้อมือออกทันทีที่ศิลาปล่อยมือ เธอถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว สภาพความเย่อหยิ่งเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับวิศวกรหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความจริงจังและเด็ดขาดคนนี้ของอำเภอ
"คุณ... คุณกล้าทำร้ายร่างกายฉันเหรอ! ฉันมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องนะ!" ศศิธรแผדเสียงกลบเกลื่อนความตื่นกลัว
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น ชายหนุ่มก้มลงหยิบกระดาษแผ่นที่ศศิธรถืออยู่ขึ้นมาพิจารณาเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ
"เอกสารสิทธิ์การเช่าแปลงท้ายไร่... ออกโดยสำนักงานที่ดินอำเภอเมื่อวานนี้ตอนบ่ายสามโมงสินะครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ออกจากกระเป๋าเสื้อ กดโทรออกเพียงกริ๊งเดียวแล้วกรอกเสียงพูดคุยสั้นๆ
"ครับท่านผู้ว่า... ผมศิลานะครับ พอดีที่ดินแปลงท้ายไร่ของพวกเรามีเรื่องเข้าใจผิดเรื่องเอกสารสิทธิ์ซ้ำซ้อน รบกวนช่วยตรวจสอบเลขที่โฉนดแปลงนี้ให้หน่อยครับว่า มีกระบวนการออกเอกสารข้ามขั้นตอนหรือมีการใช้อำนาจมิชอบหรือไม่... อ๋อ ครับ ขอบคุณมากครับท่าน"
ศ่าวางสายลงท่ามกลางความเงียบงัดของฝูงชน ศศิธรหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดบนใบหน้า มือไม้เริ่มสั่นเทาเมื่อได้ยินคำว่า 'ท่านผู้ว่า' จากปากของวิศวกรหนุ่มธรรมดาๆ คนนี้
"คุณ... คุณรู้จักท่านผู้ว่าได้ยังไง..." ศศิธรเสียงสั่นเครือ
ศิลาไม่ได้สนใจคำถามนั้น เขากลับหันมาหารินรดาภรรยาอันเป็นที่รัก แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอบอุ่นในทันที มือหนายื่นไปเกลี่ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของภรรยาอย่างเบามือ
"เหนื่อยหน่อยนะครับคนดี เดี๋ยวเราเคลียร์ตรงนี้เสร็จ ผมมีของดีมาฝาก... วันนี้ผมลองสูตรหมัก 'หมูสามชั้นย่างซอสถั่วหมักสูตรโบราณ' ที่คุณอยากกินเมื่อวาน ตอนนี้หมักเข้าเนื้อจนหอมกรุ่น กำลังย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งไร่แล้วล่ะครับ"
คำพูดของศิลาไม่ได้เพียงแต่ทำลายความตึงเครียดรอบตัวลง แต่ยังเรียกเสียงท้องร้องเบาๆ จากผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบข้าง เนื่องจากกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ที่ลอยมาจากปิ่นโตไม้ไผ่เก็บความร้อนที่ศิลานำติดมือมาด้วย
รินรดายิ้มรับ แววตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสุขและความซาบซึ้ง เธอรู้ดีว่าสามีของเธอจัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติเสมอ ศัตรูที่คิดจะมาเหยียบย่ำเธอในวันนี้ คงต้องพบกับบทเรียนราคาแพงจากทั้งกฎหมายและความเด็ดขาดของศิลาอย่างแน่นอน
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับสามี สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายชราคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามาใกล้ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองในมือ... และข้อความสั้นๆ ที่จารึกอยู่บนซองนั้น ทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากของรินรดากลายเป็นแข็งค้างทันที!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 12
เมื่อคู่แข่งเริ่มเคลื่อนไหว
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!