นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 13

วิศวกรผู้พิทักษ์

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"เอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินแปลงหกสิบไร่ท้ายหมู่บ้าน... ถ้าไม่อยากให้อดีตอันน่าอับอายของคุณแม่ยายถูกขุดคุ้ยจนหมดอนาคต รินรดา หนูควรเซ็นชื่อสละสิทธิ์ตรงนี้เสียแต่โดยดีนะคะ" เสียงแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเจ้าเล่ห์ของลุงชาญชัย ดังแทรกผ่านความอื้ออึงของผู้คนที่เบียดเสียดกันเข้ามามุงดูเหตุการณ์ ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่นของชายแก่ผู้เป็นญาติห่างๆ ฝั่งสามีเก่า รินรดากะพริบตาช้าๆ ความตกใจในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในอก รอยยิ้มบนเรียวปากของเธอไม่ได้แข็งค้างอย่างที่อีกฝ่ายคาดคิด ตรงกันข้าม เธอกลับยกมุมปากขึ้นนิดๆ คล้ายกำลังเอ็นดูดาราตลกตกอับที่กำลังแสดงละครฉากใหญ่ให้คนดูรอบตลาดสดได้ชม ในอดีต รินรดาคนเก่าคงจะร้องไห้ฟูมฟาย วิ่งหนีอับอาย หรือไม่ก็ยอมเซ็นเอกสารบ้าๆ นี่ด้วยความหวาดกลัว แต่... นั่นมันคือรินรดาคนก่อนที่ไร้สมองและตกเป็นเบี้ยล่างของคนพวกนี้ ตอนนี้เธอกลับไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไปแล้วค่ะ "ลุงชาญชัยคะ..." เสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังสดาลเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่ากลับทำให้บรรยากาศรอบข้างที่เคยจอแจเงียบกริบลงทันตาเห็น รินรดาก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะปรายตามองซองเอกสารในมือชายชราด้วยแววตาราวกับกำลังมองเศษขยะเปียก "เอกสารฉบับนี้ ประทับตราสำนักงานที่ดินอำเภอหรือยังคะ? หรือว่าเป็นกระดาษถ่ายเอกสารงี่เง่าที่ลุงไปจ้างร้านตึกแถวหัวมุมซอยทำขึ้นมาเอง เพื่อหวังจะฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้านตาดำๆ อีกรอบ?" คำพูดที่แทงใจดำทำเอาใบหน้าเหี่ยวย่นของลุงชาญชัยกระตุกวูบ สีหน้าเปลี่ยนจากความมั่นอกมั่นใจเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความผิด "นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ! นี่คือเอกสารสิทธิ์ของตระกูลเรา แกมันก็แค่สะใภ้สำส่อนที่ถูกเขี่ยทิ้ง ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องสมบัติพวกนี้หรอก เวลานี้ตระกูลใหญ่เขาต้องการที่ดินแปลงนี้ไปทำรีสอร์ต แกไม่มีทางสู้พวกเขาได้หรอก เซ็นซะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะแฉเรื่องเน่าเฟะของแกให้คนทั้งอำเภอได้รู้!" เสียงฮือฮาดังขึ้นระรอกใหญ่ ชาวบ้านต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตาสมเพชและอยากรู้อยากเห็นนับสิบคู่พุ่งเป้ามาที่ร่างระหงของรินรดา ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่า เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวนก็ก้าวแทรกฝูงชนเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายแดดอ่อนๆ และกลิ่นไอความสะอาดของผู้ชายอบอุ่นลอยแตะจมูก ร่างหนาของศิลาขยับมาบังร่างเธอมิดชิด ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่พร้อมปกป้องเธอจากพายุร้ายภายนอก ศิลาไม่ได้หันไปมองหน้าลุงชาญชัยทันที มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวของภรรยาขึ้นมาบีบเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงให้เธอรับรู้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับไปสบตากับชายชราผู้บังอาจรังรดาสายตาคมกริบดุจใบมีดโกน ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่มจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ศิลาเป็นคนพูดน้อย ต่อยหนัก และเกลียดที่สุดคือการเห็นรินรดาต้องมาคอยรับมือกับพวกเหลือบไรสังคมแบบนี้ "เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนลุงชาญชัยผงะถอยหลังไปสองก้าว "เรื่องเอกสารสิทธิ์... เรื่องตระกูลใหญ่... และเรื่องที่ดินหาสิบไร่ท้ายหมู่บ้าน แปลกนะครับ ทั้งที่โฉนดตัวจริงนอนอยู่ในตู้นิรภัยที่บ้านของผม และชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในปัจจุบัน คือ 'นางสาวรินรดา' ภรรยาของผม... แต่ทำไมคนนอกอย่างคุณ ถึงมีหน้าถือกระดาษเศษกระดาษปลอมๆ มาวิ่งราวเอาของคนอื่นกลางที่สาธารณะล่ะครับ?" คำว่า 'ภรรยาของผม' และ 'โฉนดตัวจริงอยู่ในตู้นิรภัย' พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคำ ทำเอาลุงชาญชัยหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะหลุดรอดออกมาจากปาก "แก... แกเป็นใคร! อย่ามาสอดเรื่องครอบครัวคนอื่นนะ!" ลุงชาญชัยแผดเสียงตะคอกกลบเกลื่อนความกลัว มือที่ถือซองเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "ครอบครัวเหรอครับ? คนที่พยายามจะฉ้อโกงที่ดินทำกินของภรรยาผม เขาไม่เรียกว่าญาติห่างๆ หรอกครับ... เขาเรียกว่า 'นักโทษคดีอาญา' ต่างหาก" พูดจบ ศิลาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดโทรออกด้วยมือเพียงข้างเดียว ดวงตาคมกริบยังคงจ้องเขม็งไปยังลุงชาญชัยไม่กะพริบ "สารวัตรครับ... ผมศิลานะครับ พอดีที่ตลาดสดท้ายหมู่บ้าน มีบุคคลต้องสงสัยกำลังพยายามใช้เอกสารปลอมฉ้อโกงทรัพย์สินและข่มขู่คุกคามประชาชนครับ รบกวนส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วยนะครับ... ครับ ขอบคุณมากครับ" สิ้นคำประกาศิตนั้น สีหน้าของลุงชาญชัยก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวทันที ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบด้านต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องและซุบซิบด้วยความสะใจ การกระทำอันน่ารังเกียจของชายแก่ถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัลอย่างไร้ที่ยืน รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนในชาติก่อน บัดนี้มันถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบโดยผู้ชายที่ชื่อ 'ศิลา' คนนี้ ศิลาหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและห่วงใยในพริบตา นิ้วมือหนากระชับมือเธอแน่นขึ้น "เรากลับบ้านกันเถอะครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเขาจัดการ" รินรดายิ้มรับ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับไปด้วยประกายความสุข "ค่ะ กลับบ้านเรากัน" ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกจากวงล้อมของฝูงชน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เธอยกมือขึ้นขอตัวกับสามีก่อนจะกดรับสาย ใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มแย้มค่อยๆ หุบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลายสายกระหืดกระหอบด้วยความตกใจ "คุณรินรดาคะ!แย่แล้วค่ะ! แปลงปลูกผักออร์แกนิกและโรงเรือนเห็ดสวรรค์ปลายนา... จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาพ่นสีสเปรย์ทำลายข้าวของ แถมยังจุดไฟเผาโกดังเก็บเมล็ดพันธุ์ล็อตแรกวอดวายไปหมดแล้วค่ะ!" รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของรินรดาหายวับไปในพริบตา ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมแก้แค้นยังไม่จบ และศัตรูเบื้องหลังไม่ได้มีแค่ตาแก่กระจอกๆ คนนี้คนเดียวอย่างแน่นอนค่ะ! --- *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวของพ่อหนุ่มวิศวกรของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กุหลาบหนามเงิน)*
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%