เอกสารสัญญาสามฉบับถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองในสำนักงานที่ดินอำเภอ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความตึงเครียดชนิดที่แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านจอมเจ้าเล่ห์อย่างนายประจักษ์ถึงกับต้องขยับคอเสื้อด้วยความอึดอัด
"เซ็นสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนี้เสีย นายประจักษ์ แล้วทุกอย่างระหว่างเราจะจบลงด้วยดี" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนเอ่ยขึ้น รินรดานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับกำลังจิบชาชมสวนดอกไม้ในยามบ่าย ทั้งที่ในมือของเธอกำลังกุมจุดตายทางกฎหมายที่สามารถถอนรากถอนโคนอิทธิพลท้องถิ่นของอีกฝ่ายได้ในพริบตาเดียว
นายประจักษ์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ใบหน้ายับย่นตามวัยแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวรุ่นลูกต้อนจนมุม "แกมันร้ายกาจเกินไปแล้วนังรินรดา! ที่ดินตรงนั้นมันควรจะเป็นของตระกูลฉันตั้งแต่แรก ทำไมฉันต้องมาเซ็นยกสิทธิ์ให้พวกแกฟรี ๆ แบบนี้ด้วย!"
"ฟรีหรือคะ?" รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอระหง "คุณลุงประจักษ์คะ อย่าลืมสิคะว่าโฉนดแปลงย่อยที่ลุงแอบเอาไปจำนองนอกระบบเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้อยู่ในมือใคร และถ้าเรื่องที่ลุงแอบอ้างชื่อสหกรณ์การเกษตรไปกู้เงินมาหมุน 3 ล้านบาทถูกส่งต่อไปถึง ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้เช้า... คิดว่าเก้าอี้ผู้ใหญ่บ้านของลุงจะยังคงอยู่ หรือจะต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดสีส้มในเรือนจำแทนคะ?"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามขมับของนายประจักษ์ เขากัดฟันกรอด ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นฉายแววเคียดแค้นชิงชังอย่างปิดไม่มิด ทว่ายามเมื่อกวาดสายตาไปเห็นร่างสูงใหญ่ของศิลา วิศวกรหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่เงียบ ๆ พร้อมกับแฟ้มเอกสารหลักฐานทางการเงินอีกชุดในมือ ความฮึกเหิมทั้งหมดก็มลายหาย Sไปในอากาศ ศิลายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยเยือกเย็นตามสไตล์ แต่สายตาที่มองมายังผู้ใหญ่บ้านนั้นคมกริบดุจใบมีดผ่าตัด พร้อมจะจัดการเก็บกวาดปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อยตามคำสั่งของภรรยาเสมอ
"ผมให้เวลาตัดสินใจอีกสามลมหายใจนะคะ" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตากวาดมองใบหน้าของคู่กรณีอย่างพิจารณา "จะเซ็นแล้วเอาเงินส่วนต่างไปตั้งตัวเงียบ ๆ หรือจะรอหมายศาลพร้อมข้อหาฉ้อโกงประชาชน... เลือกเอาค่ะ"
ปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกเลื่อนไปตรงหน้า นายประจักษ์ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นใจ มือหยาบกร้านสั่นระริกยามเอื้อมไปหยิบปากกา ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษอย่างจำยอม เสียงลากเส้นตวัดลงชื่อดังแกรกกราก ท่ามกลางความโล่งอกที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจของหญิงสาว
ทันทีที่ลายเซ็นสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ ศิลาก็ย่างสามขุมเข้ามาเก็บเอกสารทั้งหมดเข้าแฟ้มอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ เขายื่นมือหนามาสัมผัสหลังมือบางของภรรยาเบา ๆ เป็นเชิงชื่นชม ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือหนานั้นทำเอารินรดาคลายความตึงเครียดลงได้ในทันที สามีคลั่งรักของเธอมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยขัดใจ คอยสนับสนุนทุกย่างก้าว และพร้อมกางปีกปกป้องเธอจากความโสมมของโลกใบนี้เบื้องหลังฉากหน้าอันงดงาม
"งานเรียบร้อยดีใช่ไหมครับคุณภรรยา" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบถามข้างใบหู ขณะที่พวกเขาเดินเคียงคู่กันออกมาจากสำนักงานที่ดิน แสงแดดช่วงบ่ายส่องกระทบผิวดินกลิ่นไอดินหลังฝนตกโชยมาแตะจมูก เป็นสัญญาณเตือนว่าพวกเขาควรกลับไปดูแลอาณาจักรสีเขียวที่กำลังเจริญเติบโตเสียที
"เรียบร้อยดีค่ะ และเพราะความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมของวิศวกรส่วนตัวของฉัน ทำให้ตอนนี้เราได้พื้นที่ขยายแปลงปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้นอีกสิบไร่เต็ม ๆ" รินรดายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ความเหนื่อยล้าตลอดสัปดาห์มลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อนึกถึงผลกำไรมหาศาลที่จะตามมาในฤดูกาลเก็บเกี่ยวหน้า
รถกระบะคันคุ้นเคยแล่นกลับเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านไม้ไผ่กึ่งปูนปั้นสไตล์โมเดิร์นที่รายล้อมด้วยแปลงเกษตรอินทรีย์ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านลอยเตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ คุณแม่ยายใจดีส่งเสียงทักทายมาจากในครัว พร้อมกับควันโขมงจากเตาถ่านที่กำลังเคี่ยวเมนูเด็ดประจำวัน
"กลับมากันพอดีเลย รินรดา ศิลา... แม่เพิ่งทำ 'แกงคั่วหอยขมใบชะพลู' หม้อใหญ่ หอม ๆ เผ็ดร้อนกำลังดี ตักข้าวรอไว้แล้ว มากินกันก่อนเถอะลูก"
กลิ่นหอมของกะทิเคี่ยวกับพริกแกงเผ็ดและใบชะพลูสดๆ จากแปลงหลังบ้านโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย รินรดาล้างมือและเดินตรงไปยังโต๊ะอาหารด้วยความกระตือรือร้น ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะตักแกงคั่วร้อนๆ ราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ นั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย วางช้อนในมือลงทันที รินรดาสบตากับสามีด้วยความฉงน ยามวิกาลใกล้ค่ำเช่นนี้และไม่มีนัดหมายใคร เหตุใดจึงมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงหน้าบ้าน
ชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูกว้างออก เผยให้เห็นร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเรียบร้อย ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิมเหล็กยื่นมาตรงหน้า ทันทีที่ศิลาหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนเคร่งเครียด
"ริน... มีคนส่งโฉนดที่ดินผืนใหญ่ที่สุดของอำเภอเรา พร้อมจดหมายระบุชื่อเธอ... ว่าเป็นมรดกตกทอดจากบุคคลปริศนาที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อคืนนี้"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเฉียบคมของนางเอกและสามีของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กุหลาบหนามเงิน
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 14
การเจรจาธุรกิจที่เฉียบคม
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!