“คุณจะยอมให้พวกเขาลากตัวไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ หรือคะศิลา?”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเขียนแบบและฝุ่นไม้ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือทั้งสองข้างสั่นระริกจนต้องกำชายกระโปรงไว้แน่น เอกสารสิทธิ์ที่ดินในมือขวาถูกขยำจนยับยู่ยี่
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที วิศวกรหนุ่มในชุดทำงานเปื้อนฝุ่นถ่านหินยืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างนั้นดูมั่นคงราวกับภูเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน แม้สถานการณ์ภายนอกจะกำลังโหมกระหน่ำด้วยแรงพายุจากตระกูลที่จ้องจะฮุบไร่ของเขา เขายังคงจ้องมองแผนที่ผังเมืองที่กางอยู่บนโต๊ะราวกับกำลังวิเคราะห์โครงสร้างที่จะพังทลายลงในไม่ช้า
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบที่เคยดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเกือบจะละลายไปกับความมืดมิดในห้อง
“ริน… คนเหล่านั้นไม่ได้ต้องการแค่ที่ดิน” เขาเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ มือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับตลับเมตรค่อยๆ เอื้อมมาประคองมือของเธอออกจากชายกระโปรงที่ถูกกำจนยับ “พวกมันต้องการเห็นเราแตกสลาย การที่ผมเงียบ ไม่ได้แปลว่าผมยอมแพ้ แต่เพราะในเวลานี้ ผมไม่มีทางเลือกอื่นที่จะปกป้องคุณได้ดีไปกว่าการยอมถอยหนึ่งก้าว เพื่อรอเวลาสะบัดดาบกลับไป”
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มที่เธอยอมรับว่ากลายเป็น ‘ที่พักพิง’ เดียวในโลกใบนี้ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลลงอาบแก้ม
“ฉันไม่อยากเป็นภาระของคุณ” เธอสะอื้น “ถ้าไม่ใช่เพราะฉันที่ดึงดันจะฟื้นฟูไร่นี้ คุณก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากบริษัทข้ามชาตินั่น”
ศิลาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาบนแก้มเธอแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงจนเธอรู้สึกราวกับความหนาวเหน็บในใจถูกเผาผลาญด้วยไฟที่เขามอบให้ เขาไม่ได้พูดอะไรหวานหู แต่ดึงศีรษะของเธอไปซบลงที่ไหล่กว้าง กลิ่นแดดและกลิ่นไอดินจากเสื้อผ้าของเขาทำหน้าที่ประโลมใจได้ดีกว่าคำปลอบโยนใดๆ ในโลก
“รินรดา… ฟังผมนะ” เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบใกล้ใบหู “ไร่นี้ไม่ใช่ภาระ แต่มันคือลมหายใจของเรา ผมเป็นวิศวกร ผมสร้างโครงสร้างได้ แต่คุณคือคนที่ทำให้มันมีชีวิต คุณคือจิตวิญญาณของผืนดินนี้ ถ้าผมเสียคุณไป ต่อให้ได้โฉนดที่ดินมาหมื่นผืน ผมก็ไม่มีวันเรียกว่า ‘บ้าน’ ได้อีก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวข้างนอกหน้าต่าง รินรดารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะประสานไปกับอกของเขา มันเป็นจังหวะแห่งการต่อสู้และความอดทน เธอหลับตาลง ซึมซับความแข็งแกร่งจากเขา จนกระทั่งความกลัวที่เคยเกาะกินใจเริ่มจางหายไป
“เราจะเริ่มจากตรงไหนคะ?” เธอถามเสียงเรียบ สงบขึ้นอย่างน่าประหลาด
“แผนที่ผืนนี้” ศิลาผละตัวออกแล้วชี้ไปยังรอยขีดเขียนสีแดงบนกระดาษที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจ “เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมแอบเข้าไปตรวจวัดระดับน้ำใต้ดินในโซนที่พวกมันอ้างสิทธิ์ ปรากฏว่าดินบริเวณนั้นมีโครงสร้างเป็นหินปูนเปราะบาง ถ้าพวกมันขุดลึกตามที่วางแผนไว้ เพื่อจะสร้างอาคารพาณิชย์… ทั้งโครงการจะถล่มลงมาเป็นหลุมยุบ”
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้าง ความฉลาดหลักแหลมในอดีตชาติเริ่มทำงานทันที “ถ้าอย่างนั้น เราก็แค่ทำเป็นมองไม่เห็น และรอให้พวกมันลงทุนจนหมดตัวเสียก่อน แล้วค่อยประกาศเขตธรณีพิบัติภัย?”
ศิลายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขากลายเป็นชายที่อันตรายที่สุดในสายตาของศัตรู “ฉลาดมากภรรยาผม แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราต้องทำให้คนในหมู่บ้านมั่นใจก่อนว่า พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานไม้สั่นสะเทือน!
*“ศิลา! รินรดา! ออกมาเดี๋ยวนี้! พวกแกทำลายทางน้ำเข้าไร่ของฉัน ถ้าไม่ออกมาจ่ายค่าชดเชยภายในสิบนาทีนี้ ฉันจะเผาไร่พวกแกให้วอด!”*
เสียงแหลมสูงของ ‘ป้าสะใภ้’ ตัวดีที่เคยร่วมมือกับตระกูลศัตรูดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่ล้อมรอบบ้าน
ศิลากระชับมือรินรดาแน่น เขาไม่ได้ลุกขึ้นไปอาละวาด แต่หันไปหยิบกุญแจรถกระบะแล้วโยนให้เธอ “ไปที่ท้ายรถ ผมซ่อนเอกสารการจัดสรรน้ำที่ถูกต้องตามกฎหมายไว้ในกล่องเหล็กใต้เบาะ ถ้าวันนี้พวกมันกล้าบุกเข้ามา… ก็ถึงเวลาที่เราจะ ‘คืนกำไร’ ให้พวกมันสักที”
รินรดารับกุญแจมา ดวงตาที่เคยสั่นคลอนบัดนี้กลับมาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เธอเดินตามศิลาออกไปที่ระเบียง แต่ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นประตูห้องทำงาน สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่สอดอยู่ใต้ประตู—จดหมายที่ไม่มีจ่าหน้าซอง แต่ตราประทับบนนั้นกลับเป็นตราของ ‘บริษัทอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติ’ ที่ควรจะอยู่ห่างจากเรื่องน้ำๆ ในหมู่บ้านนี้
เธอฉีกซองออกอย่างรวดเร็วและอ่านเนื้อหาเพียงสั้นๆ ก่อนจะใบหน้าซีดเผือด
“ศิลา หยุดก่อนค่ะ!” รินรดาร้องเรียก “พวกมันไม่ได้มาเพื่อทวงค่าชดเชยน้ำ… แต่พวกมันมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะในขณะที่เรากำลังยุ่งกับเรื่องไร่ไร้สาระนี้ ‘ทีมสำรวจธรณี’ ของอีกฝั่ง กำลังใช้เครื่องมือเจาะสำรวจลึกถึงชั้นหินหลักในเขตที่ดินมรดกที่คุณเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้า!”
ศิลาชะงักฝีเท้าทันที หน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นอีกหลายเท่าตัว
“นั่นหมายความว่า…” ศิลาหันมาสบตารินรดา
“พวกมันรู้เรื่องหินปูนนั่นแล้ว และพวกมันไม่ได้จะสร้างอาคาร” รินรดากัดฟันแน่น “พวกมันกำลังจะทำลายโครงสร้างดินทั้งหมดเพื่อ ‘สูบแร่’ ที่อยู่ใต้โฉนดที่ดินของคุณ!”
ความหวังที่จะจบเรื่องนี้อย่างง่ายดายพังทลายลงในพริบตา เมื่อเสียงเครื่องจักรหนักขนาดใหญ่ดังสนั่นขึ้นจากทิศเหนือของไร่—ทิศที่ที่ดินของเขาตั้งอยู่ และที่นั่น… ลูกสาวคนเล็กของ ‘ป้าสะใภ้’ ที่มายืนโวยวาย กลับกำลังถือรีโมทบางอย่างอยู่ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว!
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับศิลามาโดยตลอดนะคะ เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ!
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 24
ศิลาคือที่พักพิง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!