กลิ่นอับชื้นของกระสอบปุ๋ยยูเรียและไอดินที่อบอ้าวระอุขึ้นจนแสบจมูก ทว่าในวินาทีที่เสียงคำรามต่ำของฟ้าร้องลั่นสะเทือนผืนดิน รินรดาไม่สนใจความอึดอัดนั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เคยสวมแหวนเพชรเม็ดโตในอดีต บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบดินโคลนสีแดงขุ่น เธอกำลังใช้เชือกป่านเหนียวหนึบมัดรวบผ้าใบกันน้ำผืนใหญ่ทับกองกล้าพันธุ์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ล็อตสุดท้ายอย่างแข็งขัน
"ลมกรรโชกแรงมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศทางนี้พายุฤดูร้อนไม่ได้มาเล่นๆ แน่ค่ะคุณศิลา" เสียงหวานใสเอ่ยลอดไรฟันอย่างเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมัวของท้องฟ้าที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาตะกั่ว
ศิลาในชุดช่างลุยงานเนื้อผ้าหนาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาวิ่งฝ่าละอองฝนเม็ดใหญ่ที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เข้ามาประชิดตัวรินรดาพร้อมกับม้วนเชือกไนลอนยาวในมือ แววตาของสามีผู้เยือกเย็นคนนี้ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความห่วงใยระคนเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่หลังกรอบแว่นกันฝ้า
"ผมเช็คพิกัดร่องน้ำระบายรอบแปลงเกษตรผสมผสานแล้ว แรงดันน้ำกำลังมาสมทบจากภูเขาด้านหลัง โฉนดที่ดินแปลงนี้ติดแนวรับน้ำพอดี... ริน คุณต้องเข้าไปอยู่ในตัวบ้านโครงสร้างเหล็กกล้าที่ผมเสริมคานรับแรงไว้ก่อน ตรงนี้ปล่อยผมจัดการเอง" ศิลาเอ่ยเสียงเข้ม มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ไม่ค่ะ! งานในแปลงนี้ หยาดเหงื่อทุกหยดที่ฉันลงแรงปลูกมาหลายเดือน จะให้ปลิวไปกับสายลมพายุรอบนี้หรือคะ? ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยที่รอให้ใครมาปกป้องฝ่ายเดียวเสียหน่อย" รินรดาตวัดสายตาคมกริบใส่สามีอย่างไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ก่อนจะสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมแล้วโยนกระสอบปุ๋ยน้ำหนักสิบกิโลกรัมขึ้นบ่าด้วยความคล่องแคล่วเกินหญิง
ศิลาเห็นภรรยาหัวรั้นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความจนใจระคนระทึกใจ เขารู้ดีว่ายิ่งห้ามก็ยิ่งยุ รินรดาในร่างใหม่นี้มีความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวที่น่าหลงใหลจนเขาแทบคลั่ง ร่างสูงจึงก้าวเข้าไปซ้อนด้านหลัง มือหนาวางทับลงบนบ่าเล็กที่แบกกระสอบน้ำหนักเกินตัว ช่วยผ่อนแรงให้อย่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานเลี่ยนหูสักคำ
"ถ้าอย่างนั้น... เราสองคนต้องแข่งกับเวลาค่ะที่รัก อีกสิบนาที แรงลมจะตีวงกว้างขึ้น โรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ต้องดึงสลักตาข่ายพรางแสงลง มิฉะนั้นโครงสร้างอะลูมิเนียมจะบิดงอรับน้ำหนักไม่ไหว" ศิลาเปลี่ยนโหมดเป็นวิศวกรผู้เฉียบขาด ออกคำสั่งอย่างเป็นระบบ ขณะที่สองร่างประสานมือลุยฝ่าสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาราวกับฟ้าเปิดรั่ว
เป๊าะ! เสียงสายลวดสลิงตึงเปรี๊ยะจากโรงเรือนแปลงผักข้างบ้านดังแข่งกับเสียงฟ้าร้องคำราม รินรดาไม่รอช้า เธอกระโจนเข้าประชิดเสาหลักของโครงสร้าง ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงคันโยกนิรภัยเพื่อล็อกโครงเหล็กยึดกับฐานคอนกรีตที่ศิลาเพิ่งเทเสริมไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทว่าแรงลมที่โหมกระหน่ำกลับตีสวนเข้ามาอย่างรุนแรงจนร่างบางเกือบจะถูกพัดปลิว
"ริน!" ศิลาผวาเข้าคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงที ร่างทั้งสองแนบชิดกันท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดจนเปียกปอนไปทั้งตัว กลิ่นอายความเป็นชายผสมผสานกับความดุดันของธรรมชาติรอบตัวทำให้หัวใจของอดีตนางร้ายกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ฉัน... ฉันยังไหวค่ะ!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงลมพายุ ใบหน้าเนียนใสเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำจนเส้นผมลู่ติดกรอบหน้า แต่แววตายังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยน
ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังช่วยกันตอกหมุดยึดแผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตแผ่นสุดท้าย เสียงดังโครมครามจากทางทิศเหนือก็ดึงความสนใจของพวกเขาไป รั้วลวดหนามเขตแดนฝั่งติดกับที่ดินของตระกูลเดิมที่มักคอยหาเรื่องกลั่นแกล้ง กำลังถูกต้นไม้ใหญ่โค่นล้มฟาดทับลงมาจนพังครืน เสียงไม้หักโค่นและเสียงเศษกระเบื้องแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งร่องรอยความเสียหายที่น่าตกใจไว้เบื้องหน้า
ศิลาหรี่ตามองซากความเสียหายที่พาดผ่านแนวเขตที่ดิน ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตานิ่งลึกที่ซ่อนความดุดันเอาไว้เต็มพิกัด
"ดูเหมือนว่าพายุลูกนี้... จะไม่ได้พัดเอาแค่ความเสียหายทางธรรมชาติมาอย่างเดียวนะคะคุณศิลา" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น หยดน้ำฝนที่ไหลรินตามโครงหน้าไม่ได้ทำให้ความงามสง่าของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับดูราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกผยองท่ามกลางพายุร้าย
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจากระยะไกล เงาร่างของใครบางคนกำลังเดินลุยโคลนตมมุ่งตรงมายังแปลงเกษตรของพวกเขาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน และเมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจของบุคคลผู้มาเยือน รินรดาก็ต้องหรี่ตาลงทันที... นั่นคือพี่สะใภ้จอมเจ้าเล่ห์ผู้เคยประกาศกรวดขันว่าจะฮุบที่ดินแปลงนี้มาเป็นของตนให้ได้!
"ว้าย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วคุณรินรดา! ยุ้งฉางฝั่งโน้น... ทับแปลงเพาะปลูกของบ้านฉันเสียหายหมดเลย แบบนี้เธอต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายมานะยะ!" เสียงแหลมปรี๊ดแผดแข่งกับเสียงฝน ท่าทีตีโพยตีพายอย่างจงใจทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก
ศิลาก้าวเท้าขยับบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากระชับประแจเลื่อนในมือแน่น แววตาคมกริบดุจสัตว์ป่าพร้อมปกป้องอาณาจักรของตนเองเปล่งประกายวาวโรจน์ในความมืด
รินรดาเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่แขนแกร่งของสามี เป็นเชิงบอกให้เขาสงบศึกชั่วคราวริมเส้นแบ่งเขต ก่อนที่เธอจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"รับผิดชอบหรือคะพี่สะใภ้? เกรงว่าสิ่งที่พังลงมาเมื่อครู่... จะเป็นสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตแดนที่สามีฉันเพิ่งทำรังวัดตามโฉนดฉบับจริงเมื่อวานนี้เสียมากกว่านะคะ..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวและเคมีที่ร้อนแรงของคู่สามีภรรยาของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กุหลาบหนามเงิน
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 16
ภัยธรรมชาติและการรับมือ
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!