เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 35

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"คิดว่าการโผล่หัวมาขัดจังหวะแบบนี้ จะทำให้ความจริงที่เธอซ่อนไว้มันพ้นข้อกล่าวหาหรือไง กวินทร์" น้ำเสียงของพายุเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงติดลบ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูโซนวีไอพี ร่างสูงโปรดของกวินทร์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ แต่แววตากลับคมปลาบไม่แพ้กัน รอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายส่งมาให้มันช่างน่าหงุดหงิดในสายตาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร รินลดาที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแรงปะทะทางอารมณ์ของชายหนุ่มทั้งสอง หายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เธอไม่คิดว่ากวินทร์จะโผล่มาในจังหวะนี้ จังหวะที่ความลับอันเน่าเฟะที่เธอพยายามปกป้องกำลังจะถูกฉีกกระชากออกต่อหน้าพายุ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะสวีทของคุณหรอกนะ... พายุ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะเบนสายตามายังร่างระหงของหญิงสาว "แต่ถ้าผมไม่มา รินลดาก็คงต้องก้มหน้ารับคำดูถูกเหยียดหยามจากคนปากร้ายอย่างคุณไปตลอดชีวิตสิครับ" "กวินทร์! หุบปากนะ!" รินลดาโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ น้ำเสียงสั่นเครือเจือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่พายุไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติแล้วยัยตัวแสบคนนี้มักจะมีฝีปากกล้าแข็ง ต่อกรกับเขาได้อย่างไม่เกรงกลัว แต่เวลานี้... เธอกลับแสดงอาการลนลานราวกับคนจนตรอก พายุกวาดสายตามองปฏิกิริยาของทั้งคู่ ความสงสัยที่สุมอกอยู่ก่อนหน้ายิ่งปะทุรุนแรงขึ้นไปอีก สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ระหว่างรินลดากับกวินทร์ดูมีอะไรมากกว่าแค่เพื่อนสนิทตามที่เธอเคยอ้าง หรือว่า... ทั้งสองคนร่วมมือกันตบตาเขาตั้งแต่แรก? "ทำไม? กลัวว่าความลับที่เธอร่วมมือกับมันจะแตกงั้นเหรอ รินลดา" พายุหันกลับมาคาดคั้นหญิงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความผิดหวังและเกรี้ยวกราด "เธอกลัวว่าฉันจะรู้ใช่ไหม ว่าจริงๆ แล้วพวกเธอสองคนวางแผนอะไรกันอยู่หลังหลังฉัน!" "ไม่ใช่แบบนั้นนะ..." รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างน่าสงสาร ทว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ "คุณฟังฉันก่อน... ฉันไม่ได้ร่วมมือกับกวินทร์... ฉัน..." "พอได้แล้วริน!" กวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาว พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวเพื่อดึงเธอให้ออกห่างจากพายุ "ในเมื่อเขาโง่เกินกว่าจะมองเห็นความจริง และเอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสินเธอก็ไม่จำเป็นต้องไปลดตัวอธิบายอะไรให้คนแบบนี้ฟังอีก กลับกันเถอะ" *หมับ!* ก่อนที่ปลายนิ้วของกวินทร์จะสัมผัสโดนข้อมือของรินลดา ร่างสูงใหญ่ของพายุก็พุ่งเข้ามาปัดมือออกอย่างแรงด้วยความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด นัยน์ตาคมดุวาวโรจน์ราวกับเสือร้ายที่กำลังปกป้องอาณาเขต "อย่าแตะต้องตัวเธอ!" พายุคำรามต่ำในลำคอ เสียงเข้มดุดันจนกวินทร์ต้องชะงัก ถอยหลังไปหนึ่งก้าว "หึงเหงเหรอครับ ประธานพายุผู้ยิ่งใหญ่?" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาท้าทาย "ถ้าหึงทำไมไม่ยอมฟังเหตุผลเธอล่ะ? ทำไมต้องคอยแต่จะยัดเยียดความผิดให้เธอเป็นคนเห็นแก่เงิน เป็นผู้หญิงไร้ค่าที่ยอมขายตัวแลกกับเงินทอง ทั้งที่ความจริงแล้ว..." "กวินทร์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" รินลดาหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอพุ่งตัวเข้าไปขวางกลางระหว่างผู้ชายสองคน น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นไหลอาบแก้มเนียน "นายห้ามพูดนะ ห้ามพูดเด็ดขาด!" พายุนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของหญิงสาว หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับหินผากลับกระตุกวูบอย่างเจ็บปวด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความสับสนระคนเวทนาที่ตีรวนอยู่ในอก ทำไม... ทำไมเธอต้องปกป้องมันขนาดนี้? ทำไมการที่กวินทร์จะพูดความจริง ถึงทำให้เธอกลัวจนตัวสั่นได้ขนาดนี้กัน? "ริน..." พายุเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่รินลดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจการสัมผัสจากเขา ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของประธานหนุ่ม ปมในใจเรื่องการถูกทอดทิ้งและถูกปฏิเสธสะกิดเตือนขึ้นมาอีกครั้ง ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกดึงกลับมาสวมทับใบหล่อเหลาเพื่อปิดบังความเปราะบางภายใน "รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" พายุหัวเราะเยาะตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้มาาดขรึม "กลัวว่าความจริงที่ไอ้กวินทร์มันจะพูด จะทำให้ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้รักฉันเลย... หรือจริงๆ แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอก็แค่เล่นละครตบตาฉัน เพื่อผลประโยชน์บางอย่างเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ!" "ไม่ใช่! คุณเข้าใจผิดหมดแล้วพายุ!" รินลดาส่ายหัวจนเส้นผมสยายระFใบหน้า หยาดน้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดเส้น เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ "ฉันไม่เคยเล่นละคร... ฉันไม่เคยคิดจะหลอกใช้คุณเลยสักครั้ง!" "ถ้าไม่ได้หลอกใช้ แล้วทำไมถึงอธิบายไม่ได้ล่ะ?" พายุจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตานั้น "บอกฉันสิรินลดา... เหตุผลบ้าบออะไรที่ทำให้เธอต้องยอมก้มหัวให้เจ้าหนี้หน้าเลือด ยอมเซ็นสัญญาลับบ้าๆ นั่น และยอมทนให้ฉันดูถูกเหยียดหยามอยู่ทุกวันโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ!" คำพูดของพายุทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน กวินทร์ที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ถึงกับหุบยิ้มลง แววตาฉายแววซับซ้อนขึ้นมาทันที เขารู้... รู้ดีกว่าใครว่ารินลดาต้องแบกรับอะไรไว้บนบ่าเล็กๆ คู่นั้น แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายหากเจ้าตัวไม่อนุญาต รินลดาอ้าปากค้าง เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอมอบหัวใจให้ไปโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนเจ็บแปลบ เธออยากจะบอก... อยากจะเล่าความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับอาการป่วยของน้องชาย และหนี้สินก้อนโตที่เธอต้องแลกมาด้วยอิสรภาพ เพื่อไม่ให้พายุต้องมาพัวพันกับอันตรายและปัญหาครอบครัวที่รุงรังของเธอ แต่เธอบอกไม่ได้... ถ้าพายุรู้เรื่องนี้ เขากจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยความใจดีของเขา ซึ่งเธอก็รู้ดีว่ามันจะนำพาความเดือดร้อนมหาศาลมาสู่ตัวเขาเองและตระกูลอัครเดโช เธอยอมถูกเกลียด ยอมถูกมองว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน ดีกว่าเห็นผู้ชายที่เธอรักต้องล่มจมเพราะเธอ! "ฉัน..." รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด กลั้นใจเอ่ยประโยคที่ทำร้ายจิตใจตัวเองที่สุดออกไป "ถ้าคุณอยากจะคิดว่าฉันเห็นแก่เงิน... อยากจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงไร้ค่าที่ยอมขายตัวเพื่อเงิน... ก็เชิญตามสบายเลยค่ะ!" *เปรี้ยง!* ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของพายุ ร่างสูงโปร่งชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจและเจ็บปวด คำพูดนั้น... มันตอกย้ำทุกสิ่งที่เขากลัวที่สุด "ดี..." พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสมเพช ดวงตาที่เคยทอประกายความรักและความห่วงใย กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง "ในเมื่อเธอเลือกที่จะยอมรับมันเอง ก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายทีหลังก็แล้วกัน" เขาก้าวถอยหลังออกห่างจากเธอทีละก้าว แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความผิดหวังและกำแพงหนาทึบที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องหัวใจที่แตกสลาย "เราจบกันแค่นี้ รินลดา" สิ้นคำพูดนั้น พายุก็สะบัดหน้าหันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเธออีกเป็นครั้งที่สอง รินลดาเซถอยหลัง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้น หัวใจดวงน้อยแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี เธอกำลังจะเสียเขาไป... เสียผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจไปตลอดกาลจริงๆ แล้วใช่ไหม? "เดี๋ยว... พายุ!" รินลดาตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความลืมตัว สองขาเรียวก้าวตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินจากไป ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อของเขาไว้ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินทร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน... กวินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขารีบเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของพายุสลับกับร่างของรินลดาที่กำลังยืนร้องไห้สะอื้น "พายุ... หยุดก่อน!" กวินทร์ตะโกนเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้านายก้าวพ้นประตูบานนั้นออกไป... นายจะไม่มีวันได้รู้ความจริงที่ว่า... ทำไมน้องชายของรินถึงอยู่ในห้องไอซียูในคืนเดียวกับที่เธอยอมเซ็นสัญญากับนาย!" เท้าของพายุที่กำลังจะก้าวเดินสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งสนิทราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจที่กำลังจะด้านชาหยุดเต้นไปชั่วขณะ รินลดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองกวินทร์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้างามซีดเผือดไร้สีเลือด เธอส่ายหัวรัวๆ ปากพงาบๆ อยากจะห้ามปรามแต่มันสายไปเสียแล้ว พายุค่อยๆ หมุนตัวกลับมาช้าๆ นัยน์ตาคมกริบจับจ้องไปที่กวินทร์ด้วยแววตาน่ากลัว ก่อนจะกวาดสายตากลับมาที่ร่างของรินลดาที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า ความลับที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้คราบน้ำตา กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในวินาทีนี้! --- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%