เสียงกรามที่ขบเข้าหากันจนดังกรอดในความเงียบงัน คือคำตอบเดียวที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้
"โปรเจกต์ 'เงามายา'… คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง รินลดา"
น้ำเสียงของพายุไม่ได้ดัง แต่มันต่ำทุ้มและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวอย่างคุกคาม ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังร่างบางที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยอำนาจและเงินตรา กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยผู้หญิงปากเก่งคนนี้
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างเธอกับประธานหนุ่มแห่งอัครเดโชกรุ๊ปเหลือน้อยลงทุกที จนพื้นที่รอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา
"ฉัน..." เธอลังเล สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ "ฉันก็แค่บังคับได้ยินคนในบริษัทพูดถึง... มันแปลกนักหรือไงคะที่คุณจะทำโปรเจกต์นี้ ในเมื่อคุณเป็นคนคุมเกมทั้งหมด"
"โกหก!"
พายุตบลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ เสียงดัง *ปั้ง!* จนรินลดาต้องสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจและหวาดหวั่น เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
"คนระดับคุณไม่มีทางบังเอิญได้ยินเรื่องลับระดับเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ในบริษัทภายในวันเดียวหรอก รินลดา... ใครเป็นคนบอกคุณ? หรือว่า..." พายุหรี่ตาลงอย่างอันตราย ขากรรไกรขยับด้วยความขัดเคือง "ไอ้กวินทร์?"
ชื่อของศัตรูหัวใจและคู่แข่งทางธุรกิจที่ถูกพ่นออกมาด้วยความชิงชัง ทำให้รินลดาโกรธขึ้นมาบ้าง ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความพยศตามนิสัยเดิม เธอยืดอกขึ้นสู้ ไม่ยอมหลบสายตาดุดันคู่นั้น
"ทำไมคะ? พอมีเรื่องที่เกี่ยวกับกวินทร์ทีไร คุณต้องเดือดเนื้อร้อนใจทุกที กลัวว่าความลับเน่าๆ ของคุณมันจะรั่วไหลออกไปให้คนอื่นรู้เหรอ หรือว่าคุณกลัวว่าใครจะรู้ว่าเบื้องหลังโปรเจกต์นี้มันสกปรกแค่ไหนกันแน่!"
*พรึบ!*
พายุหมดความอดทน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้รินลดาเซถลาเข้าไปชนแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่ทรงพลังแผ่ซ่านจนเธอหายใจติดขัด
"ปล่อยนะ! คุณพายุ ฉันเจ็บ!" เธอร้องประท้วง พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็ก แต่ยิ่งดิ้น เขากลับยิ่งรัดวงแขนแกร่งเข้าหากลุ่มเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นไปอีก
"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ รินลดา!" พายุโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกของคนทั้งคู่ "คุณกล้ามากนะที่กล้าลองดีกับผม กล้าเอาเรื่องที่ไม่มีวันเป็นไปได้มาต่อรอง... คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงคิดจะมาควบคุมเกมชีวิตของผมฮะ?"
"แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใครล่ะคะ!" รินลดาเงยหน้าขึ้นเถียงกลับเสียงสั่นด้วยความทิฐิ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวเพราะแรงบีั้นคั้น แต่วิณญาณนักสู้ในตัวไม่ยอมให้เธอก้มหัวร้องไห้ต่อหน้าเขาเด็ดขาด "ทำเป็นหยิ่งผยอง ทำเป็นสั่งคนอื่นได้ทุกอย่าง แต่ที่แท้ก็แค่คนขี้ขลาดที่ซ่อนปมด้อยไว้ใต้ความโหดร้ายพวกนี้ไม่ใช่เหรอคะ!"
*กึก!*
คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักเข้ากลางใจดำของพายุอย่างจัง ประกายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนลึกล้ำที่น่ากลัวชั่วขณะ มือที่บีบต้นแขนเธอสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะคลายออกจากการจองจำ แต่เปลี่ยนเป็นมือหนาข้างหนึ่งที่เลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับจูบทางสายตาที่ดุดันและร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ
"ปากดี... ยัยเด็กดื้อ" พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ตีรันยุ่งเหยิงในอก ความโกรธความโมโหมันปะปนกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ... ความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบของเขาเหลือเกิน
"ปล่อยฉันนะ..." เสียงของรินลดาเริ่มแผ่วเบาลง เมื่อระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของเธอกำลังทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะ เคมีบางอย่างที่ทั้งดึงดูดและผลักไสกำลังแผดเผาทั้งสองคนให้อยู่ในวังวนอันตราย
พายุก้มหน้าลงมาอีกนิด ปลายจมูกโด่งคมเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน กลิ่นหอมหวานประจำตัวของเธอกำลังทำลายสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของเขาจนย่อยยับ เขาเกลียดตัวเองที่รู้สึกใจเต้นแรงกับยัยตัวแสบคนนี้ เกลียดที่เธอทำให้เขาอยากทำลายกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นมานานปี
"ถ้าคุณยังดื้อด้านและท้าทายผมแบบนี้อีก... รินลดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรียวปากสั่นระริกด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า "คุณก็รู้ว่าบทลงโทษของคนที่ทำให้ผมหมดความอดทน... มันไม่ใช่แค่การกักขังในสัญญาบ้าๆ นี่แน่"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหน และเขามักจะทำตามที่พูดเสมอ รินลดาพยายามจะถอยหนี แต่สรีระที่ต่างกันทำให้เธอเปรียบเสมือนนกน้อยที่อยู่ในกำมือของราชสีห์หนุ่ม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่เกือบจะกout of control นั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นตามมาทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต!
พายุชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดขั้นสุดในเสี้ยววินาที เขายอมผละใบหน้าออกจากรินลดาอย่างไม่สบอารมณ์ ร่างสูงหันขวับไปมองที่ประตูห้องทำงานด้วยแววตาฆาตกรที่พร้อมจะฉีกร่างใครก็ตามบังอาจเข้ามาขัดจังหวะสำคัญนี้เป็นชิ้นๆ
ประตูกว้างเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
"ขอโทษทีครับท่านประธาน... พอดีผมมีเรื่องด่วนที่ต้องรายงานให้คุณและ 'คู่หมั้น' ของคุณฟังตอนนี้เลย"
กวินทร์กวาดสายตามองภาพที่พายุยืนประชิดติดตัวรินลดาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคระเบิดเวลาที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 17
ยัยเด็กดื้อที่ฉันอยากปราบ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!