หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นในความมืดของห้องทำงานหรู เผยให้เห็นข้อความขู่กรรโชกและลิงก์วิดีโอตัวปัญหาจากคนที่ไม่ได้รับเชิญ—สิบล้านบาทแลกกับการปิดปากเงียบ พายุ อัครเดโช ขบกรามแน่นจนสันนัดขึ้นเป็นสันชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขบัญชีปลายทางด้วยแววตาดุดั่งพญามราชที่กำลังถูกลูบคมในกรงเล็บ
ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเงินสิบล้านนั้น แต่เพราะเขาเกลียดการถูกบีบบังคับ ยิ่งไอ้สารเลวคนนั้นกล้าเอาชื่อเสียงของรินลดามาเป็นเครื่องมือต่อรองด้วยแล้ว มันก็เท่ากับการเหยียบย่างเข้ามาในเขตสังหารที่เขาพร้อมจะบดขยี้ให้แหลกคราบ
แต่ทว่า... ปัญหาเฉพาะหน้าในตอนนี้กลับไม่ใช่เรื่องเงินสิบล้านบนหน้าจอ
*“ถ้าคุณไม่อยากให้คุณปู่ของคุณสงสัยว่าเราจ้างกันมาแต่งงานปลอมๆ วันนี้คุณต้องทำตัวให้เหมือนคู่รักข้าวใหม่ปล้ำมันที่รักกันปานจะกลืนกิน… เข้าใจไหมครับ ท่านประธาน”*
เสียงกระซิบคาดโทษของรินลดายังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ขณะที่รถยนต์สปอร์ตคันหรูของเขากำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช สถานที่ที่เต็มไปด้วยสายตาคมปลาและเหล่าญาติผู้ใหญ่ที่จ้องจะจับผิดเขากับภรรยาจำเป็นทุกฝีก้าว
"ถึงแล้วครับ คุณภรรยาจอมปลอม" พายุเบรกกะทันหันจนรถจอดสนิทหน้าเรือนใหญ่ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดในอก "หวังว่าการแสดง ‘รักหวานชื่น’ ของคุณ จะแนบเนียนพอที่จะตบตาผู้ใหญ่ได้นะ อย่าลืมล่ะว่าถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว… คุณนั่นแหละที่จะซวยก่อนผม"
รินลดาหันขวับมามองค้อนทันที ดวงตากลมโตฉายแววพยศที่ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหนเธอก็ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้เขาง่ายๆ เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงให้เขาด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะทะนุถนอม แต่ปลายนิ้วกลับจิกเข้าที่เนื้อผ้าตรงอกเสื้อเขาเบาๆ พอให้เจ็บแสบ
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ… เอ๊ย! ไม่ต้องห่วงหรอกครับท่านประธาน" รินลดาเกือบหลุดปากคำคุ้นชิน แต่ไหวพริบไวเท่าความคิด เธอยักคิ้วท้าทายกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ปลอมเปลือกที่สุดในสามโลก "ฉัน… ผมสิคะ… ผมทำการบ้านมาดีกว่าที่คุณคิดเยอะ เตรียมตัวรับมือกับความหวานเลี่ยนที่จะทำให้คุณอยากอาเจียนได้เลยครับ!"
ประตูรถถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ด และก่อนที่พายุจะได้ตอบโต้อะไร รินลดาก็เอื้อมมือมาคว้าแขนแกร่งของเขาไปคล้องไว้แนบชิด แรงบีบที่ต้นแขนส่งสัญญาณเตือนว่า *‘เล่นตามบทบาทซะ’* ทำให้ชายหนุ่มจำต้องยอมก้าวขาลงจากรถพร้อมกับเธอ
บรรยากาศในสวนกึ่งเปิดของคฤหาสน์อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดอกกุหลาบขาวและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ทั้งสองคนทันทีที่ก้าวเข้าไป โดยเฉพาะสายตาคมกริบของคุณปู่พงศธร ประมุขใหญ่แห่งอัครเดโช ที่นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวยาว
"อ้าว มากันแล้วหรือ ตาพายุ… ยัยหนูริน" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกึ่งรู้ทัน "ปู่เห็นช่วงนี้พวกแกทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาสวีตกันเลยนี่ หวังว่าข่าวลือเรื่องเตียงหักคงจะไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ"
พายุเตรียมจะอ้าปากตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบตามสไตล์ของเขา แต่ทว่า…
*หมับ!*
รินลดาไวเกินกว่าจะปล่อยให้เขาพูดอะไรขัดหูผู้ใหญ่ มือเรียวเล็กเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของพายุโดยไม่ทันตั้งตัว ดึงรั้งใบหน้าคมคายให้โน้มลงมาหาเธอท่ามกลางความตกใจของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตช้อนสบกับนัยน์ตาคมที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างตกตะลึง ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นจะกดแนบลงบนแก้มสากของเขาอย่างรวดเร็ว… และแช่น้างค้างไว้เนิ่นนานท่ามกลางเสียงสูดปากฮือฮาของเหล่าญาติผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่รอบบริเวณ
พายุนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บัดนี้กลับกระหน่ำรัวรากับกลองศึก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ความเย็นชา
ยัยตัวแสบ… กล้าดีอย่างไรถึงมาฉวยโอกาสกับเขาต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนี้!
"แหม… คุณปู่ก็พูดเกินไปครับ" พายุได้สติอย่างรวดเร็ว เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างแนบเนียน แขนแกร่งตวัดโอบเอวคอดกิ่วของรินลดาเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง รอยยิ้มอบอุ่นทรงเสน่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็นถูกระบายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "ผมกับรินรักกันดีจะตายครับ จริงไหมครับที่รัก… เมื่อคืนเรายังคุยกันจนเกือบเช้าเลยไม่ใช่หรือไง"
คำพูดสองแง่สองง่ามพร้อมกับสายตากรุ้มกริบที่พายุมองลงมา ทำให้รินลดาที่คิดจะเป็นฝ่ายรุกเพื่อตบตาผู้ใหญ่ ถึงกับหน้าแดงก่ำขึ้นมาจริงๆ ความร้อนผ่าวลามเลียจากพวงแก้มลามไปถึงใบหู เมื่อฝ่ามือหนาที่โอบเอวเธออยู่ไม่ได้หยุดแค่นิ่งๆ แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดกลับไล้เบาๆ บนสะโพกเธอผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสอย่างถือสิทธิ์
"ปล่อยเลยนะ..." เธอขยปากกระซิบเบาๆ แบบไม่มีเสียง ร่างกายแนบชิดจนรับรู้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามของอีกฝ่าย
"หึ… บอกให้ทำตัวหวานไม่ใช่หรือไงครับ ทำไมตอนนี้หน้าแดงเป็นกุ้งสุกเสียล่ะ หือ?" พายุก้มกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินลดาขนลุกซู่ เผลอจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาแก้เขิน
ภาพความสนิทสนมแนบแน่นเกินกว่าเหตุของคู่สามีภรรยาป้ายแดง เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคุณปู่พงศธร
"ดีมาก! เห็นพวกแกเข้ากันได้ดีแบบนี้ปู่ก็โล่งใจ… งั้นก็ไปทานมื้อค่ำกันเถอะ อาหารพร้อมแล้ว"
ตลอดมื้ออาหาร บรรยากาศบนโต๊ะอาหารควรจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อยตามพิธีการ หากแต่ใต้โต๊ะอาหารตัวยาวนั้น สงครามประสาทขนาดย่อมกำลังระอุขึ้นอย่างเงียบเชียบ
พายุใช้มือข้างหนึ่งตัดสเต๊กในจานของตัวเองอย่างใจเย็น ขณะที่มืออีกข้างใต้โต๊ะ… กลับวางพาดอยู่บนต้นขาเรียวเนียนของรินลดาที่สวมชุดเดรสสั้นเหนือเข่า ฝ่ามืออุ่นจัดลูบไล้ขึ้นลงอย่างถือวิสาสะ จนหญิงสาวต้องเกร็งตัวแข็งทื่อ มือข้างหนึ่งใต้โต๊ะพยายามคว้าข้อมือเขาเพื่อแกะออก แต่พายุกลับพลิกมือมากุมมือเธอไว้แน่น ประสานปลายนิ้วเข้าหากันราวกับคู่รักข้าวใหม่ปล้ำมันที่รักกันปานจะกลืนกินจริง
*“หยุดนะคะ... คนมองอยู่”* เธอส่งสายตาพิฆาตส่งไปให้
*“ก็ทำตัวให้มันเนียนๆ หน่อยสิครับ… คุณภรรยา”* เขาตอบกลับทางสายตาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดในโลก
ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือที่กุมกันไว้ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายปากร้ายคนนี้ กำลังทำให้กำแพงในใจของรินลดาสั่นคลอนอย่างน่ากลัว เธอไม่เคยรู้เลยว่าการ “เดตหลอกๆ” เพื่อตบตาผู้ใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะได้มากขนาดนี้
กระทั่งมื้ออาหารค่ำดำเนินมาถึงช่วงท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของพายุก็สั่นขึ้นเบรุกจังหวะความหวาน
ชายหนุ่มชำเลืองมองหน้าจอแวบหนึ่ง รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปาก เมื่อข้อความใหม่จากเบอร์แปลกส่งรูปภาพบางอย่างเข้ามา พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ท้าทายอำนาจมืดของเขา
*[รูปภาพ: รินลดาขณะกำลังเดินออกจากตึกสำนักงานของเขาเมื่อวานนี้]*
*“สิบล้านโอนมาตอนนี้… ไม่งั้นคลิปวิดีโอตอนที่คุณสองคนทำสัญญาตกลงกัน จะไปอยู่บนหน้าหนึ่งของทุกสำนักข่าวพรุ่งนี้เช้าแน่ พายุ!”*
ดวงตาคมกริบของพายุหรี่ลงอันตราย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบโต๊ะอาหารลดฮวบลงอย่างฉับพลัน รินลดาที่นั่งข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอียงตัวเข้าไปกระซิบถามด้วยความร้อนใจ
"มีอะไรหรือเปล่าคะ..."
พายุหันมามองหน้าเธอ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความโกรธเกรี้ยวต่อไอ้สารเลวที่บัง1อาจมาล้ำเส้น และความรู้สึกบางอย่างที่ปกป้องเธออย่างสุดหัวใจ เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถามของหญิงสาว จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหารเสียก่อน
"ขอโทษที่มารบกวนเวลาสวีทนะครับ… คุณพายุ, คุณรินลดา"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองแต่แฝงด้วยความเยียบเย็น ทำเอาพายุและรินลดาต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดของ **กวินทร์**—เพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นศัตรูหัวใจคนสำคัญ—ยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้รินลดา ก่อนที่เขาจะยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาโชว์หน้าจอให้พายุเห็นชัดๆ
"พอดีผมบังเอิญได้ยินเรื่องสนุกๆ มา… เลยอยากจะมาถามคุณพายุด้วยตัวเองว่า ระหว่างเงินสิบล้าน กับอนาคตของภรรยาที่คุณรักนักหนา… คุณจะเลือกอะไรก่อนกันล่ะครับ?"
---
ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 15: *เกมซ้อนเกมที่เดิมพันด้วยหัวใจ*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
เดตหลอกๆ ที่เริ่มจะจริงจัง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!