"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเงินฟาดหัวแล้วผมจะยอมถอยล่ะก็... ฝันไปเถอะครับคุณพายุ"
น้ำเสียงของกวินทร์ไม่ได้ดังนัก แต่มันเต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นที่จงใจหยิบยื่นความคุกรุ่นมาสู่บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่ม พายุ อัครเดโช ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ รินลดายืนอยู่ตรงกลางราวกับชนวนระเบิดเวลา เธอหายใจหอบถี่ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความอึดอัด มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"ถอยเหรอ? หึ..." พายุดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างกดดัน รังสีความเย่อหยิ่งแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "ในเมื่อเธอเซ็นสัญญากับผมแล้ว รินลดาก็คือคนของผม ไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะมาเสนอราคาแข่งเมื่อไหร่ก็ได้ กวินทร์"
"คุณพายุ! ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ ถึงได้พูดจาเหมือนฉันเป็นสินค้าประมูลแบบนี้!" รินลดาหันขวับมาตอกกลับทันที ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ เธอเกลียดนักท่าทีเผด็จการที่มองคนอื่นเป็นแค่หมากบนกระดานของเขา
"ถ้าไม่ใช่สินค้า แล้วทำไมเธอถึงยอมให้มันเอาเงินมาแลกตัวเธอกลับไปล่ะ หืม?" พายุหันมาเล่นงานเธอด้วยสายตาดุดัน ปากหนาหยักยิ้มเยาะหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งของเขาถูกกระตุ้นด้วยภาพความสนิทสนมของทั้งคู่ มันคือปมในใจที่คอยกัดกินเขามาตลอด... การถูกหักหลังและการถูกทอดทิ้งให้เหลือเพียงลำพัง
"ฉันไม่ได้..." รินลดาชะงัก คำปฏิเสธจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อเธอนึกถึงภาระหนี้สินมหาศาลที่ครอบครัวทิ้งไว้ เธอหันไปมองกวินทร์ด้วยแววตาขอร้องแกماบอ้อนวอน "กวินทร์... นายกลับไปก่อนเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้"
"แต่ริน... ผมทนเห็นคุณถูกเขาปฏิบัติแบบนี้ไม่ได้" กวินทร์ขยับจะเข้าไปคว้าแขนเธอเพื่อดึงตัวออกมาจากสถานการณ์อันตราย
"ถอยมือสกปรกของคุณออกไปจากตัวเธอ!"
พายุคำรามต่ำในลำคอด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด เขากระชากข้อมือของรินลดาให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของกวินทร์อย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ร่างเพรียวบางเซถลาหมดหลัก
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากในเสี้ยววินาที ร่างของรินลดาล้มเข้าหาแผงอกกว้างของพายุตามแรงเหวี่ยง เพื่อไม่ให้ล้มลงไปกระแทกกับพื้น พายุจึงคว้าเอวบางของเธอไว้แน่นตามสัญชาตญาณ แต่เนื่องจากแรงปะทะที่มากเกินคาด ทำให้ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มเสียหลักล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างบางทับอยู่ด้านบน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
ดวงตาคมกริบของพายุเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหวานละมุนของรินลดาอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงคืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกายสาวลอยละล่องเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง ขณะที่รินลดาเองก็ค้างนิ่ง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ริมฝีปากของเธอกำลังจะ...
*พรวด!*
จังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงเต้นโครมครามประสานกันอย่างไร้ทิศทาง ปากหยักของพายุที่กำลังจะเอ่ยคำตำหนิกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อองศาของใบหน้าเกิดการเหลื่อมล้ำกันเพียงนิดเดียวตามสัญชาตญาณความซุ่มซ่ามและแรงโน้มถ่วง
ริมฝีปากอุ่นร้อนของพายุทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มของรินลดากระชั้นชิดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว!
เวลาคล้ายหยุดเดินไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเงียบสงบลงเหลือเพียงสัมผัสหวานล้ำที่สั่นสะเทือนไปถึงก้านสมอง รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านไขสันหลัง ความรู้สึกตื่นตระหนกตีรวนขึ้นมาพร้อมกับความวาบหวามแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสจากผู้ชายคนไหนมาก่อน
ส่วนพายุเองก็ชะงักงันไม่แพ้กัน ความตั้งใจที่จะต่อว่าหรือเยาะเย้ยมลายหายไปสิ้นเมื่อความนุ่มละมุนและรสชาติหวานจางๆ จากริมฝีปากของหญิงสาวใต้ร่างแทบจะล้างผลาญความสุขุมเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาสั่งสมมานานหลายปี ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติทำให้เขาเผลอขยับริมฝีปากตอบรับสัมผัสนั้นโดยไม่รู้ตัว
มันไม่ใช่แค่จูบอุบัติเหตุ... แต่มันคือการจุดชนวนเพลิงปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานานให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความอึดอัด
รินลดาได้สติก่อน เธอยกมือขึ้นทุบลงบนอกแกร่งของเขาเบาๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "อื้อ... ปล่อยนะ!"
พายุได้สติกลับมาเช่นกัน เขารีบดันตัวเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะนิ่งสนิท ตอนนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ ที่ข้างแก้มแม้เจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนมันด้วยการทำหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมก็ตาม ดวงตาคู่คมหลบเลี่ยงสายตาคู่สวยที่มองมาอย่างเคืองระคนอับอาย
"อะ... ใครใช้ให้เธอซุ่มซ่ามพุ่งเข้ามาหาผมเองเล่า!" พายุปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก พลางยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ทั้งที่ความรู้สึกอุ่นร้อนยังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย
"คุณต่างหากที่ดึงฉันเข้าไป! คนฉวยโอกาส!" รินลดาต่อว่าหน้าดำหน้าแดง เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความโกรธและสับสน เธอยังไม่พร้อมรับมือกับสัมผัสเมื่อครู่ที่มันทำให้หัวใจทรยศดวงนี้เต้นผิดจังหวะ
กวินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดกำมือแน่นด้วยความเคียดแค้น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง "ริน... ถอยออกมาจากมันเถอะ คุณเห็นแล้วนี่ว่าไอ้หมอนี่มันอันตรายแค่ไหน!"
พายุกวาดสายตากลับมามองคู่แข่งด้วยแววตาดุดันดังเดิม ความหงุดหงิดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเยקטยะเยือกที่พร้อมจะฟาดฟัน "ฉันจะเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะกวินทร์... ถ้าไม่อยากหมดตัวและออกจากที่นี่ไปแบบไม่สง่างาม ก็ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง แรงกดดันระหว่างผู้ชายสองคนแผ่ขยายจนรินลดารู้สึกหายใจไม่ออก เธอยืนเม้มปากแน่น หัวใจยังคงสั่นไหวกับสัมผัสเมื่อครู่ที่ยังคงหลงเหลือไออุ่น
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะระเบิดออกอีกระลอก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างระหงของนางแบบสาวชื่อดังระดับประเทศก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวนใจ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องช็อกค้างคือประโยคถัดมาที่เธอกล่าวทักทายประธานหนุ่ม...
"พายุคะ... คุณแม่บอกว่าเรื่องงานแต่งของเรา สรุปว่าเราจะจัดริมทะเลหรือในโรงแรมดีคะ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและความเดือดดาลในตอนนี้นะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 15
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!