เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 10

ปากร้ายก็ต้องเจอคนจริง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ดูเหมือนว่า... คืนนี้มันยังไม่จบง่ายๆ สินะครับ" พายุกัดฟันกรอด น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ทั้งๆ ที่ผมเกือบจะใจอ่อนกับคุณอยู่แล้วเชียว... รินลดา" ประโยคนั้นยังคงลอยเค្វ้งอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ที่ซึ่งแสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทว่าในวินาทีนี้ แววตาของพายุกำลังลุกโชนด้วยไฟโทสะผสมผสานกับความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ—ความหวั่นไหวที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย รินลดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อดี ทว่าแววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองตรงไปยังดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ใจอ่อนเหรอคะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... ใจอ่อนงั้นเหรอคะ... ไม่สิ คุณพายุคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรือไงกันครับ" รินลดาเกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิดท่ามกลางความตึงเครียด แต่เธอก็แก้เกมได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ ท่าทางกวนประสาทนั้นทำให้เส้นเลือดขมับของพายุกระตุกวูบ "คุณหมายความว่ายังไง" พายุก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่กดดันจนพื้นที่หายใจรอบตัวรินลดาลดแคบลง ฝ่ามือหนาวางทับลงบนบานประตูขนาบข้างร่างบางไว้ ไม่ให้เธอมีทางหนีไปไหนได้อีก "คิดว่ากล้าต่อปากต่อคำกับผมแล้วจะเท่มากหรือไง รินลดา? อย่าลืมสถานะของตัวเองในตอนนี้สิครับว่าคุณยืนอยู่จุดไหน" กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาโชยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส รินลดาหัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แต่ภายนอกเธอยังคงต้องเก๊กสีหน้าให้แข็งกระด้างที่สุด "สถานะเหรอคะ... อ้อ สัญญาชาสมานฉันท์ทาสรับใช้เพื่อใช้หนี้บ้าๆ นั่นน่ะเหรอครับ" รินลดาจงใจเลียนแบบการพูดและสรรพนามของเขาอย่างเย้ยหยัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนี้ เคมีที่คุกกรุ่นและแรงดึงดูดประหลาดทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน "จำได้แม่นเลยล่ะครับคุณพายุ แต่บอกไว้ก่อนนะ... ต่อให้ฉันจะต้องก้มหัวให้คุณเรื่องเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันมันจะถูกตีราคาขายไปด้วย!" พายุชะงัก กลิ่นอายความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงชั่วขณะ คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหญิงสาวตรงหน้า กำลังกรีดลึกลงไปในปมในใจที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต—ปมของการถูกทอดทิ้งและการคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง "คุณ... กล้ามากนะ" พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบวับโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ถูกจุด "คิดว่าอวดเก่งแบบนี้แล้วผมจะยอมปล่อยคุณไปง่ายๆ งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!" "ไม่ได้ขอให้ปล่อยค่ะ... เอ๊ย! ไม่ได้ขอให้ปล่อยสักหน่อยครับ!" รินลดาตอกกลับเสียงดังฟังชัด เธอใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของเขาออกสุดแรง ทว่าร่างของพายุกลับมั่นคงราวนายทวารหินผา ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย "ปล่อยฉันนะ! คนเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเองเป็นเด็กๆ แบบคุณเนี่ย... ไม่แปลกใจเลยทำไมใครๆ ถึงหนีหายไปจากชีวิตคุณหมด!" *ฉ่า!* เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องทำงานส่วนตัว ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของรินลดาทำให้พายุถึงกับนิ่งค้าง สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ลลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งที่วาบผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง รินลดาเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจเกินขอบเขตไปเสียแล้ว เธอลืมไปได้อย่างไรว่าปมเรื่องการถูกทอดทิ้งคือจุดตายของประธานหนุ่มคนนี้ สีหน้าของพายุในตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนตอนโกรธ แต่มัน... ว่างเปล่า และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด "คุณ..." พายุพึมพำออกมาเบาหวิว เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "คุณรู้ดีแค่ไหนกัน... รินลดา" "ฉัน..." รินลดาอ้าปากค้าง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอไม่ได้ตั้งใจจะใช้เรื่องปมในอดีตมาทำร้ายเขาจริงๆ สักหน่อย มันเป็นเพราะความโมโหและปากพล่อยของเธอเอง "ฉันขอโทษ..." "เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ตอนที่ผมสั่งให้คุณทำอย่างอื่นเถอะครับ" พายุผละถอยหลังออกไปช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงไร้ความรู้สึกราวกับหน้ากากน้ำแข็ง เขาหันหลังให้เธอ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ท่าทางเย่อหยิ่งกลับมาครอบงำอีกครั้ง "ออกไปจากห้องของผมซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจทำเรื่องที่มากกว่าการแค่ต่อปากต่อคำกับคุณ" รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งผิด ทั้งโกรธ และแปลกใจกับปฏิกิริยาของเขา เธอรู้ดีว่าไม่ควรอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว มือเรียวรีบควσόกระเป๋าถือบนโซฟา แล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตู มือบางเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ผลักบานประตูออกไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูดัง *ก๊อกๆ* สามครั้ง "คุณพายุครับ เอกสารด่วนจาก..." เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่บานประตูถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในยามวิกาลเช่นนี้ รินลดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู ชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และสายตาที่มองตรงมายังเธอด้วยความตกใจไม่แพ้กัน "กวินทร์?!" รินลดาอุทานชื่อนั้นออกมาเสียงหลง พายุที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่ บรรยากาศในห้องที่เพิ่งจะคลี่คลายกลับพุ่งทะยานสู่จุดเดือดอีกครั้งในพริบตาเดียว เมื่อเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นคู่แข่งหัวใจ ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับพวกเขาในยามค่ำคืนนี้ "ดูท่าทาง... ผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะครับเนี่ย" กวินทร์แย้มยิ้มบางๆ สายตาคมกริบกวาดมองระหว่างรินลดาที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู กับพายุที่นั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่หลังโต๊ะทำงาน "หวังว่าผมคงไม่ได้มาเห็นตอนที่พวกคุณกำลัง... 'เคลียร์' กันอยู่หรอกใช่ไหมครับ?" มหายุทธ์ไร้เทียมทานขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%