เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 37

ปฏิบัติการตามง้อของท่านประธาน

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
คราบน้ำตาบนแก้มเนียนของรินลดาแห้งกรังไปนานแล้ว แต่ความร้าวรานในอกยังคงเต้นตุบๆ ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ บนแผลเดิม แรงดึงดูดมหาศาลระหว่างความจริงที่ถูกเปิดโปงกับความรู้สึกผิดบาปในใจ มันบีั้นคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก ร่างบางที่เคยตั้งกำแพงสูงลิ่ว บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับว่าความลับที่เธอพยายามปกปิดและแบกรับไว้คนเดียวตลอดมา ได้ถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้นในวินาทีนี้เอง "ร้องให้พอ..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและจิกกัดเธอสารพัด บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย พายุคุกเข่าลงข้างกายเธออย่างไม่นึกรักศักดิ์ศรีความเป็นประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อม เสื้อสูทราคาแพงที่ตัดเย็บอย่างประณีตเปรอะเปื้อนฝุ่นผงบนพื้นห้อง แต่เขาหาได้ใส่ใจไม่ ปลายนิ้วเรียวที่เคยถือวิสาสะบีบคางเธอด้วยความโมโห กลับสั่นเทาขณะเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ รินลดาเบือนหน้าหนีสัมผัสอ่อนโยนนั้นทันที เธอยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตากลบเกลื่อนความอ่อนแอ ปากเก่งๆ เริ่มทำงานทันทีทั้งที่เสียงสั่น "อย่ามาทำ... เวทนาฉัน! อยากหัวเราะเยาะก็หัวเราะออกมาสิ ที่ในที่สุดแผนการโง่ๆ ของฉันมันพังไม่เป็นท่า... นายสมใจแล้วนี่ พายุ!" "เวทนาเหรอ?" พายุแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้มีแต่ความเจ็บปวดร้าวลึกสะท้อนออกมาให้เห็น "ถ้าฉันอยากหัวเราะเยาะเธอ ป่านนี้ฉันคงฉีกสัญญาแล้วไล่เธอออกนอกบริษัทไปนานแล้ว... ไม่มานั่งคุกเข่าสารเลวอยู่ตรงนี้หรอก รินลดา!" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งคู่ พายุขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่กว้างแทบจะแนบชิดกับร่างบางที่สั่นเทา ความเย่อหยิ่งและมาดขรึมที่เขาสวมใส่มาตลอดชีวิตถูกถอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมจำนนต่อหัวใจที่พ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงปากร้ายตรงหน้าอย่างราบคาบ "ฉันมันโง่เอง..." ประธานหนุ่มพึมพำเสียงเบา สายตาคมทอดมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่แดงก่ำ "โง่ที่ไม่ยอมสังเกตเห็นความผิดปกติ โง่ที่เอาแต่ใช้อารมณ์เข้า ี่ และโง่ที่สุด... ที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้แบกรับปัญหาบ้าๆ นี่ไว้คนเดียวทั้งที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ" รินลดาชะงัก หัวใจที่เต้นกระหน่ำด้วยความกลัวเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดของเขาไม่ใช่การเยาะเย้ยถากถาง แต่มันคือความจริงใจดิบๆ ที่พ่นออกมาจากผู้ชายปากร้ายคนเดิม เพิ่มเติมคือความคลั่งรักที่ทะลักล้นจนน่ากลัว เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามดึงสติแล้วผลักอกแกร่งออกห่าง "ถอยไปนะ... อย่ามาทำเป็นพูดดี วันนี้สงสาร พรุ่งนี้ก็คงเหยียบย่ำฉันซ้ำเหมือนเดิม นายเกลียดคนโกหกไม่ใช่เหรอ พายุ? ฉันโกหกนายเรื่องเงิน ฉันเข้าหา- " "ใช่! ฉันเกลียดคนโกหกที่สุดในชีวิต!" พายุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มทรงพลังแต่เต็มไปด้วยความอัดอั้น เขาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แม้จะไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่ก็นิ่งสนิทราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปไหน "แต่ที่ฉันเกลียดมากกว่าการโกหก... คือการเห็นเธอยอมเอาศักดิ์ศรีไปแลกกับไอ้กวินทร์หรือใครหน้าไหน เพื่อแก้ปัญหาบ้าๆ นั่นโดยไม่ยอมบอกฉันต่างหาก!" รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวาบ "นาย... รู้เรื่องกวินทร์ได้ยังไง?" "คิดว่าฉันโง่มากเหรอ?" พายุแค่นยิ้มหยันตัวเอง แววตาฉายความเจ็บปวดลึกซึ้ง "วันที่เธอยอมไปกินข้าวกับมันเพื่อแลกกับการที่มันจะถอนฟ้องพ่อเธอ... ฉันรู้ทุกอย่าง รินลดา รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร รู้ว่าเธอกลัวฉันจะโกรธแค่ไหน และรู้ด้วยซ้ำว่า... เธอมันใจร้ายกับฉันมากแค่ไหน ที่คิดจะเดินออกจากชีวิตฉันไปเฉยๆ แบบนั้น!" คำพูดของเขาเหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ รินลดาพูดไม่ออก น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหี่ยวไปแล้วกลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกระลอก ความอึดอัดที่สะสมมานานนับเดือนพรั่งพรูออกมาเป็นความเงียบงัน เธอก้มหน้ามองพื้น ซ่อนหยาดน้ำตาที่ไหลรินด้วยความอับจนหนทาง "แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ..." เสียงหวานสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ในเมื่อชีวิตฉันมันพังไปหมดแล้ว หนี้สินรุมเร้า ครอบครัวกำลังจะล้มละลาย... ฉันไม่มีทางเลือก พายุ! ฉันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองแบบนายนะ ที่ทำอะไรก็มีแต่คนคอยเช็ดก้นให้!" พายุถอนหายใจยาวนาน เขาขยับเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ระยะห่าง ฝ่ามืออุ่นจัดเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด นิ้วโป้งปาดหยดน้ำตาออกจากแก้มนวลอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินลดาถึงกับสะท้านเฮือก เผลอช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่น "ใครบอกว่าเธอไม่มีทางเลือก?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาคมกวาดยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าเธอบนพื้นห้องอย่างไร้ฟอร์ม "ต่อจากนี้ไป... ทางเลือกของเธอมีแค่ฉันคนเดียว รินลดา" "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย" เธอยังคงพยายามใช้กำแพงความซึนเข้าสู้ แม้เสียงจะสั่นพร่าและเคมีระหว่างพวกเขากำลังฟุ้งกระจายจนร้อนรุ่มไปหมด "ไม่ได้บ้า..." พายุโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากเธอยุบยิบ "ฉันยอมแพ้แล้ว ยอมจำนนทุกอย่าง... อยากได้อะไร อยากให้ฉันกวาดล้างใคร อยากให้ฉันเปย์บริษัทไหนให้พ่อเธอ บอกมาคำเดียว หมาโบ้ตัวนี้พร้อมทำตามคำสั่งทุกอย่าง... ขอแค่เธอยอมเลิกทำตัวดื้อรั้นแล้วอยู่ข้างๆ ฉันก็พอ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนหัวใจเต้นรัว รินลดาใจสั่นสะท้านกับคำสารภาพดิบๆ ที่ตรงไปตรงมาและยอมลดอีโก้ลงจนหมดเกลี้ยงของประธานหนุ่ม ปากบางอ้าพะงาบจะเอ่ยปฏิเสธตามนิสัยเดิม แต่สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและเว้าวอนคู่นั้น ทำให้คำพูดทั้งหมดจุกติดอยู่ที่ลำคอ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพายุกำลังจะเคลื่อนเข้ามาประทับจูบซับน้ำตาเพื่อปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดของเธอ *ปัง!* ประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างสูงของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก กวินทร์ยืนหอบหายใจโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ก่อนจะตวาดกร้าวโดยไม่สนิทกาลเทศะ "พายุ! แกหยุดบ้าแล้วอ่านนี่ซะ... หุ้นบริษัทของครอบครัวรินลดากำลังจะถูกเทขายหมดพอร์ตแล้ว ถ้าแกยังมัวแต่มานั่งง้องอนผู้หญิงตรงนี้ มีหวังบริษัทพ่อตาแกได้ล้มละลายก่อนได้แต่งงานแน่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของท่านประธานในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%