"นายจะบ้าหรือไงกวินทร์!"
เสียงตะคอกด้วยความเดือดดาลของพายุสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหรา บรรยากาศรอบตัวเขาในยามนี้คุกรุ่นไปด้วยไอความร้อนของโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือสั่นระรัวจากข้อความและกราฟราคาหุ้นที่ดิ่งเหวราวกับดิ่งพสุธา ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
เบื้องหน้าของเขาคือรินลดา หญิงสาวผู้เป็นทั้งต้นเหตุของความคลุ้มคลั่งและเกราะกำบังสุดท้ายในหัวใจ เธอยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยราਤกับแผ่นน้ำแข็งที่ไร้ซึ่งรอยสะเทือนต่อพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่รอบตัว
"อ่านให้มันจบสิครับท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่" กวินทร์ที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องอีกด้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาท แต่นัยน์ตากลับซ่อนความจริงจังและร่องรอยของความหวandบางอย่างไว้ "หรือว่าความหลงระเริงมันบังตา จนมองไม่เห็นว่าตระกูลพิทักษ์พงศ์กำลังจะกลายเป็นขอทานในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว"
"แก..." พายุย่างสามขุมเข้าไปหากวินทร์ด้วยความเร็วสูง หมายจะกระชากคอเสื้อไอ้เพื่อนทรยศที่บังaжมาลูบคมเขาถึงถิ่น แต่รินลดากลับก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไว้เสียก่อน
มือเรียวบางยื่นออกไปดันแผงอกกว้างของพายุเอาไว้ แรงปะทะทำให้เธอเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่แววตาที่มองเขากลับแข็งกร้าวและดื้อรั้นจนน่าโมโห
"ถอยไปริน!" พายุคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองหญิงสาวที่กล้าหาญชาญชัยมาขวางทางเสือ "อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทนไปมากกว่านี้"
"คุณต่างหากที่ต้องหยุดพายุ!" รินลดาตอกกลับเสียงดังไม่แพ้กัน เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ต่อให้หัวใจดวงน้อยจะสั่นไหวกับความใกล้ชิดและรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ตาม "เรื่องบริษัทของพ่อฉัน ฉันจัดการเองได้ คุณไม่ต้องมาทำเป็นเดือดร้อนแทน!"
"จัดการเอง? ฮh!" พายุหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชและเหลืออด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอแล้วบีบเบาๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ "หุ้นกำลังจะหลุดมือ พอร์ตกำลังจะพังพินาศ เธอยังมีหน้ามาบอกว่าจัดการเองได้งั้นเหรอ รินลดา... สมองเธอทำด้วยอะไร ทำไมถึงดื้อด้านขนาดนี้!"
"ปล่อยฉันนะ!" รินลดาพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งเธอขัดขืน พายุยิ่งออกแรงรั้งเข้าหาตัวจนร่างบางแทบจะแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความเกรี้ยวกราดโชยเข้าจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี
"ไม่ปล่อย!" พายุยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ผสม The cocktail ระหว่างความโกรธและความหึงหวง "จนกว่าเธอจะยอมรับว่าเธอกำลังจนตรอก และมีแค่ฉันคนนี้เท่านั้นที่จะช่วยพยุงครอบครัวเธอขึ้นมาได้"
"ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนเผด็จการอย่างคุณ!" รินลดาหันขวับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างจมูกของพวกเขาสัมผัสกันได้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินกันและกัน "ต่อให้บริษัทพ่อฉันจะล้มละลายจนไม่เหลืออะไรเลย ฉันก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนอย่างคุณเด็ดขาด!"
คำพูดที่เฉือดเฉือนดั่งใบมีดกรีดลงบนหัวใจของพายุ ทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงทันที เขากรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีดําสนิทลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมความเจ็บปวดลึกๆ ที่เธอปฏิเสธความหวังดีของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ปากดีนักนะ..." พายุพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธอโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอะพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่พายุกลับใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี มีเพียงความดุดัน ความเว้าวอน และความโกรธเกรี้ยวที่ถูกส่งผ่านรสจูบอันเร่าร้อนนี้ เพื่อลงโทษความดื้อรั้นของหญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาแทบคลั่ง
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและป่าเถื่อนทำให้รินลดาแทบละลาย แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอฮึดสู้ กัดฟันกรอดก่อนจะส่งแรงกัดลงบนริมฝีปากหนาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
พายุผละออกมาชั่วขณะ เขายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่มีรอยเลือดซึม ก่อนจะหัวเราะออกมาในลำคอด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม "เก่งมาก... รินลดา เธอเก่งมากจริงๆ ที่กล้าทำกับฉันถึงขนาดนี้"
"ไอ้คนบ้า..." รินลดาหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วน เธอใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ พลางจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจระคนตัดพ้อ
กวินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ มานาน ขยับตัวส่งเสียงกระแอมเบาๆ เพื่อเตือนสติคนทั้งคู่ "อะแฮ่ม... ดูเหมือนว่าพวกคุณจะสวีทกันผิดเวลานะครับท่านประธาน ตอนนี้ปัญหานอกบ้านกำลังจะพังประตูเข้ามาอยู่แล้ว"
พายุหันขวับไปมองหน้ากวินทร์ด้วยสายตาดุดล สั่งฆ่าได้ในคราวเดียว "แกไสหัวออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!"
"ผมไปแน่ครับ แต่ก่อนไป..." กวินทร์ยักิ้มมุมปาก ท่าทางกวนประสาทไม่เปลี่ยน "ผมแค่อยากจะเตือนด้วยความหวังดีว่า คนที่กำลังกว้านซื้อหุ้นของตระกูลพิทักษ์พงศ์ในตอนนี้ ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนหรอ... แต่เป็นคนที่คุณคุ้นเคยดีเสียด้วยสิครับ"
คำพูดของกวินทร์ทำให้พายุชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ขณะที่รินลดาเองก็หันไปมองกวินทร์ด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
"แกหมายความว่ายังไง?" พายุเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
"หมายความว่า..." กวินทร์ยังไม่ทันได้เอ่ยประโยคถัดให้จบ ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้ใครอนุญาต
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสามในห้องด้วยความเหนือกว่า
พายุหันไปมองผู้ที่มาใหม่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อพบว่าเป็นใคร
"...พ่อ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 38
ประตูที่ปิดตาย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!