นิ้วเรียวของรินลดาเผลอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ประโยคที่เพิ่งได้ยินจากปากของผู้ชายตรงหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“คู่หมั้นงั้นเหรอ?”* มันไม่ใช่คำถามเชิงสงสัย แต่เป็นความจริงอันน่าตกใจที่ถูกโยนใส่หน้าเธออย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ภายในงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนค่ำคืนนี้ บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเงียบงันลงถนัดตา
“คุณพูดอะไรออกมานะ...” รินลดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายของกวินทร์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ สับสน และไม่อยากจะเชื่อ
“ผมไม่ได้พูดเล่นนะริน” กวินทร์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว รอยยิ้มอบอุ่นที่เธอมองว่าคุ้นเคยมาตลอดหลายปีกลับแปรเปลี่ยนเป็นความน่าอึดอัดในวินาทีนี้ “ผู้ใหญ่ทางผู้ใหญ่คุยกันเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม... และผมคิดว่านี่คือเวลาที่เราควรเริ่มต้น”
“แต่เราเป็นแค่เพื่อนกัน กวิน!” รินลดาเผลอขึ้นเสียงด้วยความลืมตัว ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อนเลยในชีวิต ชีวิตของเธอยุ่งอยู่กับการวิ่งวุ่นหาเงินใช้หนี้และประคับประคองบริษัทของครอบครัว จนไม่มีเวลามาคิดเรื่องแต่งงานด้วยซ้ำ ยิ่งกับกวินทร์ เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน เธอยิ่งมองเขาเป็นแค่มิตรภาพที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
ทว่าความปลอดภัยนั้นพังทลายลงในพริบตา
“เพื่อนกันมันกินไม่ได้หรอกริน... และผมก็ไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของคุณไปตลอดชีวิตด้วย” กวินทร์เอื้อมมือหมายจะคว้าข้อแขนของเธอเพื่อดึงเข้าไปใกล้ แต่มือหนาปริศนากลับคว้าข้อมือของเขาไว้กลางอากาศเสียก่อน แรงบีบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยไอสังหารทำให้นายแพทย์หนุ่มต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
“มือสกปรก... ยังกล้าแตะต้องคนของฉันอีกเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวดังขึ้นเหนือศีรษะ รินลดาผะย่อนกายถอยหลังด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของพายุ อัครเดโช ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างอารักขา ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองกวินทร์ราวกับจะฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ ไอความเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุฤดูร้อนที่พร้อมจะพัดทุกอย่างให้ราบคาบ
กวินทร์กัดฟันกรอด สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายด้วยความยากลำบาก เขายืดตัวขึ้นสู้สายตา แม้จะรู้ดีว่าอิทธิพลของตระกูลอัครเดโชนั้นน่ากลัวเพียงใด “นี่มันเรื่องส่วนตัวของผมกับริน คุณพายุ... คิดจะก้าวก่ายอะไรไม่เข้าเรื่องหรือเปล่าครับ?”
“เรื่องส่วนตัว?” พายุแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง “คู่หมั้นงั้นเหรอ? หึ ช่างกล้าพูดออกมาได้ ทั้งที่ผู้หญิงเขายังทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกอยู่แบบนี้ แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ถึงกล้าเอาโซ่มาล่ามผู้หญิงของฉัน”
*“ผู้หญิงของฉัน”*
คำพูดนั้นทำเอารินลดาถึงกับสะท้าน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของจากปากของซาตานร้ายอย่างเขา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นแค่เกมการแสดงหรือคำพูดที่เขาใช้เพื่อข่มขู่คู่แข่งทางธุรกิจและอารมณ์ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสร้างแรงกระเพื่อมในใจเธอได้รุนแรงเพียงใด
กวินทร์หันมามองหน้ารินลดาด้วยแววตาเวทมนตร์ปนความคาดคั้น “ริน... บอกเขาสิว่ามันไม่จริง เธอไม่ได้เป็นของผู้ชายคนนี้!”
ทว่ารินลดากลับเม้มปากแน่น หลบสายตากร้าวร้าวของเพื่อนสนิท เธอกำลังสับสนจนสมองตื้อตันไปหมด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอถอยห่างจากความวุ่นวายนี้ แต่ปีกของซาตานหนุ่มกลับกางกั้นเธอไว้อย่างมิดชิด
พายุหรี่ตามองท่าทีอึกอักของหญิงสาว ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อกี้เขายืนมองสองคนนี้คุยกันจากมุมห้อง หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่อยากยอมรับ มันคือความไม่พอใจ... ความหวงก้างอย่างรุนแรงที่ไม่อาจทนเห็นรอยยิ้มหรือแม้แต่สายตาของเธอไปตกอยู่กับไอ้หน้าอ่อนคนอื่น
เขากลัวเหรอ? บ้าจริง... พายุ อัครเดโช ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ยกเว้นความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะหลุดมือเขาไป
“ไม่ต้องไปถามเธอหลับหรอก เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนกวินทร์พูดไม่ออก มือหนาเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของรินลดาไว้หลวม ๆ แต่หนักแน่นพอที่จะดึงร่างนุ่มเข้ามาแนบชิดกับลำตัว รินลดาเผลออุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ มือเล็กข้างหนึ่งรีบคว้าจับปกเสื้อสูทของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้ม
“ปล่อยฉันนะ...” เธอพึมพำกระซิบเสียงเบาหวิวเมื่อใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันจนเกินไป ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาปัดป่ายอยู่ข้างแก้ม
“เงียบซะ ถ้าไม่อยากให้ฉันจูบโชว์คนครึ่งงานนี้” พายุกระซิบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยการขู่แกมบังคับ แต่ดวงตาคมกริบที่ก้มลงมองเธอกลับฉายแววบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
กวินทร์มองภาพนั้นด้วยความเจ็บใจและโกรธเกรี้ยว “คุณพายุ! คุณกำลังทำเกินไปแล้วนะ รินเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาแย่งชิงตามอำเภอใจ!”
“สิ่งของงั้นเหรอ?” พายุหันกลับมามองคู่แข่งหัวใจด้วยแววตาดุดัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา “จำไว้ไอ้หมอ... ของอะไรก็ตามที่ฉันพึงใจต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือต้องแลกด้วยอะไร ฉันก็ไม่มีวันยอมแบ่งให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะกับแก!”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ความตึงเครียดแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณจนแขกคนอื่น ๆ เริ่มเหลือบมองมาทางพวกเขาด้วยความสนใจ รินลดาใจหายวาบ เธอไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ มือเล็กออกแรงผลักแผงอกแกร่งของพายุเบา ๆ แต่คนตัวโตกลับไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อน ราวกับเขาคือภูเขาหินผาที่ไม่ยอมพังทลาย
“พายุ พอได้แล้ว...” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เอ่ยเสียงอ่อนลงอย่างยอมจำนน “พาฉันออกไปจากตรงนี้ที...”
คำขอร้องที่เจือความเหนื่อยล้าในน้ำเสียงนั้นราวกับสวิตช์ปิดตายความเกรี้ยวกราดทั้งหมดของประธานหนุ่ม พายุมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เจือความกังวลอย่างละเอียด หัวใจที่เคยกระด้างกระเดื่องกลับอ่อนยวบลงอย่างน่าประหลาด เขาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอเบา ๆ ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองกวินทร์เป็นครั้งสุดท้าย
“ถือว่าฉันเตือนแกแล้วนะ... อย่ามาล้ำเส้นคนของฉันอีก”
พูดจบ พายุก็ไม่รอให้กวินทร์ได้ตอบโต้อะไรอีก เขาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกมาจากงานเลี้ยงทันที ฝ_เท้าก้าวฉับ ๆ อย่างรวดเร็วจนรินลดาเกือบจะก้าวตามไม่ทัน แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความเร่งร้อนและความหงุดหงิดที่ยังระอุอยู่ในอกของคนตัวโต
พวกเขาลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินยาวจนกระทั่งมาถึงมุมอับสายตาใกล้สวนหย่อมด้านหลังโรงแรม อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็นสบาย แต่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กลับร้อนระอุราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่
พายุผลักร่างบางให้แนบชิดติดกับผนังปูนเปลือยอย่างนุ่มนวล แต่กักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ยันกำแพงกั้นทางหนีไว้ทุกด้าน รินลดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง ใบหน้าของพายุอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณปลายจมูก
“คุณ... คุณทำบ้าอะไรเนี่ย?” เธอต่อว่าเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาดุดันคู่นั้น แต่ปลายนิ้วแข็งแรงกลับเอื้อมมาเชยคางมนของเธอให้หันกลับมาสบตากันตรง ๆ
“ฉันต่างหากที่ต้องถามเธอ...” พายุจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเจือความคาดคั้นอย่างปิดไม่มิด “ตกลงไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร... แล้วเรื่องคู่หมั้นที่มันพูดเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่รินลดา? เธอตกลงปลงใจกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง!”
รินลดาขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาในอกทันที เธอปัดมือเขาออกเบา ๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นสู้ “ทำไมฉันต้องรายงานคุณด้วยล่ะคะ? เราเป็นแค่คนในสัญญานะคุณพายุ คุณไม่มีสิทธิ์มาจู้จี้เรื่องส่วนตัวของฉัน!”
“ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?” พายุทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนรินลดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอนอนเตียงเดียวกับฉัน ใช้เงินของฉัน และอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน... ผู้หญิงที่มีพันธะสัญญากับฉัน กล้าดียังไงไปมีคู่หมั้นซุกซ่อนไว้ข้างหลัง!”
“ฉันไม่ได้ซุกซ่อนนะ!” เธอเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “ฉันเองก็เพิ่งรู้เรื่องบ้าๆ นี่พร้อมกับคุณเมื่อกี้นี้เหมือนกัน! คุณคิดว่าฉันอยากให้มันเกิดขึ้นเหรอไงเล่า!”
พะงาบปากค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นความจริงจังและแววตาสับสนที่ฉายชัดในดวงตาของหญิงสาว ท่าทีแข็งกร้าวของเขาชะงักงันลงไปครู่หนึ่ง แต่ความหวงก้างและความดื้อรั้นในตัวก็ยังไม่ยอมลดละ
“งั้นเหรอ...” เขาเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความดุดันไว้เช่นเดิม ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความเครียด “แต่ฉันไม่ชอบ... ไม่ชอบให้ไอ้หน้าไหนมาประกาศความเป็นเจ้าของบนตัวเธอทั้งนั้น”
รินลดาหัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ “คุณ... หวงฉันรึไง?”
คำถามนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้าเป้า พายุชะงักไปในทันที นัยน์ตาสีเข้มไหววับวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินลดาแทบจะจมหายไปในอ้อมแขนของเขา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของพวกเขาสองคนที่เต้นระรัวแข่งกับเสียงลมหายใจ
พายุก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามได้
“หวงเหรอ... หรือแค่เสียหน้า?” เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่ “เดี๋ยวเธอก็คงจะได้รู้... ว่าฉันจริงจังแค่ไหนเวลาที่ของของฉัน... กำลังจะถูกคนอื่นแย่งไป”
ทันทีที่พูดจบ พายุก็โน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มเพื่อปิดปากคนช่างเถียง รินลดาดวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะดันอกเขาออก แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของกลุ่มนักลงทุนกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินเลี้ยวมาทางระเบียงด้านนี้ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พายุชะงักริมฝีปากที่ห่างจากเธอแค่เพียงมิลลิเมตรเดียว เขากัดฟันกรอดด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ก่อนจะผละตัวออกห่างจากเธออย่างจำใจ
รินลดารีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมทางเดินพอดี...
ผู้หญิงในชุดเดรสหรูหราสง่างาม ใบหน้าที่คุ้นเคยดีกำลังยืนมองภาพพวกเขาทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและริษยาอย่างปิดไม่มิด!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 12
เขาหวง... หรือแค่เสียหน้า?
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!