"พายุ... แกออกมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้ เกิดเรื่องใหญ่ที่บอร์ดบริหารแล้ว!"
เสียงทุบประตูห้องทำงานส่วนตัวดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับบานไม้เนื้อดีที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต กวินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แววตาที่ปกติมักฉายแววเจ้าเล่ห์หรือความขี้เล่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของกวินทร์ต้องชะงักกึก กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอแทบไม่ทัน
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบ พายุ อัครเดโช ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและถือตัว กำลังยืนประชิดร่างบางของรินลดาที่ถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบติดกับกระจกใสบานใหญ่ยักษ์ มองลงไปเบื้องล่างคือทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามบ่าย ทว่าความสนใจของคนทั้งคู่ไม่ได้อยู่ที่วิวทิวทัศน์แม้แต่น้อย
มือหนาข้างหนึ่งของพายุวางทาบลงบนกระจก กั้นขังหญิงสาวไว้ในอาณาเขตของตนอย่างจงใจ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มเนียนใส ขณะที่รินลดากำลังเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนกำลังพยายามควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะ 'เรื่องสำคัญ' ของพวกคุณสินะ"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันและประชดประชันอย่างปิดไม่มิด แม้ภายในอกจะรู้สึกราวกับมีไฟแผดเผาเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจนั้น
พายุค่อยๆ ผละกายออกช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีตวัดกลับไปมองเพื่อนสนิทที่บังอาจล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้าม รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะซัดสาดทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ถ้าแกยังมีมารยาทหลงเหลืออยู่บ้าง กวินทร์... แกควรจะเคาะประตูก่อนเข้าห้องประธาน" พายุเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาดุจเหยี่ยวหรี่แคบลงอย่างอันตราย "และที่สำคัญ... เรื่องงานที่บอร์ดบริหาร มันจะสำคัญกว่าความเป็นส่วนตัวของฉันตรงไหน"
รินลดาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ก้าวถอยหลังออกมาจากรัศมีอันตราย สองมือยกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อซ่อนความสั่นเทาของเรียวปลายนิ้ว เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้คนเอาแต่ใจตัวดีที่เพิ่งรุกรานเธอเมื่อครู่ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กวินทร์เชิงส่งสัญญาณว่ามีเรื่องด่วนจริงๆ
"ฉันไม่ได้อยากจะมารบกวนเวลาสวีทของนายหรอกนะพายุ แต่ข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการกับกลุ่มทุนต่างชาติมันหลุดรั่วออกไปแล้ว หุ้นในตลาดกำลังร่วงกวาดล้าง และที่แย่ที่สุด..." กวินทร์เว้นจังหวะ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปอีกขั้น "มีคนในคณะกรรมการบริหารกำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อลงมติปลดนายออกจากตำแหน่งประธานในวาระเร่งด่วนนี้"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที
พายุไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ราวกับคาดเดาสถานการณ์นี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสแลคอย่างสบายอารมณ์ ทว่าดวงตากลับคมปลาบ
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะ... คนที่อยากได้เก้าอี้นี้จนตัวสั่น มีปัญญาแค่ใช้ลูกไม้สกปรกใต้โต๊ะ ไม่มีทางชนะเกมนี้หรอก" พายุเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก
"แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องเกมธุรกิจนะพายุ!" รินลดาโพล่งขึ้นมาด้วยความร้อนใจ ดวงตากลมโตฉายแวังกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้เธอจะปากร้ายใส่เขามาตลอด แต่เมื่อรู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย หัวใจดวงน้อยกลับเต้นผิดจังหวะอย่างไม่น่าให้อภัย "ถ้ารายชื่อนั้นครบองค์ประชุม นายจะหมดสิทธิ์แม้กระทั่งการแก้ตัว!"
พายุหันขวับกลับมามองหญิงสาว นัยน์ตาสีเข้มไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ความโกรธเกรี้ยวและพายุอารมณ์ก่อนหน้าพลันมลายหายไป เหลือเพียงประกายความอบอุ่นบางเบาที่ระบายขึ้นในอก
เขาก้าวเข้าไปหารินลดาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องผถอยหลังไปชนโต๊ะทำงาน "เป็นห่วงฉันเหรอ หือ... รินลดา?"
"ใคร... ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองน่าพายุ ฉันแค่ไม่อยากตกงานเพราะคุณต่างหาก บริษัทล้มละลายแล้วเงินเดือนฉันล่ะ!" รินลดาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา
"ปากแข็ง..." พายุหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ผิดกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานลิบลับ "ปากบอกไม่ห่วง แต่หน้าแดงถึงใบหูแล้วนะคนเก่ง"
"นี่คุณ!"
"พอได้แล้วน่า!" กวินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดแทบทนไม่ไหว แทรกตัวเข้ามาคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่ สายตาคมกริบมองพายุด้วยความไม่พอใจอย่างเปิดเผย "นี่ไม่ใช่เวลามาจีบกันนะพายุ แกต้องไปเคลียร์กับบอร์ดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"
พายุปรายตามองเพื่อนสนิทที่มีท่าทีปกป้องรินลดาออกนอกหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าของประธานหนุ่มเลือนหายไปในพริบตา ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่เรียกว่า 'ความหึงหวง' กลับมาตีรวนในอกอีกครั้งอย่างรุนแรง
"ฉันไปแน่..." พายุเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอยืนอยู่ใกล้กวินทร์แม้แต่เซนติเมตรเดียว "แต่ก่อนไป... รินลดาต้องไปกับฉันด้วย"
"ฉัน? ฉันเกี่ยวอะไรด้วยเล่า ปล่อยนะพายุ!" รินลดาข้อมือขัดขืน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของชายหนุ่มมีหรือที่เธอจะสู้ไหว
"เกี่ยวสิ... ในฐานะ 'เลขานุการส่วนตัว' และ..." พายุโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของหญิงสาว จนเส้นผมคลอเคลียข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเต็มไปด้วยประกาศิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้ดังขึ้นแผ่วเบา
"...ในฐานะคนเดียวที่ฉันจะยอมฟังข้อเสนอ"
รินลดาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบกับสรรพนามและแววตาจริงจังที่พายุมอบให้ กวินทร์หน้าเสีย ก้าวเท้าจะเข้ามาดึงตัวหญิงสาวออกไป ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้งโดยเลขานุการหน้าห้อง
"ท่านประธานคะ... คุณปู่... คุณปู่ท่านมาถึงที่บริษัทแล้วค่ะ และตอนนี้กำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้พร้อมกับคณะกรรมการอาวุโสทุกคนค่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของพายุและรินลดาต่างนิ่งค้างไปพร้อมกัน กวินทร์หรี่ตามองด้วยความตกใจ ขณะที่พายุหันขวับไปมองหน้าประตู สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในตระกูลอัครเดโชกำลังก้าวเข้ามาในรัศมีพิพากษา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 21
ข้อตกลงใหม่?
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!