เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 6

แค่มองก็รู้ว่าเธอคิดอะไร

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
รอยยิ้มมุมปากของกวินทร์ที่เคลือบด้วยความท้าทาย ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่าน พายุ อัครเดโช ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ช้าๆ ความสูงและไหล่กว้างของเขาแผ่รังสีคุกคามที่กดดันจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา แต่ทว่า... รินลดาไม่มีทีท่าว่าจะหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวปรายตามองชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนคุมเชิงกันอยู่ราวกับเสือสองตัวในถ้ำเดียวกัน เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างรัศมีอันตรายนั้น ปัดป้องไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปมากกว่านี้ ด้วยความนิ่งสงบที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม "ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะกวินทร์ แต่ฉันจัดการธุระตรงนี้เสร็จพอดี..." รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับขณะหันไปสบตากับประธานหนุ่มผู้กำลังขบกรามแน่น "อีกอย่าง ท่านประธานพายุคงไม่ใจร้ายเหนี่ยวรั้งพนักงานไว้ในช่วงเวลาพักเที่ยงหรอกจริงไหมคะ... อ๊ะ หมายถึง... ครับ" เธอเกือบหลุดคำพูดเคยชินออกมาเสียแล้ว ดีที่ไหวตัวทันเปลี่ยนสรรพนามและหางเสียงได้ทันเวลาท่ามกลางสายตาจับผิดของพายุ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังหงุดหงิด หงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้เหนือกว่า หงุดหงิดที่เธอทำลายเกมที่เขาเป็นคนกุมบังเหียนไว้ทั้งหมด และที่สำคัญที่สุด... หงุดหงิดไอ้ท่าทีปกป้องคุ้มครองของกวินทร์ที่แสดงออกชัดเจนว่าคิดเกินเลยกับเธอ "ผมไม่ได้เหนี่ยวรั้ง..." พายุก้าวเข้าไปใกล้รินลดาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจชั่วขณะ "แต่สัญญาความลับระหว่างเรา... มันไม่ได้ระบุว่าเธอมีสิทธิ์ออกไปเดินระริ้าระรื่นกับ 'เพื่อนสนิท' นอกเวลานะครับ รินลดา" คำว่า 'เพื่อนสนิท' ถูกเน้นเสียงหนักหน่วงประชดประชัน กวินทร์ที่ยืนอยู่อีกด้านขยับยิ้มเย็นชา ก้าวเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของรินลดาดึงเบาๆ ให้ขยับเข้าหาตัว "แต่ตอนนี้หมดเวลางานแล้วนี่ครับท่านประธาน หรือว่า... ท่านประธานกลัวว่าเพื่อนสนิทอย่างผมจะพาเธอไปทำอะไรที่มัน 'เกินเลย' กว่าเพื่อนกันแน่ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกินพริกขี้หนูเข้าไปเป็นกำมือแบบนั้น" ปั้ง! เสียงฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น พายุไม่ได้ตะคอก แต่ความเงียบที่ระเบิดออกมาจากตัวเขากลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการอาละวาด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดติด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินลดาในเสี้ยววินาที จนหญิงสาวต้องผถ่าถอยหลังไปชนแผ่นอกกว้างของกวินทร์โดยไม่ตั้งตัว ทว่า... พายุไวกว่า มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางของรินลดาแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งของเขาแทน แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวผสมผสานกับความนุ่มหยุ่นแนบชิด ทำให้พายุชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กยกขึ้นยันแผงอกกว้างของเขาไว้ "นี่คุณ! บ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยนะ!" "ถ้าไม่อยากให้ผมฉีกสัญญาทิ้งแล้วลากเธอไปขังไว้ในห้องพักส่วนตัวตอนนี้... ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ" พ.ายุโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รอรินลดารับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน กวินทร์หน้าตึงเครียดทันที เขาพยายามดึงตัวรินลดาคืน "ปล่อยเธอพายุ! อย่าใช้ใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกผู้หญิง" "ผู้หญิงของฉัน... ฉันจะทำอะไรก็ได้ นายมีสิทธิ์อะไรมาเสือก?" พายุปรายตามองคู่แข่งด้วยสายตาดุจคมมีด น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แสดงออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ รินลดารู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและกระแสอารมณ์แปลกประหลาดที่พายุจงใจป้อนใส่เธอต่างหาก เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา และเธอก็เกือบจะพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดนี้เสียแล้ว "ฉันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น!" รินลดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของประธานหนุ่มเต็มแรงจนเขาต้องยอมผละออกด้วยความจุกเล็กน้อย เธอก้าวถอยหลังออกมาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นด้วยความถือดี แม้ว่าพวงแก้มจะแดงก่ำด้วยความเคอะเขินก็ตาม "พวกคุณสองคนเลิกเอาฉันมาเป็นสนามประลองปัญญาปัญญาอ่อนนี่สักที ฉันจะไปทานข้าว หิว! ใครจะตามมาก็เชิญ!" พูดจบรินลดาก็หันหลังจ้ำอ้าวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มสองคนยืนประจันหน้ากันด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะฆ่ากันได้ทุกเมื่อ พายุมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปที่ประตู เขาสบถเบาๆ ในลำคอ รสสัมผัสจากการกอดเธอเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่บนฝ่ามือ ความนุ่มนวลและกลิ่นกายหอมหวานนั้นติดตรึงอยู่ในโสตประสาทอย่างน่าหงุดหงิด "นายคิดจะทำอะไรกันแน่ พายุ" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มทะเล้นหาย Wสียเกลี้ยง เหลือเพียงแววตาระแวดระวัง พายุปรายตามองเพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นศัตรูหัวใจ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น "เรื่องของฉัน... แต่ถ้าแกยังกล้าเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องของรินลดาอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนกวินทร์ขยับกรามแน่น รินลดาเดินลงมาถึงลิฟต์โดยสาร พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่ยังคงเต้นผิดจังหวะ เธอยกมือขึ้นสัมผัสพวงแก้มที่ร้อนผ่าว พายุเป็นผู้ชายที่อันตราย... อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาปกป้องไว้เหลือเกิน ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น ประตูสแตนเลสสีเงินค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านใน คนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แบบนี้ รินลดาชะงักฝีเท้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมของชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากลิฟต์พอดี "อ้าว... รินลดา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ จำพี่ได้ใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เคยทำลายหัวใจเธอมาแล้วในอดีต ร่างสูงโปรดปรานก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด พร้อมกับมือใหญ่ที่ยื่นมาแตะที่ไหล่บางอย่างคุ้นเคย ในจังหวะเดียวกับที่พายุเดินตามลงมาจากบันไดหนีไฟเพื่อตามทวงตัว 'ของเล่น' ของเขาคืน ภาพที่เห็นคือรินลดากำลังยืนสนิทแนบชิดกับชายหนุ่มแปลกหน้า รอยยิ้มและสายตาที่เธอมองอีกฝ่าย... มันไม่ใช่แววตาเดียวกันกับที่ใช้มองเขาหรือกวินทร์ ดวงตาคมกริบของพายุหรี่แคบลง เพลิงโทสะที่เพิ่งสงบลงปะทุขึ้นมาอีกครั้ง รุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขารู้ว่า... เกมนี้มีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาแจมโดยที่เขาไม่อนุญาต ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักหัวใจของท่านประธานพายุด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%