ประโยคกวนประสาทของหญิงสาวผู้มาใหม่ยังไม่ทันจางหายไปจากบรรยากาศตึงเครียด รินลดาก็สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาอัตโนมัติทำให้เธอดันอกแกร่งของพายุออกห่างอย่างแรงจนเกือบเสียหลักล้มทับกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน
แต่เร็วกว่าที่ร่างบางจะเซถลา พายุกลับคว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างแม่นยำ แรงดึงรั้งทำให้รินลดาพุ่งกลับมาชนแผงอกกว้างอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจในอกเต้นรัวระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
ดวงตาคมกราบก్రిดของประธานหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด เขายังไม่ทันได้เอաբคำพูดเชือดเฉือนใด ๆ ออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก็ถือวิสาสะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่คิดจะเคาะประตูขออนุญาตแม้แต่น้อย
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณพายุกับ... เอ่อ พนักงานใหม่คนนี้เข้าสินะคะ"
เสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะเย้ยไว้อย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น พร้อมกับร่างอ้อนแอ้นของ "มัทนา" เลขานุการหน้าห้องผู้กุมความลับและทะเยอทะยานเกินตัว เธอกวาดสายตามองท่าทางคล้ายคนกำลังโอบกอดกันเมื่อครู่ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะแสร้งยกมือขึ้นปิดปากราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าทำเรื่องเสียมารยาท
พายุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ ดวงตาคมเข้มดั่งพญาเหยี่ยวตวัดมองผู้บุกรุกด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น รังสีความกดดันระดับพรีเมียมแผ่กระจายออกรอบตัวจนมัทนาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องนี้โดยไม่เคาะประตูก่อน มัทนา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผิวหนัง "แล้วก็ช่วยเก็บสายตาไร้มารยาทนั่นกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่คุณออกไปยืนเคว้งคว้างนอกตึก"
มัทนากัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจเล็กน้อยที่ถูกตำหนิต่อหน้านางเอกสาว แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มหวานหยด ยื่นแฟ้มเอกสารในมือออกไปข้างหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความผิด "พอดีเอกสารด่วนจากฝ่ายการตลาดต้องให้ท่านประธานเซ็นอนุมัติภายในสิบนาทีนี้ค่ะ ฉันเห็นประตูไม่ได้ล็อกสนิทก็เลย... ด้วยความหวังดีกลัวงานจะสะดุดน่ะค่ะ"
รินลดาฉวยโอกาสจังหวะที่ความสนใจของพายุพุ่งไปที่มัทนารีบดึงข้อมือของตนเองให้หลุดจากการกุมบังเหียนของชายหนุ่ม เธอถอยหลังก้าวหนึ่ง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปั้นสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่
"ถ้าท่านประธานมีธุระด่วน ดิฉันขอตัวไปเคลียร์งานข้างนอกก่อนนะครับ... เอ๊ย! ก่อนนะคะ... เอ่อ ขอตัวก่อนค่ะ!" รินลดาเกือบหลุดปากพูดภาษาผู้ชายออกไปเพราะความลนลาน เธอกัดลิ้นตัวเองแทบขาดเมื่อเผลอเกือบโป๊ะแตกต่อหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ
พายุเหลือบมองท่าทางลนลานที่พยายามทำเป็นนิ่งของหญิงสาว มุมปากหยักกระตุกยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เขารู้ว่ายายตัวแสบคนนี้กำลังหนีความอายที่เกือบจะแสดงอาการใจสั่นให้เขาเห็น
"เดี๋ยว" พายุเอ่ยเสียงเข้ม รั้งร่างบางไว้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว "งานกองพะเนินบนโต๊ะของเธอยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งคิดจะหนีไปไหน อยู่ตรงนี้ รอฟังคำสั่งให้จบก่อน"
มัทนาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก เธอยื่นแฟ้มในมือกระแทกบนโต๊ะทำงานของพายุแรงกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อเรียกร้องความสนใจ "เซ็นตรงนี้เลยค่ะคุณพายุ ฉันจะได้รีบเอาไปจัดการต่อ... อ้อ ส่วนเรื่องที่คุยค้างกันเมื่อกี้ หวังว่าคงไม่มีอะไรเกินเลยระหว่างเจ้านายกับลูกจ้างใหม่หรอกนะคะ เพราะภาพลักษณ์ของบริษัทเราเสียหายไม่ได้เด็ดขาด"
พายุหันขวับไปจ้องหน้ามัทนาด้วยแววตาที่คมกริบยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นด้วยโทสะที่ถูกสะกิด "หน้าที่ของเธอคือเอาเอกสารไปส่ง ไม่ใช่มาเสือกเรื่องส่วนตัวของฉัน ออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไล่เธอออกจริง ๆ"
น้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นเยียบทำเอามัทนารีบสะดุ้งถอยหลังกู๊ดบายแทบไม่ทัน เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้รินลดาหนึ่งทตรึงก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปังใหญ่เพื่อระบายอารมณ์
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนห้องทำงานหรูอีกครั้ง บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินลดายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม ไม่ยอมแพ้ต่อสายตาคมกราบที่กำลังจดจ้องมองมาที่เธอราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ
"มองอะไรคะคุณพายุ ฉันทำตามหน้าที่ของฉันเสร็จแล้ว ถ้าไม่มีอะไรจะใช้งานฉันแล้ว ขอตัวไปทำงานอื่นค่ะ" รินลดาเอ่ยเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีไม่อยากสบตาคู่คมที่มักจะทำให้หัวใจเธอแกว่งไกวทุกที
พายุลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง รินลดาถอยหลังทีละก้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้หนังสือกระจกด้านหลัง เป็นอันว่าหมดทางหนี
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา กักขังร่างบางไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ยันตู้หนังสือไว้ ดวงตาคมก้มมองหญิงสาวที่กำลังเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า
"กล้ามากนะที่กล้าปฏิเสธฉัน แถมยังเกือบโป๊ะแตกหลุดพูดจาประหลาด ๆ ออกมาอีก" พายุเอưởกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนขนลุก รินยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "เธอคิดจะทำอะไรลับหลังฉันกันแน่ รินลดา"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ! ถอยออกไปนะ คุณกำลังละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของฉัน!" รินลดาร้องประท้วง มือเรียวยันแผงอกเขาไว้สุดแรง แต่พายุกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
"สิทธิ์ส่วนบุคคล?" พายุแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายท้าทาย "ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเซ็นสัญญากับฉันแล้ว และในสัญญาฉบับนั้น... มีกฎเหล็กข้อสำคัญที่เธอไม่มีสิทธิ์ฝ่าฝืนเด็ดขาด"
รินลดาชะงักไปเล็กน้อยด้วยความสงสัย "กฎเหล็กอะไรของคุณ ฉันไม่เห็นจำได้ว่ามีข้อไหนบอกห้ามเข้าใกล้คุณนี่!"
พายุโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูเนียนใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ รินลดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความสั่นสะท้านจากสัมผัสที่จงใจยั่วเย้าของประธานหนุ่ม
"กฎข้อแรก... ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะไอ้กวินทร์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของเธอ" พายุเอ่ยเสียงต่ำ รังสีความหวงแหนพวยพุ่งออกมาอย่างปิดไม่มิด "กฎข้อที่สอง... ห้ามมองตาผู้ชายคนไหนนานเกินสามวินาที ยกเว้นฉัน"
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เธอผลักอกเขาเต็มแรงอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธระคนเขินอาย "คุณมันบ้า! เอาอำนาจอะไรมาออกกฎงี่เง่าแบบนี้ ฉันไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะ!"
พายุรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับกลีบปากอิ่มที่กำลังขยับเถียง
"ส่วนกฎข้อที่สาม..." พายุเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มลึกเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนคนฟังหายใจติดขัด "...ห้ามใจสั่นเวลาอยู่ใกล้ฉัน... แต่ดูท่าทางตอนนี้ เธอกำลังฝ่าฝืนกฎข้อนี้อย่างแรงเลยนะ รินลดา"
คำพูดแทงใจดำทำเอารินลดาถึงกับพูดไม่ออก หัวใจในอกเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ ๆ เธอพยายามจะสบตากลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ แต่สายตาดุดันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายของพายุกลับสะกดเธอไว้จนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศหวามไหวที่กำลังก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทาน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างรวดเร็วก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของอนุญาต ร่างสูงโปร่งของ "กวินทร์" ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทและช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ
"ขอโทษทีครับท่านประธาน พอดีผมมารับ 'แฟนเก่า' เอ๊ย... เพื่อนสนิทไปทานข้าวเที่ยง หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาส่วนตัว... ของพวกคุณนะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนมหายุทธ์คนนี้มาโดยตลอดนะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 5
กฎเหล็ก 3 ข้อที่ห้ามทำ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!