เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 31

น้ำตาของคนปากแข็ง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
นิยายเรื่อง: "เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ" ตอนที่ 31: น้ำตาของคนปากแข็ง "ปล่อยมือเธอ, กวินทร์" น้ำเสียงของพายุไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลชนิดที่ทำให้อากาศรอบกายลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมือหนาของกวินทร์ที่กำลังกุมข้อมือเรียวของรินลดาเอาไว้ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกชัดเจนว่าประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังอดทนถึงขีดจำกัด กวินทร์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับกระชับมือแน่นขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพที่เคยประดับบนใบหน้าเจือความเย้ยหยัน "ทำไมผมต้องปล่อยล่ะครับ ในเมื่อรินไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้กับคุณแล้ว... คุณพายุ" รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากXอก เธอรีบดึงข้อมือตัวเองกลับทันที พร้อมกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างจากผู้ชายทั้งสองคน สายตาสั่นระริกมองสลับระหว่างพายุผู้มีใบหน้าถมึงทึงกับกวินทร์ผู้กำลังเล่นเกมจิตวิทยาอย่างเลือดเย็น "ฉันกลับเองได้ กวินทร์... ขอบคุณ" รินลดากล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าภายในจะปั่นป่วนราวกับพายุหมุน "รินครับ อย่าดื้อเลย ผู้ชายคนนี้ทำให้คุณร้องไห้มามากพอแล้วนะ" กวินทร์หันไปเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าจงใจเน้นคำว่า 'ร้องไห้' ให้ดังพอที่พายุจะได้ยินชัดเจน พลั่ก! ไวเท่าความคิด หมัดหนักๆ ของพายุก็กระแทกเข้าที่มุมปากของกวินทร์อย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างของกวินทร์เซถอยหลังไปหลายก้าว รสชาติคาวสนิมเลือดคละคลุ้งในโพรงปากทันที แต่นายแพทย์หนุ่มกลับไม่โกรธ เขายกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปากลวกๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างท้าทาย "พายุ!" รินลดาอุทานเสียงหลง พุ่งเข้าไปขวางหน้าพายุเอาไว้ทันที สองมือบางผลอกอกกว้างของเขาให้ออกห่าง "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ไปต่อyเขาทำไม!" พายุชะงัก ดวงตาคมวาวโรจน์มองหญิงสาวที่กำลังปกป้องผู้ชายอีกคน ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก คำว่า 'หึงหวง' และ 'หวาดกลัว' ตีรันกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออก มือหนาที่กำหมัดแน่นค่อยๆ คลายออกช้าๆ พร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "ปกป้องมันเหรอ... รินลดา?" พายุเค้นเสียงถาม รอยยิ้มนั้นน่าเวทนาเสียยิ่งกว่าร้องไห้ "ห่วงมันมากสินะ กลัวมันเจ็บเหรอ แล้วที่ผ่านมา... ที่ฉันเจ็บจนแทบคลั่งนี่ เธอเคยสนใจบ้างไหม!" "ฉัน..." รินลดาจุกจนพูดไม่ออก เมื่อเห็นแววเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตาของประธานผู้ยิ่งใหญ่ที่หยิ่งผยองอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง "พอเถอะครับคุณพายุ" กวินทร์ดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะมีรอยฟกช้ำที่มุมปาก แต่รอยยิ้มเยาะเย้ยยังคงอยู่ "ความจริงใจของคุณมันหมดราคาไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะผลไสไล่ส่งเธอ... ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ใกล้เธอด้วยซ้ำ" ประโยคนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงบนแผลสด พายุหันขวับไปจ้องหน้ากวินทร์ รังรสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ "แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน! ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำให้แกเดินออกจากที่นี่ไม่ได้จริงๆ!" กวินทร์หัวเราะในลำคอ แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของพายุ เขาก็ยอมถอยหลังทีละก้าวอย่างรู้จังหวะ ก่อนจะหันมาส่งสายตาอ่อนโยนให้รินลดา "ผมรออยู่ที่รถนะริน มีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลา" เมื่อร่างของกวินทร์ลับสายตาไป ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมทันที พายุยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมทอดมองพื้นคอนกรีตเบื้องหน้า ไหล่กว้างห่อลงเล็กน้อยอย่างคนแบกรับโลกทั้งใบไว้ไม่ไหว ทิฐิและความหยิ่งผยองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและรอยร้าวลึกในความสัมพันธ์ที่ยากจะประสาน รินลดายืนมองแผ่นหลังกว้างนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่ถูกเขาต่อว่าด้วยถ้อยคำร้ายกาจ พายุยอมลดทิฐิด้วยการตามหาเธอ ยอมแสดงด้านที่อ่อนแอให้เห็น ยอมแม้กระทั่งใช้กำลังเพื่อปกป้องเธอ... แต่มันช้าไปหรือเปล่า? ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในใจเธอมันเติบโตเกินกว่าจะกล้าเสี่ยงอีกครั้งแล้ว "คุณ... กลับไปเถอะค่ะ" รินลดาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย พายุสะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองใบหน้าหวานที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม "เธอไล่ฉันอีกแล้วเหรอ รินลดา... นี่เธอยังใจร้ายกับฉันได้อีกงั้นเหรอ?" "ฉันไม่ได้ใจร้ายค่ะ..." รินลดาพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ปลายจมูกรั้นเริ่มแดงเรื่อ ดวงตาคู่สวยคลหน่วยด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกัก Nขังไว้ไม่ให้ไหลริน "แต่เรามัน... อยู่คนละโลกกันตั้งแต่แรกแล้ว คุณพายุ" "โลกบ้าอะไร!" พายุพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตาเดียว มือหนาทั้งสองข้างคว้าจับไหล่บางเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ฉันไม่สนโลกบ้าบออะไรนั่นทั้งนั้น! ฉันสนใจแค่เธอ... รินลดา! มองตาฉันสิ บอกฉันซิว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเลย บอกสิว่าที่ผ่านมามันก็แค่การแสดง!" รินลดาสบตากับเขา หัวใจสั่นไหวรุนแรงเมื่อเห็นหยดน้ำตาใสๆ ที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร พายุกำลังร้องไห้... ผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดคนนั้นกำลังหลั่งน้ำตาเพราะเธอ ทว่า ยิ่งเห็นเขารักเธอมากเท่าไหร่ เธอกยิ่งกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะตกลงมาจากที่สูงชันนี้แล้วเจ็บปวดเจียนตาย "ใช่ค่ะ... มันก็แค่การแสดง" รินลดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เอ่ยคำโกหกที่ทำร้ายหัวใจตัวเองมากที่สุดออกมา เพื่อตัดรอนความหวังของเขา "ปล่อยฉันเถอะค่ะ... ปล่อยให้ฉันไปเจอทางที่ถูกต้องสักที" พายุชะงักงัน มือที่จับไหล่เธอค่อยๆ คลายแรงลง รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "เธอเก่งมาก... รินลดา เก่งจริงๆ ที่สามารถเหยียบยยำหัวใจฉันได้ขนาดนี้" "ขอโทษด้วยนะคะ..." รินลดาเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังคู่นั้นอีกต่อไป เธอสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม แล้วสาวเท้าเดินหนีออกไปทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมามองแม้แต่น้อย พายุมองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้วสากระคายเคือง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนแทบยืนไม่ไหว เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ลมหายใจสะท้านไหวด้วยความเคียดแค้นตัวเองที่สายเกินไป... ทว่า ในจังหวะที่รินลดาเดินเลี้ยวพ้นมุมตึกเพื่อจะมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็หยุดเธอไว้เสียก่อน "คิดว่าจะหนีพ้นอย่างนั้นเหรอครับ... น้องริน" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับมือปริศนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแรง รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองก็ต้องพบกับใบหน้าของบุคคลที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ที่หน่วงหัวใจนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%