กระดาษแผ่นบางในมือของกวินทร์สั่นน้อยๆ ทว่าในสายตาของพายุ มันคือหลักฐานชิ้นเอกที่กำลังท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขา ประธานหนุ่มร่างสูงใหญ่ไม่แม้แต่จะชายตากลมกลืนไปกับบรรยากาศความตึงเครียดรอบตัว ร่างหนาในชุดสูทสีเข้มยืนค้ำหัวหญิงสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟาหนังแท้ แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบยาพิษคู่นั้นกวาดมองรินลดาตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายรองเท้าด้วยความรู้สึกดูแคลนระคนผิดหวังอย่างรุนแรง
"ส่งมันมา กวินทร์" พายุเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาไปจากหญิงสาว "และเธอก็เตรียมตัวอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เคลียร์... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับความสตอเบอร์รีของเธอจริงๆ"
น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบ ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาในคืนเดือนมืด รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหา แต่ทิฐิอันดื้อรั้นก็ยังคงค้ำคอไม่ยอมปริปากอธิบายคำแก้ตัวใดๆ ออกมาในทันที
"คุณพายุ..." กวินทร์ส่งเสียงปรามเล็กน้อย พร้อมกับก้าวเข้ามาขวางระหว่างกลาง "ใจเย็นก่อนครับ เรื่องนี้มันอาจจะมีเข้าใจผิดกันได้ รินเขาไม่ได้..."
"ถอยไป กวินทร์" พายุตวัดสายตาดุดันมองเพื่อนสนิทที่ทำตัวเป็นอัศวินขี่ม้าขาว "นี่เรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนี้ นายไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง... หรือว่านายติดใจอะไรในตัวเธอนักหนา ถึงได้คอยตามเช็ดตามล้างให้ตลอดเวลาแบบนี้!"
คำพูดเจือความประชดประชันและหึงหวงอย่างไร้เหตุผลพุ่งตรงเข้าใส่กวินทร์ ทว่าคนที่เจ็บปวดที่สุดกลับเป็นรินลดา หญิงสาวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง เธอหมดแรงจะต่อสู้ ท้อแท้เกินกว่าจะอธิบายความจริงทั้งหมดให้คนที่มองเธอในแง่ลบมาตลอดฟัง
"ใช่ค่ะ ฉันมันผู้หญิงหน้าเงิน สตอเบอร์รี และก็ทำทุกอย่างเพื่อเงินอย่างที่คุณพายุคิดนั่นแหละ" รินลดาตัดสินใจตัดบท เธอเชิดหน้าขึ้นฝืนสู้สายตาดุร้ายคู่นั้น แม้หัวใจจะร้าวรานจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ "ถ้าคุณคิดว่าเอกสารแผ่นนั้นมันฟ้องว่าฉันสารเลวขนาดนั้น ก็เชิญฉีกมันทิ้งแล้วไล่ฉันออกไปเลยสิคะ จะมาทนยืนมองหน้าฉันให้รกหูรกตาอยู่ทำไมล่ะ!"
พายุชะงักไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าคนตัวเล็กที่เคยเถียงเขาฉอดๆ จะยอมจำนนด้วยถ้อยคำประชดประชันเช่นนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกขนาดใหญ่ กวินทร์ยืนมองบรรยากาศที่คุกรุ่นระหว่างทั้งคู่ด้วยความหนักใจ เอกสารในมือของเขาถูกวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างเงียบๆ มันคือสัญญาเงินกู้ระหว่างรินลดากับเจ้าหนี้เงินนอกระบบรายหนึ่ง ซึ่งมียอดเงินสูงลิ่วจนเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะหามาใช้คืนได้ในเวลาอันสั้น และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้รินลดาต้องยอมก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะภรรยาตามสัญญา
"เธอท้าฉันเหรอ รินลดา" พายุกัดฟันกรอด ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวจนเธอต้องเอนหลังพิงพนักโซฟากรอบแววตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คิดว่าฉันไม่กล้าทำอย่างที่พูดหรือไง คิดว่าความน่าสงสารจอมปลอมของเธอจะทำให้ฉันใจอ่อนได้งั้นสิ!"
"ถ้าคุณเกลียดฉันนัก ทำไมไม่ปล่อยฉันไปล่ะคะ!" รินลดาโพล่งออกมา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยดวงตาคู่สวย แต่เธอก็ยังดึงดันไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "คุณขังฉันไว้ที่นี่ ทำตัวเย็นชาใส่สารพัด ย่ำยีศักดิ์ศรีของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า... คุณสนุกมากใช่ไหมคะที่ได้เห็นคนอื่นทรมานแบบนี้!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที พายุชะงักงันกับคำตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของเธอ หัวใจแกร่งกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ปมในใจเรื่องการถูกทอดทิ้งและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่รักสะกิดเร้าให้เขากำหมัดแน่นยิ่งขึ้น ความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันตัว กลับกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองเข้าอย่างจัง
"ฉันไม่ได้สนุก..." พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าของเขาอ่อนลงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิมเมื่อนึกถึงความลับที่เธอยังปิดบัง "แต่ฉันเกลียดคนโกหก... และเกลียดที่สุดคือคนที่เห็นความรู้สึกของฉันเป็นแค่ของเล่น!"
"ความรู้สึกของคุณเหรอคะ?" รินลดาแค่นยิ้มหยันทั้งน้ำตา "คุณเคยมีความรู้สึกให้ฉันด้วยเหรอคะคุณพายุ มีแต่ความดูถูกเหยียดหยามต่างหากล่ะที่คุณมอบให้ฉันมาตลอด!"
กวินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์มานานถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ "พายุ นายใจเย็นลงหน่อยเถอะว่ะ รินเขาไม่ได้..."
"พอกวินทร์!" รินลดาหันไปปรามเพื่อนหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ไม่ต้องแก้ตัวแทนฉันหรอกค่ะ ในเมื่อคุณพายุเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าฉันมันผู้หญิงเห็นแก่ตัว ต่อให้ฉันพูดความจริงจนปากเปียกปากแฉะ เขาก็คงคิดว่ามันคือการแสดงละครอยู่ดี"
หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าของตนเอง แววตาที่มองชายหนุ่มว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายความหวัง ความเย็นชาที่พายุมอบให้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ได้ฆ่าความรู้สึกดีๆ ที่เธอเคยมีให้เขาจนหมดสิ้นแล้ว รินลดาลดตัวลงหยิบกระเป๋าถือใบเล็กบนโต๊ะ ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองหน้าประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่อีกเลย
"ริน!" กวินทร์อุทานด้วยความตกใจ รีบก้าวเท้าตามไป แต่ถูกมือหนาของพายุคว้าต้นแขนเอาไว้เสียก่อน
"ปล่อยให้เธอไป..." พายุเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ หัวใจข้างซ้ายบีบรัดแน่นจนหายใจไม่ออก ความรู้สึกหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครง쓰กิดขึ้นในอก เขากลัว... กลัวว่าการปล่อยเธอเดินออกไปในครั้งนี้ จะหมายถึงการสูญเสียเธอไปตลอดกาล
กวินทร์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมด้วยความไม่พอใจ เขามองหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาดุดัน "นายมันโง่พายุ... นายกำลังจะเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตไปเพราะความหยิ่งผยองบ้าๆ ของนายเอง!"
สิ้นคำพูดของกวินทร์ พายุก็พุ่งตัวออกไปจากห้องรับแขกทันที ขายาวก้าวฉับๆ ด้วยความเร็วเพื่อไล่ตามร่างบางที่เพิ่งเดินพ้นประตูกระจกออกไปสู่สวนหย่อมหน้าบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่เริ่มมืดครึ้มและสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"รินลดา หยุดเดี๋ยวนี้!" พายุตะโกนแข่งกับเสียงสายฝนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ร่างสูงวิ่งฝ่าสายฝนจนมาดักหน้าหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน ทว่าในวินาทีที่รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำตาที่ผสมปนเปไปกับสายฝนบนใบหน้าของเธอกลับทำให้หัวใจของพายุหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
รินลดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนหายใจหอบโยน เนื้อตัวเปียกปอนไม่ต่างจากเธอ แววตาของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด
"พอใจหรือยังคะคุณพายุ" รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ซัดสาด "ฉันเดินออกมาจากชีวิตคุณตามที่คุณต้องการแล้ว... ทีนี้ ปล่อยฉันไปสักทีเถอะนะคะ"
พายุยืนนิ่งอึ้ง มือหนาที่ยกขึ้นตั้งใจจะคว้าแขนเธอค้างเติ่งกลางอากาศ คำพูดนับร้อยที่เตรียมไว้เพื่อจะรั้งเธอกลับติดอยู่ที่ลำคอ ทันใดนั้นเอง เสียงแตรรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วบ้านอย่างกะทันหัน ก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมอง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ก้าวลงมาท่ามกลางสายฝน พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ซึ่งทำให้พายุถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัด
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัวสวีทกันหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทาย พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวรินลดาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ต่อหน้าต่อตาพายุที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาตลอดนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 30
สงครามเงียบในบ้าน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!