"มึง... กล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของกู!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของพายุดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่หยุดหายใจของทุกลมหายใจ ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของกวินทร์อย่างไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้แก้วไวน์ในมือของกวินทร์ร่วงลงกระทบพื้นพรมหรูแตกกระจาย ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นราวกับหยดเลือดที่แต่งแต้มฉากความขัดแย้งให้ดุเดือดขึ้นเป็นทวีคูณ
รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก เธอมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนจนแยกไม่ออกระหว่างความตกใจ ความอึดอัด และความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเนิ่นนาน
"ผู้หญิงของมึงเหรอพายุ?" กวินทร์ยิ้มหยัน แม้จะถูกกระชากจนตัวเซ แต่แววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความท้าทายที่ตั้งใจจุดไฟโทสะของประธานหนุ่มให้ลุกโชน "สัญญาทาสบ้าๆ ที่มึงใช้ล่ามเธอไว้ มันหมดความหมายไปนานแล้วนะ... นายหัวกระฎุมพีผู้ไม่เคยแคร์ใคร"
"หุบปาก!" พายุตวาดกร้าว นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาที่กำปกเสื้อของกวินทร์สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ เขากวาดสายตามองหน้าเพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นศัตรูหัวใจ ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของพายุที่สะท้อนก้องในโถงรับแขก
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอมองดูความเย่อหยิ่งและท่าทีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "เจ้าหนี้" และ "คู่สัญญา" ในคราบสามีทางพฤตินัย ท่าทีหึงหวงอย่างไร้เหตุผลนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจเลยแม้แต่น้อย มันกลับตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่า... สำหรับพายุแล้ว เธอเป็นได้แค่เพียง "สิ่งของ" ในอาณาจักรของเขา เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่ห้ามให้ใครแตะต้องตามความเห็นแก่ตัวของเขาเท่านั้น
"พอได้แล้วค่ะ... คุณพายุ"
น้ำเสียงหวานที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ผิดไปจากทุกครั้งที่เธอมักจะใช้ต่อปากต่อคำกับเขา ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้พายุชะงัก ร่างหนาคลายมือออกจากคอเสื้อของกวินทร์อย่างช้าๆ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต เขาหันขวับมามองหน้าเธอด้วยความไม่เชื่อสายตา
"เธอว่ายังไงนะ..." พายุเค้นเสียงถาม ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว
รินลดาไม่ได้หลบสายตาคมคลาวนั้น เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า ไม่มีประกายความดื้อรั้นท้าทายเช่นเคย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาพายุรู้สึกหนับแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันบอกให้พอได้แล้วค่ะ" รินลดาทวนคำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น เธอยกมือขึ้นปลดสร้อยข้อมือเพชรราคาแพงลิบลิ่วที่พายุเคยบังคับให้เธอใส่ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน วางมันลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยตรงหน้าอย่างไม่ไยดี เสียงโลหะกระทบกระจกเบาหวิว แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนฟังจนน่าใจหาย
"ริน... เธอทำบ้าอะไรของเธอ?" พายุขยับเข้าไปใกล้ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ แต่รินลดากลับก้าวถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว เว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้กว้างขึ้นราวกับต้องการขีดเส้นตาย
"ฉันไม่ได้ทำบ้าอะไรทั้งนั้นค่ะ... ฉันแค่กำลังคืนอิสรภาพให้คุณ และคืนชีวิตให้กับตัวเอง"
รินลดาเอ่ยจบก็ก้มลงเปิดกระเป๋าถือใบโปรด หยิบแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มออกมาเล่มหนึ่ง มันคือ "สัญญาจำยอม" ฉบับจริงที่เคยผูกมัดทั้งสองคนไว้ด้วยกัน เธอยื่นมันออกไปข้างหน้า แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของเขา แต่เธอก็ฝืนบังคับให้มันนิ่งที่สุด
พายุกดสายตามองเอกสารแผ่นนั้น หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ ความรู้สึกหวาดกลัวการถูกทอดทิ้งที่ฝังรากลึกอยู่ในปมในใจมาตั้งแต่เด็ก พุ่งพล่านขึ้นมาฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบกระเจิง นี่ไม่ใช่การประชดประชัน แต่นี่คือการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่เขาสัมผัสได้ถึงความจริงจัง
"ฉันไม่อย่ายอมเป็นหมากในเกมของคุณอีกแล้วค่ะคุณพายุ" รินลดาแค่นยิ้มหยันให้ตัวเอง "หนี้สินระหว่างเรา... ถือว่าหักล้างกันไปกับสิ่งที่คุณทำกับฉันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ก็แล้วกัน ฉันเหนื่อยแล้ว... และเราควรต่างคนต่างอยู่"
"เธอพูดง่ายเกินไปแล้วนะรินลดา!" พายุคำรามลั่น ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาไม่ยอมเอ่ยคำรั้งที่อัดแน่นอยู่ในลำคอออกมา เขาเลือกใช้กำแพงความดุดันเข้าปกปิดความหวาดหวั่น "คิดว่าสะบัดก้นหนีไปแบบนี้แล้วมันจะจบเหรอ? สัญญานั่น... ฉันเป็นคนถือ! ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น!"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาอนุญาตหรือไม่อนุญาตฉันอีกแล้วค่ะ" รินลดาเชิดหน้าขึ้น หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยแต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "เพราะต่อจากนี้ไป... ทางใครทางมันค่ะ"
พูดจบ เธอก็โยนแฟ้มเอกสารลงบนพื้นแทบเท้าของชายหนุ่ม ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
"รินลดา!"
พายุตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง เขาก้าวเท้าพรวดพราดตามร่างบางที่เดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องรับแขกอย่างไม่คิดชีวิต ความอีโก้ ความหยิ่งผยอง หรือแม้แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอใดๆ ในวินาทีนี้ถูกโยนทิ้งลงถังขยะจนหมดสิ้น เมื่อภาพของแผ่นหลังบอบบางที่กำลังก้าวเดินออกไปจากชีวิต กำลังทำให้โลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ใครพังทลายลงมาตรงหน้า
กวินทร์ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มสมเพชตัวเองปนสมน้ำหน้า เขารู้ดีว่าพายุรักและหวงแหนผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน แต่ทิฐิที่หนากว่ากำแพงเมืองจีนนั่นแหละ คือสิ่งที่กำลังทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง
รินลดาเดินมาถึงประตูทางออก หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความโล่งใจที่ได้สลัดพันธนาการผสมปนเปไปกับความเจ็บแปลบที่ลึกซึ้ง เธอกำลังจะก้าวพ้นขอบประตูใหญ่นี้เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่... ชีวิตที่ไม่มีผู้ชายปากร้ายใจดำคนนั้นอีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวผลักบานประตูออกไป สายลมเย็นเยียบยามค่ำคืนก็ปะทะเข้ากับใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เธอนิ่งงันไปไม่ใช่สภาพอากาศภายนอก หากแต่เป็นร่างสูงโปรดของใครอีกคนที่ยืนขวางทางอยู่ตรงบันไดทางขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยдяที่ส่งมาให้เธอนิ่งๆ
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันว่าจะได้พบในเวลานี้และสถานที่นี้ เอ่ยทักเธอด้วยน้ำเสียงคุ้นหูที่มาพร้อมกับเอกสารลับอีกฉบับในมือ
"ยินดีต้อนรับสู่อิสรภาพนะริน... แต่เธอกำลังเข้าใจผิดอะไรบางอย่างหรือเปล่า ว่าคนที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับเธอนับจากวินาทีนี้ไป... คือฉันต่างหาก"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 33
ทางใครทางมัน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เหลี่ยมรักพรางใจยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!