อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 10

ค่ำคืนที่ติดในลิฟต์

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ถ้าคุณยังกล้าพูดประโยคเดิมออกมาอีกคำเดียว ฉันจะถอดรองเท้าส้นสูงยี่ห้อนี้ปาใส่หน้าผากหล่อๆ ของคุณให้ดูค่ะท่านซีอีโอ!" เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแต่ยังคงไว้ซึ่งความดุดันของพิมพ์มาดาดังสะท้อนก้องไปทั่วสี่เหลี่ยมแคบๆ ของตู้โดยสารลิฟต์ที่เวลานี้กลายเป็น ‘กล่องมรณะ’ เคลื่อนที่ ความมืดสนิทเข้าปกคลุมทันทีที่ระบบไฟฟ้าสำรองตัดตัวลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวราวกำลังอยู่ในฉากภาพยนตร์สยองขวัญเกรดบี คิรากรถอนหายใจยาวนาน เขาไม่ได้สะท้อนความกลัวต่อความมืดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษกลับขยับเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังยืนพิงผนังกระจกเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโชยเข้าจมูกพิมพ์มาดาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ โปรแกรมเมอร์พิมพ์มาดา... ในเวลาแบบนี้ แทนที่จะมานั่งขู่จะปารองเท้าใส่หน้าผม คุณควรจะเก็บแรงไว้หายใจดีกว่าไหมคะ อากาศในนี้เริ่มน้อยลงทุกทีแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นในระยะประชิดจนพิมพ์มาดาต้องใช้ศอกดันอกเขาไว้ "ถอยไปไกลๆ เลยค่ะ! ใครใช้ให้คุณเดินตามเข้ามาในลิฟต์ตัวนี้กันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมัวแต่ยืนเก๊กแล้วสั่งให้ฉันแก้โค้ดระบบอัลกอริทึมใหม่หมดตอนสามทุ่มครึ่ง เราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ระหว่างชั้นยี่สิบห้ากับยี่สิบหกแบบนี้หรอกค่ะ!" เธอกระแทกเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่การประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่าย รินรดาคู่แข่งตัวแสบเพิ่งจะเดินเป่าปากเยาะเย้ยเธอไปหมาดๆ และตอนนี้เธอยังต้องมาติดอยู่ในที่แคบกับเจ้านายจอมเผด็จการที่ชอบใช้สายตานิ่งสนิทกดดันคนอื่นอีก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่หยุดทำงานและเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นตามปริมาณออกซิเจนที่ลดลง คิรากรค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพิงผนังลิฟต์ฝั่งตรงข้าม เขายกมือขึ้นปลดเนกไทสีเข้มออกอย่างลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยังคงยืนกอดอกจ้องเขาเขม็ง "คุณเกลียดผมมากสินะคะ..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย มันไม่ใช่โทนเสียงของผู้บริหารที่กำลังสั่งงานลูกน้อง แต่มันมีความนุ่มลึกและเจือความเหนื่อยล้าอย่างประหลาด พิมพ์มาดาชะงักไปเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก "ฉันไม่ได้เกลียดคุณที่เป็นตัวคุณหรอกค่ะ... ฉันเกลียดคนที่มีอำนาจแล้วจะทำอะไรกับชีวิตคนอื่นก็ได้ต่างหาก คุณไม่เคยรู้หรอกว่ากว่าที่ฉันจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมโปรแกรมเมอร์ได้ ฉันต้องเหยียบเศษแก้วอะไรมาบ้าง... ผิดกับคุณ คิรากร เกิดมาบนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็แค่ใช้อัลกอริทึมหรือเงินซื้อมา" ความมืดและบรรยากาศที่บีบคั้นทำให้เกราะกำบังของหญิงสาวเริ่มสั่นคลอน ปมในอดีตที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง—วันที่เธอต้องนั่งเขียนโค้ดข้ามวันข้ามคืนในห้องเช่ารูหนูเพื่อหาเงินค่ารักษาพยาบาลให้แม่ โดยมีเสียงดูถูกเหียดหยามจากพวกคนรวยลอยเข้าหู—มันถูกดึงขึ้นมาฉายซ้ำในหัว คิรากรนิ่งเงียบไปนานจนพิมพ์มาดาคิดว่าเขาคงจะโกรธและเตรียมตัวรับคำไล่ออกในวันพรุ่งนี้ แต่ทว่า... "คุณคิดว่าผมเกิดมาบนกองเงินกองทองแล้วชีวิตไม่เคยต้องสู้เลยอย่างนั้นเหรอคะ พิมพ์มาดา?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขมจนเธอต้องขมวดคิ้ว "คุณคิดว่าแผลเป็นที่หลังของผม มันได้มาจากไหนล่ะคะ... จากการนั่งจับปากกาเซ็นเช็คในห้องแอร์เหรอ?" ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนอยู่ภายใต้แววตาเย็นชาคู่นั้น หันมาสบตากับเธอท่ามกลางแสงส้มสลัว พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก ความอึดอัดรอบตัวเหมือนจะหายไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา "ตอนที่ผมอายุสิบขวบ บริษัทของพ่อผมล้มละลายชั่วข้ามคืน... คนที่เคยเรียก 'คุณชายคิริน' อย่างโน้นอย่างนี้ หอบผ้าหนีหายไปหมด แม่ผมตรอมใจตายคาเตียงโรงพยาบาลรัฐเก่าๆ ผมต้องยืนถือป้ายสมัครงานเด็กเสิร์ฟทั้งๆ ที่น้ำตาคลอเบ้า เพื่อแลกกับเงินหกสิบบาทมาซื้อข้าวให้ยายกิน... คุณคิดว่าผมไม่รู้จักความเจ็บปวดเหรอคะ?" ความเงียบงันกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนตอนแรก มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกทางความรู้สึก พิมพ์มาดานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนเป็นจังหวะที่หน่วงหนับอย่างประหลาด เธอมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่สันกรามคมชัดขึ้นตามเงาแสงไฟฉุกเฉิน ผู้ชายที่คนทั้งบริษัทมองว่าเป็นหุ่นยนต์เลือดเย็น... แท้จริงแล้วผ่านสงครามชีวิตมาไม่ต่างจากเธอเลย "ฉัน... ฉันไม่เคยรู้..." พิมพ์มาดาพึมพำเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น "ก็ไม่แปลกหريكหรอกค่ะ เพราะผมเลือกที่จะสวมหน้ากากความเย็นชาเอาไว้... เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาเหยียบซ้ำอีก" คิรากรหันกลับมามองเธอ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ชั้นรหัสและอัลกอริทึมซับซ้อน เริ่มทำงานอย่างไม่มีเหตุผล มือหนาของคิรากรเอื้อมมาสัมผัสหลังมือของพิมพ์มาดที่วางอยู่บนเข่าอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้เธอนิ่งงิ่ง ไม่ได้สะบัดออกอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่มีใครล้ำเส้น "แต่กับคุณ... พิมพ์มาดา... ผมไม่เคยอยากสวมหน้ากากเลยสักครั้ง" ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะได้หาเสียงตัวเองเจอ เสียงกระดิ่งสัญญาณเตือนภัยของตึกก็ดังลั่น "กริ๊งงงงง!" พร้อมกับไฟสว่างจ้าที่กลับมาติดพรึบ ทำให้อุณหภูมิและความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของเจมส์เพื่อนสนิทของเธอที่ยืนถือประแจอลูมิเนียมทำหน้าตื่นตระหนกอยู่หน้าลิฟต์ พร้อมกับรินรดาที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ข้างหลังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจและเตรียมพร้อมจะปล่อยข่าวฉาว ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากพูดจาถากถางอะไรออกมา คิรากรกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งโอบเอวบางของพิมพ์มาดาเข้ามาชิดติดตัวอย่างถือสิทธิ์ ในขณะที่อีกมือหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความปรานี "รินรดา... พรุ่งนี้เช้า ฝ่ายกฎหมายจะส่งหนังสือเลิกจ้างไปที่โต๊ะคุณ ข้อหาขโมยข้อมูลลับของบริษัทไปส่งให้คู่แข่ง" คิรากรเอ่ยเสียงเรียบกริบราวน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะหันไปสบตากับพิมพ์มาดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง "ส่วนคุณพิมพ์มาดา... คืนนี้ ห้ามปฏิเสธคำชวนไปทานข้าวต้มรอบดึกของผมเด็ดขาดค่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะใช้อำนาจซีอีโอยึดคีย์บอร์ดคุณให้หมดบริษัทจริงๆ ด้วย" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกไปกับพิมพ์มาดาและคิรากรในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%