"ถ้าคุณยังกล้าเอาโค้ดขยะชุดนี้มาวางบนโต๊ะทำงานฉันอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันแนะนำให้ไปฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อเซ็นใบลาออกซะนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งอับอายขายหน้าต่อหน้าพนักงานทั้งแผนก"
เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ พิมพ์มาดายืนกอดอก ใบหน้าเรียบตึงนิ่งสนิท ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดั่งใบมีด เธอปรายตามองหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ที่ฉายสถาปัตยกรรมระบบซอฟต์แวร์ที่มีช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤต ซึ่งถูกออกแบบโดยทีมของรินรดา คู่แข่งตัวฉกาจที่พยายามเขี่ยเธอพ้นทางมาโดยตลอด
รินรดาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "พิมพ์มาดา เธออย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย! ระบบนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่คนระดับเธอจะเข้าใจต่างหากล่ะ!"
"ซับซ้อนเหรอคะ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาช้าๆ ด้วยจังหวะมั่นคง กดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรู "นี่เรียกว่าความโง่เขลาที่เจือด้วยความมักง่ายต่างหากค่ะคุณรินรดา ช่องโหว่ระดับ SQL Injection พื้นฐานแบบนี้ เด็กฝึกงานปีหนึ่งเขายังอายแทนเลยนะคะถ้าจะเขียนโค้ดแบบนี้ออกมาขายลูกค้า ถ้าฉันไม่ตรวจเจอและแก้ให้ทันเวลา บริษัทเราคงโดนฟ้องล้มละลายไปสามรอบแล้วค่ะ"
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะได้อ้าปากหาข้อแก้ตัว เสียงปรบมือเป็นจังหวะช้าๆ ทรงพลังก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้าห้องประชุม
บรรยากาศในห้องพลهدเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
คิรากรก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟสว่างจ้า ร่างสูงสง่าในชุดสูททําจากผ้าอิตาลีราคาแพงระยับ เรือนผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งไว้อย่างเนี้ยบ ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองผู้คนในห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่พิมพ์มาดา
"พูดได้ดีนี่ครับ... คุณพิมพ์มาดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แววตาของซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีไม่ได้มีความเย็นชาเช่นเคยที่ใช้มองคนอื่น แต่มันกลับมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของโปรแกรมเมอร์สาวจอมมั่นถึงกับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
พิมพ์มาดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "ขอบคุณค่ะท่านประธาน แต่ดิฉันแค่ทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาเท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ"
"เหรอครับ..." คิรากรย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาชัดเจนขึ้น ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนน่าใจหาย เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองเอกสารบนโต๊ะใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเจือแววเจ้าเล่ห์นิดๆ "แต่ผมคิดว่า... สิ่งที่คุณทำมันมากกว่าแค่ 'หน้าที่' นะครับ มันคือความรับผิดชอบที่หาได้ยากในบริษัทนี้... และตัวคุณเอง ก็มักจะทำให้ผมประหลาดใจได้เสมอ"
สายตาที่เขามองมามันไม่ใช่สายตาที่เจ้านายมองลูกน้องทั่วไป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่ออันโอชะด้วยความหลงใหล รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความริษยาจนแทบคลั่ง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา คิรากรไม่เคยชายตาแลหล่อนด้วยซ้ำ แม้ว่าหล่อนจะพยายามเข้าหาเขาด้วยวิธีสารพัดก็ตาม
"ท่านประธานมีธุระอะไรกับแผนกเราเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นเพื่อรักษาระยะห่าง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน
คิรากรยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่แทบมองไม่เห็น แต่มีเสน่ห์ร้ายกาจจนสาวๆ ทั้งห้องแทบหยุดหายใจ "มีสิครับ... ผมมาเพื่อพาคุณไปทานมื้อเที่ยง เพื่อเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตบริษัทไว้จากความ 'โง่เขลา' ของใครบางคน"
ประโยคหลังเขาปรายตามองรินรดาเพียงเสี้ยววินาที ทำเอาคู่แข่งสาวหน้าชาดั่งถูกตบด้วยหน้าแข้ง พิมพ์มาดาชะงักไปทันที เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำชวนนั้น แต่คิรากรกลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมาหยิบสมุดบันทึกสีชมพูอ่อนบนโต๊ะของเธอขึ้นมาถือไว้หน้าตาเฉย
"ห้ามปฏิเสธนะครับ เพราะนี่คือคำสั่งจากผู้บริหารสูงสุด" คิรากรกระซิบเบาๆ 197 ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดข้างแก้มเนียน "และอีกอย่าง... ผมมีเรื่อง 'ส่วนตัว' ที่อยากคุยกับคุณเกี่ยวกับอัลกอริทึมหัวใจที่คุณเขียนซ่อนไว้ในระบบ... ที่ผมยังแกะรหัสไม่ออกสักที"
พิมพ์มาดาถึงกับหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ประโยคเมื่อครู่ของเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่? เขาจับพิรุธอะไรได้หรือเปล่า?
ก่อนที่เธอจะได้ทันต่อปากต่อคำแก้ตัวใดๆ เจมส์เพื่อนสนิทและมือขวาของเธอก็รีบเดินเข้ามาสะกิดแขนเบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "รับคำชวนเถอะน่าพิมพ์ แกดูไม่ออกหรือไงว่าท่านประธานเขากำลังรุกหนักขนาดไหน!"
ในจังหวะที่พิมพ์มาดากำลังจะอ้าปากเถียง สมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็สั่นขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเปล่งประกายคมกริบราวกับผู้กุมชัยชนะในกำมือ
"ว่าไงนะ... หุ้นส่วนใหญ่ที่เราตามหาติดต่อกลับมาแล้วงั้นเหรอ?" คิรากรเอ่ยทวนเสียงดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน "บอกเขาไปว่า... ผมจะไปพบด้วยตัวเอง เดี๋ยวนี้"
เขาววางสายแล้วหันกลับมามองพิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่น่าตื่นตะลึง ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
"ไปกันเถอะครับ พิมพ์มาดา... ไปดูหน้าไอ้คนที่มันคิดจะฮุบหุ้นบริษัทเราต่อหน้าคุณกัน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกไปกับพิมพ์มาดาและคิรากรในตอนนี้นะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 11
ความรู้สึกที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!