"ก๊อปปี้โค้ดชาวบ้านมาแล้วยังกล้าเอาหน้ามาเสนอตัวอยู่ในบริษัทอีกเหรอคะ พิมพ์มาดา... ไม่นึกเลยนะคะว่าคนที่เราไว้วางใจที่สุด จะกล้าแทงข้างหลังกันได้ลงคอ"
เสียงหัวsาะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ประโยคเชือดเฉือนนี้ไม่ได้มาจากใครอื่น แต่มันหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงของ รินรดา คู่แข่งทางธุรกิจสาวสวยผู้กุมอำนาจฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ เธอสวมชุดสูทร่วมสมัยแบรนด์ดังที่ขับเน้นความมั่นใจจนล้นปรอท ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองพิมพ์มาดาด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวเล็กๆ ที่เธอสามารถบี้ให้ตายคาเท้าเมื่อไหร่ก็ได้
พิมพ์มาดา เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธกรณรงค์ เธอกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่
*ก๊อปปี้โค้ดงั้นเหรอ?* ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่ตลกสิ้นดี ทั้งที่ระบบอัลกอริทึมวิเคราะห์หัวใจที่เธอนั่งอดหลับอดนอนเขียนขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองตลอดสามเดือนเต็ม กลับถูกสับเปลี่ยนและแปะป้ายว่าเป็นผลงานของคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ และคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายป้ายสีครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้หญิงที่กำลังยืนกอดอกยิ้มเยาะเธออยู่ตรงนี้นี่เอง
"ระวังคำพูดด้วยนะคะคุณรินรดา" พิมพ์มาดาแค่นAยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แม้ภายในอกจะร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุม แต่ความเป็นมืออาชีพและศักดิ์ศรีในฐานะโปรแกรมเมอร์หัวกะทิไม่อนุญาตให้เธอยอมจำนนให้ใครง่ายๆ "การกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน ในทางกฎหมายเขาเรียกว่าหมิ่นประมาทนะคะ หรือว่าสมองส่วนการคิดวิเคราะห์ของคุณรินรดาถูกความริษยาบล็อกการทำงานไปหมดแล้ว ถึงแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือต้นฉบับ อันไหนคือขยะรีไซเคิลที่ก๊อปปี้เขามา"
"นี่เธอ!" รินรดาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ มือเรียวสวยตบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดังลั่น "ปากดีนักนะ! คิดว่ามีท่านประธานหนุนหลังอยู่แล้วจะทำเป็นอวดดีได้นานแค่ไหนกัน เอกสารชิ้นนี้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา โค้ดชุดนี้ถูกส่งออกจากไอพีแอดเดรสคอมพิวเตอร์โต๊ะทำงานของเธอเอง เถียงไม่ออกล่ะสิ!"
เหล่าพนักงานในห้องประชุมต่างซุบซิบและส่งสายตารังเกียจมาทางพิมพ์มาดา บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็พากันซ้ำเติมผ่านสายตา ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจนบรรยากาศในห้องอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะสวนกลับด้วยหลักฐานสำรองที่เธอซ่อนไว้ในคลาวด์ส่วนตัว ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนาของใครบางคน
"เอะอะอะไรกันเสียงดังไปถึงชั้นบน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ แต่ทรงอำนาจจนทำเอาทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออืดยาก คิรากร CEO หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินมั่นคง ชุดสูทราคาแพงตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพปั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองไปรอบห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที เธอก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับทำทีเป็นเช็ดน้ำตาปลอมๆ "ท่านประธานคะ ดี ณ์จังเลยที่คุณลงมาพอดี รินกำลังจัดการเรื่องใหญ่ในบริษัทค่ะ พิมพ์มาดาเธอแอบขโมยโค้ดโปรเจกต์สำคัญไปขายให้คู่แข่ง แถมหลักฐานยังคาหนังคาเขาด้วยนะคะ รินเกรงว่าถ้าปล่อยไว้ บริษัทเราจะเสื่อมเสียชื่อเสียงค่ะ"
คิรากรเหลือบมองรินรดาด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนที่สายตาคมกริบจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่พิมพ์มาดา หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับรัศมีความกดดันที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาก็ตาม
*ตาบ้าคิรากร... ถ้านายเชื่อยายงูพิษนี่ล่ะก็ ฉันจะหยิกเนื้อนายให้เขียวเลยคอยดู!* พิมพ์มาดาคิดในใจอย่างขัดเคือง
ทว่า คิรากรกลับไม่ได้เอ่ยปากตำหนิเธอตามที่รินรดาดักคอไว้ ชายหนุ่มเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็อันตรายและกวนประสาทเป็นที่สุด เขาหันไปพยักหน้าให้ เจมส์ เพื่อนสนิทและมือขวาคนสนิทที่เดินตามหลังเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิท
"ขโมยโค้ดงั้นเหรอครับ?" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กดดันจนรินรดาถึงกับสะดุ้ง "แปลกจังนะครับ ทั้งที่ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดของบริษัทเราถูกเข้ารหัสไว้ด้วยคีย์เฉพาะตัวของผม แต่ทำไม... ไอพีแอดเดรสที่พยายามเจาะระบบเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลออกไปเมื่อคืนนี้ ถึงเป็นไอพีจากห้องทำงานส่วนตัวของ *คุณรินรดา* ล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดของ CEO หนุ่ม รินรดาก็หน้าซีดเผือก ร่างระหงเซถอยหลังไปสองก้าวราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ "มะ... ไม่จริงนะคะ! ท่านประธานกำลังเข้าใจผิด รินจะทำแบบนั้นไปทำไม!"
"นั่นสครับที่คุณต้องตอบบอร์ดบริหาร ไม่ใช่ผม" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างพิมพ์มาดาอย่างแนบชิด มือหนาเอื้อมไปฉวยแฟ้มเอกสารในมือหญิงสาวมาถือไว้เองอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ริมหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ทำงานซุ่มซ่ามจนโดนหมาบ้ากัดเอาแบบนี้... กลับคอนโดเมื่อไหร่ ผมจะลงโทษคุณฐานที่ไม่ยอมบอกผมตั้งแต่แรก"
พิมพ์มาดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินกับความใกล้ชิดกะทันหันนี้กันแน่ เธอยื่นมือไปหยิกสีข้างเขาเบาๆ เป็นการแก้แค้น
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและรินรดากำลังจะอ้าปากเถียงอย่างไร้หนทางรอด ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากชั้นบนสุดก็เปิดออกพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบสมาร์ทโฟนของทุกคนในห้องดังขึ้นพร้อมกัน
หน้าจอโทรศัพท์ของพนักงานทุกคนปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีกลางและ ป.ป.ช. ทางเศรษฐกิจ พร้อมกับภาพถ่ายเอกสารสัญญาซื้อขายลับระหว่างรินรดากับบริษัทคู่แข่งคู่ปรับที่ถูกส่งตรงเข้ามาในระบบภายในของบริษัทแบบเรียลไทม์
รินรดาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงาร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายกำลังก้าวออกจากลิฟท์ตรงมายังห้องประชุมแห่งนี้
คิรากรยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เขายื่นมือถือหน้าจอสีดำสนิทที่แสดงยอดเงินโอนเข้าบัญชีปริศนาของรินรดาให้เธอดูเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"เกม Over แล้วนะครับ... คุณรินรดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับพิมพ์มาดาในตอนนี้นะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 12
ขีดจำกัดความอดทน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!