"ไฟล์ฐานข้อมูลลูกค้าระดับพรีเมียมสามพันรายชื่อ... หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากเซิร์ฟเวอร์หลักตอนตีสอง?"
เสียงของปกรณ์ ผู้จัดการฝ่ายไอทีดังลั่นห้องประชุมใหญ่จนแทบสะเทือน แรงกดดันจากสายตาทุกคู่พุ่งตรงมายังจุดเดียวคือเก้าอี้สีดำ ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ พิมพ์มาดานั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปลายเรียวเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับสิ่งที่ชายวัยกลางคนกำลังโวยวายอยู่นั้นเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่ที่เธอหาความสนุกไม่เจอ
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองรอบห้อง เธอเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนไม่มิดของรินรดา หญิงสาวในชุดสูทผ้าทวีดสีชาแนลที่นั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม หล่อนกำลังแสดงบทบาท 'เพื่อนร่วมงานผู้แสนเป็นห่วง' ได้อย่างน่าคลื่นไส้
"พิมพ์... ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าเธอจะทำเรื่องแบบนี้ลงไป แค่เพราะโปรเจกต์นี้เธอแข่งขันกับคุณรินรดาไม่ได้ ถึงกับต้องทำลายข้อมูลบริษัทเลยเหรอคะ?" พนักงานหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สวมบทบาทเหยื่อผู้บริสุทธิ์ได้อย่างแนบเนียน
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศในห้องประชุมลดฮวบลงหลายองศา เธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับรู้สึกสมเพชกับความตื้นเขินของแผนการนี้เสียมากกว่า หกเดือนที่ผ่านมาในบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ สอนให้เธอรู้ว่า 'ความฉลาด' มักเป็นภัยต่อพวกสมองกลวงที่ใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน
"ข้อมูลหายเหรอคะพี่ปกรณ์ หรือว่า... มีใครบางคนลบมันทิ้งเพื่อนนั่งเทียนเขียนข้อกล่าวหาให้ฉันกันแน่?" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อสูทสีขาวสะอาดตาทำให้เธอดูกล้าแกร่งและโดดเด่น เธอเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ที่มีโค้ดสีแดงกระพริบเตือน
รินรดาหน้าเสียไปวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "พิมพ์พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? ทุกคนเห็นหลักฐานชัดเจนว่าล็อกอินไอ디ของคุณคือคนที่เข้าถึงฐานข้อมูลนั้นเป็นคนสุดท้ายตอนตีสอง!"
"หลักฐานเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหันขวับกลับมา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากทำให้รินรดาถึงกับผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าว "ล็อกอินไอดีน่ะใช่ค่ะ แต่ IP Address ที่ส่งคำสั่งลบข้อมูลจริงๆ มาจากแล็ปท็อปยี่ห้อพรีเมียมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น... ซึ่งถ้าฉันจำไม่ผิด ในแผนกเรามีคนใช้รุ่นนี้อยู่แค่คนเดียว และบังเอิญเหลือเกินนะคะคุณรินรดา ว่าคนๆ นั้นเพิ่งเดินเฉิดฉายเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับกาแฟราคาแปดร้อยบาทเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประชุมทันที สายตาทุกคู่หันขวับไปจ้องรินรดาเป็นตาเดียว รินรดาหน้าถอดสี เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธและตกใจ หล่อนรีบตบโต๊ะลุกขึ้นเสียงดัง
"Eพิมพ์! อย่ามาปรักปรำฉันนะ! เธอมันพวกจนตรอก ไม่มีปัญญาแข่งผลงานก็เลยใช้วิธีสกปรกนี้มารabข้อกล่าวหาใส่ฉัน!"
"ปากดีจังนะคะ ระวังน้ำลายจะท่วมจมูกเอา"
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจดังขึ้นจากทางประตูกระจกด้านหลังห้อง บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับยิ่งกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาดาร์กชาร์โคลก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ คิรากร CEO หนุ่มผู้ไม่เคยปรากฏตัวในการประชุมย่อยระดับแผนก ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพแห่งความตายที่เดินออกมาจากขุมนรก
ทุกคนในห้องลุกขึ้นยืนทำความเคatอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นพิมพ์มาดาที่ยังคงยืนกอดอกมองชายหนุ่มด้วยสายตานิ่งสนิท
คิรากรไม่ชายตาแลใครเลยสักคน ดวงตาสมาร์ทภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบกวาดมองรินรดาด้วยแววตาราวกับกำลังมองมดปลวก ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนเคียงข้างพิมพ์มาดาอย่างอารักขา
"ท่านประธาน... คือว่าพิมพ์มาเธอ..." รินรดาพยายามจะอ้าปากแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณพูด" คิรากรตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดด้วยน้ำแข็ง เขายื่นแท็บเล็ตหรูในมือส่งให้เจมส์ เพื่อนสนิทของพิมพ์มาดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาสมทบ "เจมส์ จัดการส่งหมายศาลและหลักฐานทั้งหมดให้ทีมกฎหมายของบริษัทได้เลย ข้อหาหมิ่นประมาท ทำลายทรัพย์สินทางปัญญา และพยายามทำลายชื่อเสียงบริษัท โทษจำคุกสูงสุดน่าจะพอให้คุณรินรดาได้คิดทบทวนตัวเองสักพักใหญ่ๆ นะครับ"
รินรดากรอกตาแทบเป็นลม เข่าอ่อนยวบจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น หล่อนไม่คิดเลยว่าแผนการที่วางไว้รัดกุม จะพังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยน้ำมือของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจเรื่องไร้สาระแบบนี้
พิมพ์มาดาปรายตามองคู่แข่งคนสำคัญที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับไก่ถูกถอนขน ก่อนจะหันมาสบตากับคิรากรที่หันมามองเธอด้วยสายตาเจ้าเลื้อยที่ซ่อนอยู่หลังความเย็นชา
"เคลียร์จบแล้วใช่ไหมครับ โปรแกรมเมอร์คนเก่ง?" คิรากรกระซิบถามเสียงเบาที่ข้างหู กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความอบอุ่นจากตัวเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"ยังหรอกค่ะ ฉันยังเคลียร์บัญชีแค้นกับคนบงการไม่หมด..." พิมพ์มาดากระซิบตอบกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและคิดว่าเรื่องราวจบลงแล้วนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ที่ดับไปกลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องลับชั้นบนสุด—ชั้นที่เป็นเขตหวงห้ามของประธานบริษัท!
ในภาพนั้น ปรากฏร่างของบุคคลปริศนาที่สวมฮู้ดสีดำกำลังเสียบแฟลชไดรฟ์ลงบนเซิร์ฟเวอร์สำรอง และบุคคลนั้นไม่ได้ทำแค่ลบข้อมูล... แต่กำลังอัปโหลดไวรัสดิจิทัลที่ตั้งเวลาให้ทำลายระบบทั้งหมดในอีกสามนาทีข้างหน้า!
และที่น่าช็อกยิ่งกว่า... เมื่อบุคคลในฮู้ดดำค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับกล้อง เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบของคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่ากล้าหักหลังคิรากรได้ลงคอ!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 13
กับดักของศัตรู
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!