เสียงแจ้งเตือนข้อความแชทที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งซ้อนในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดารู้สึกตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายเรียวนิ้วยังคงจรดลงบนแป้นพิมพ์แมคคานิคอลเสียงใส รัวนิ้วป้อนโค้ดชุดสุดท้ายลงไปเพื่อถอดรหัสไฟล์ฐานข้อมูลที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้โฟลเดอร์ระบบสำรองของบริษัท
หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบด้วยแสงสีฟ้าเข้ม เผยให้เห็นรายการธุรกรรมทางการเงินอันน่าตกตะลึง ยอดเงินนับสิบล้านบาทถูกโยกย้ายออกไปยังบัญชีปลายทางที่จดทะเบียนในนามบริษัทนอมินี ซึ่งมีชื่อของ 'รินรดา' และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงบางคนพ่วงท้ายอยู่ชัดเจน
"คิดจะเล่นเกมสกปรกกับฉัน แต่ดันลบประวัติการทำรายการไม่หมดเนี่ยนะ... อนุบาลเกินไปหน่อยไหมคะคุณคนสวย" พิมพ์มาดาพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความสมเพชระคนสะใจ เธอกดบันทึกภาพหน้าจอทั้งหมดเก็บไว้ในคลาวด์ส่วนตัวที่ปลอดภัยที่สุด ก่อนจะหมุนเก้าอี้ทำงานหันไปมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานกรรมการบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้ากลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด คิรากรยืนนิ่งสนิทอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน
ข้อความจากพิมพ์มาดาที่เด้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา... *'ตอนนี้ฉันสำเนาหลักฐานส่งให้บอร์ดบริหารเรียบร้อยแล้วนะคะ ฝันดีค่ะท่านประธาน!'*
ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อหน้าผู้ถือหุ้นอย่างเขา กลับกำลังขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งแปลกใจ ระอา และ... ยอมรับในความแสบสันของโปรแกรมเมอร์สาวคนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีใครกล้าส่งข้อความท้าทายอำนาจของเขาแบบนี้มานานนับปีแล้ว ยัยตัวแสบนี่ช่างกล้าหาญเสียจริง
ประตูกระจกห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ สองทัือก่อนที่เจมส์ เพื่อนสนิทและมือขวาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านประธานครับ ทางฝ่ายตรวจสอบภายในโทรมาแจ้งด่วน บอร์ดบริหารได้รับอีเมลนิรนามแนบหลักฐานการทุจริตในโปรเจกต์ใหญ่เมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ ตอนนี้บอร์ดกำลังเรียกประชุมฉุกเฉินพรุ่งนี้เช้าตรู่ และ..." เจมส์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "คุณรินรดาพยายามติดต่อเข้ามาหาท่านหลายสายแล้วครับ"
คิรากรหันกลับมา ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ระรอกคลื่นอารมณ์ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นวูบหนึ่ง
"ปล่อยให้เธอพยายามต่อไปเถอะเจมส์..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง "ในเมื่อมีคนอยากเล่นละครตบตา ฉันก็ยินดีจะจัดฉากเวทีใหญ่ให้เธอเล่นจนจบ แต่อย่าลืม... ไปสืบดูซิว่ายัยโปรแกรมเมอร์ปากเก่งที่ชั้นสี่ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่"
ตัดภาพกลับมาที่พิมพ์มาดา เธอกำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้คู่ใจเตรียมตัวกลับห้องพัก หลังจากจัดการส่งระเบิดเวลาลูกใหญ่เข้าสู่ระบบของบริษัทเป็นที่เรียบร้อย ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอเสียก่อน
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้น ปรากฏร่างของรินรดาที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เธอทำบ้าอะไรลงไปยัยพิมพ์!" รินรดาปรี่เข้าไปกระชากแขนเสื้อของพิมพ์มาดาด้วยความขาดสติ เสียงแหลมสูงสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงบ
พิมพ์มาดาสบัดแขนออกอย่างไม่แยแส เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว เลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยัน พลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างใจเย็น
"อ้าว นึกว่าใคร... หน้าซีดเชียวค่ะคุณรินรดา เอกสารที่ฉันส่งให้บอร์ดบริหารมันร้อนจนลวกมือหรือยังไงคะ ถึงได้วิ่งมาหาฉันถึงที่นี่ดึกดื่นแบบนี้" พิมพ์มาดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"เธอมัน... นังสารเลว! แกใส่ร้ายฉัน แกกําลังทำลายอนาคตฉัน!" รินรดาพยายามจะพุ่งเข้ามาตบ แต่พิมพ์มาดาไวกว่า เธอเอี้ยวตัวหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น บีบตรึงไว้ด้วยแรงที่ไม่ธรรมดา
"ใส่ร้ายเหรอคะ?" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึก "หลักฐานการยักยอกเงินสามสิบล้านบาท พร้อมลายเซ็นอนุมัติปลอมแปลงที่คุณทำเนียนส่งให้ท่านประธานลงนาม... ฉันสำเนาเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์คลาวด์สำรองเรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าไม่อยากติดคุกหัวโตจนแก่เฒ่า ฉันแนะนำว่าพรุ่งนี้เช้าคุณควรเตรียมใบลาออกสวยๆ ไปยื่นให้บอร์ดบริหารดีกว่านะคะ"
รินรดาหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ความมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อรู้ว่าความลับสีเทาของเธอถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก
แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดตรงทางเดินด้านนอก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทั้งพิมพ์มาดาและรินรดาต่างสะดุ้งสุดตัว หันไปมองตามต้นเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปปรากฏขึ้นภายใต้เงาสลัวของแสงไฟทางเดิน กลิ่นอายความกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแทบหยุดหายใจ
คิรากรก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าคาดเดาไม่ได้ สายตาคมกริบกวาดมองระหว่างโปรแกรมเมอร์สาวผู้ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน กับอดีตคู่ค้ารายใหญ่ที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
"ดูเหมือนว่า... ฉันจะพลาดชมฉากเด็ดอะไรไปสินะครับ คุณพิมพ์มาดา" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้พิมพ์มาดาถึงกับใจกระตุกวูบอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนที่พิมพ์มาดาจะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัวใดๆ คิรากรก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของรินรดา
"ในเมื่อคุณเป็นคนจุดไฟเผาบ้านหลังนี้ด้วยตัวเองแล้ว..." คิรากรกระซิบเบาๆ 1
ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรำผิดจังหวะ "พรุ่งนี้เช้า... คุณต้องมารับผิดชอบเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผม เพื่อช่วยสางปัญหาที่คุณก่อไว้ด้วยนะ... ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 5
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!