อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 7

เมื่อหัวใจเริ่มรวน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"บอกแล้วไงคะว่ารหัสผ่านชุดนี้ถูกเข้ารหัสด้วย AES-256 ถ้าคุณรินรดาจะแก้โค้ดตรงนี้ด้วยวิธีบ้านๆ แบบเด็กอนุบาล ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงได้เจ๊งก่อนจะได้เปิดตัวสมใจเธอนะคะ" เสียงใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของพิมพ์มาดา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของอาคารเอ็มไพร์เทค ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาดีไซน์เก๋จ้องมองหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ที่มีบรรทัดโค้ดสีแดงฉานฟ้องความผิดพลาดอย่างชัดเจน รินรดาถึงกับหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกสักคำเมื่อโดนตอกกลับด้วยความจริงอันเจ็บแสบต่อหน้าบอร์ดบริหารและทีมงานนับชีวิต เจมส์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้องแอบยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากสะใจสุดขีด ในขณะที่คิรากร... ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง กลับกำลังนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบไม่ได้มองหน้าจอที่กำลังแสดงโค้ดแม้แต่นินทเดียว แต่ทว่า... เขากำลังจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวผู้กำลังยืนบรรยายด้วยความมั่นใจต่างหาก *ยัยตัวแสบ... ปากร้ายเป็นบ้าเลยให้ตายสิ* คิรากรคิดในใจ มุมปากหยักลึกที่ปกติมักจะเหยียดยิ้มด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขามองเห็นความมุ่งมั่นที่เปล่งประกายออกมาจากตัวพิมพ์มาดา ยามที่เธอยกมือขึ้นทัดผมปรกหน้าผากอย่างลวกๆ หรือตอนที่เธอขมวดคิ้วมุ่นยามอธิบายอัลกอริทึมซับซ้อนให้พวกบอร์ดบริหารหัวโบราณฟัง มันช่างเป็นภาพที่น่ามอง... น่าหลงใหล จนเขาเผลอละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็มที่การประชุมอันดุเดือดสิ้นสุดลง บรรดาบอร์ดบริหารทยอยเดินออกจากห้องด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจโปรแกรมเมอร์สาวคนเก่ง รินรดารีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าด้วยความอัปยศอดสูและเดินหนีออกไปเป็นคนสุดท้ายทิ้งให้ห้องประชุมใหญ่เหลือเพียงความเงียบงัน พิมพ์มาดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อคลายอาการปวดหัวจากความเครียดสะสมตลอดสัปดาห์ หน้าจอลามท็อปตรงหน้ายังคงสว่างวาบด้วยตัวเลขและฟังก์ชันนับร้อยที่ต้องแก้ไขให้เสร็จภายในคืนนี้ "ถ้ายังฝืนใช้สายตาแบบนั้นอีกหนาวนี้คุณคงได้ใส่แว่นหนาเตอะยิ่งกว่าก้นขวดโค้กแน่ค่ะ พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังนวดขมับ หันขวับไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจเพราะคิดว่าในห้องนี้เหลือแค่เธอคนเดียวเสียอีก คิรากรยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ไม่ไกล ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไร้ที่ติกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยมาแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยของโปรแกรมเมอร์สาวเกิดอาการรวนเรขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ท่านประธาน... มีธุระอะไรอีกหรือคะ? งานตรงนี้ฉันเคลียร์ให้เรียบร้อยตามสัญญาแล้วนี่คะ" พิมพ์มาดารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้คนเจ้าเล่ห์เห็นเด็ดขาด คิรากรไม่ตอบ เขาเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างๆ มานั่งลงใกล้เธอนิดหน่อย ระยะห่างที่ลดลงทำให้พิมพ์มาดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปกติจะถมึงทึงใส่เธอเสมอ บัดนี้กลับมีรอยยิ้มอบอุ่นเจือความขี้เล่นพาดอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ มาวางตรงหน้าเธอ "ดื่มซะ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล สูตรที่คุณชอบ... เผื่อสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะได้คิดงานต่อได้ราบรื่นขึ้น" พิมพ์มาดากะพริบตาปริบๆ มองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าของซีอีโอหนุ่มด้วยความระแวง "คุณแอบสืบเรื่องฉันเหรอคะเนี่ย? โรคจิตชะมัด" "เขาเรียกว่าการใส่ใจลูกน้องคนสำคัญต่างหากล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดผิดไปหน่อย" คิรากรแกล้งทำเสียงล้อเลียน ทำเอาพิมพ์มาดาค้อนควับวงใหญ่ใส่ทันที "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยค่ะคุณคิรากร ฉันรู้ทันหรอกว่าคุณหวังผลงานจากโปรเจกต์นี้แค่ไหน ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันยังมีโค้ดอีกเป็นร้อยบรรทัดที่ต้องแก้ให้เสร็จก่อนรุ่งสว่าง" พิมพ์มาดาหันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเดิม นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์เสียงดังรัวๆ เพื่อขับไล่ความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอกออกไป แต่ทว่า... สายตาดุดันแต่แฝงความอ่อนโยนของคนที่นั่งมองอยู่ข้างๆ กลับทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก คิรากรไม่ได้ขยับไปไหน เขานั่งเท้าคางมองเธอทำงานเงียบๆ รอยยิ้มบางๆ ระบายอยู่บนใบหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่อาจห้ามใจได้เลยสักนิด เขารู้สึกเพลิดเพลินเสียยิ่งกว่าการนั่งเซ็นเช็คเงินล้านเสียอีก ยามได้เห็นผู้หญิงตรงหน้าเถียงคำไม่ตกฟากและทำงานด้วยความทุ่มเทสุดหัวใจ เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนกว่า ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น พิมพ์มาดาเริ่มหาวออกมาหวอดใหญ่ ดวงตากลมเริ่มปรือลงด้วยความง่วงงุน หัวเริ่มโคลงเคลงจะฟุบลงไปนอนกับโต๊ะอยู่รอมร่อ คิรากรขยับตัวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนออกอย่างเบามือ แล้วนำมาคลุมไหล่บางให้กับหญิงสาวที่กำลังจะหลับมิหลับแหล่ พิมพ์มาดาสสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวผิดจังหวะ "พอได้แล้วค่ะ ดึกมากแล้ว กลับห้องไปนอนซะ พรุ่งนี้ค่อยมาลุยต่อ" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดจนพิมพ์มาดาใจกระตุกวูบ "แต่ว่า... งานยังไม่..." "ฉันสั่ง ในฐานะซีอีโอ... และในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อยากเห็นคุณน็อคคาสนามรบ" คิรากรพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่แฝงความอบอุ่นชนิดที่พิมพ์มาดาไม่เคยได้รับมาก่อน ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของคนทั้งคู่เริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* พิมพ์มาดารีบหยิบมือถือขึ้นมาดู ข้อความภาพหน้าจอส่งตรงจากเบอร์แปลกประหลาด พร้อมกับภาพถ่ายเอกสารลับของบริษัทคู่แข่งที่ระบุชัดเจนว่า... มีคนในห้องประชุมนี้ขายความลับบริษัทออกไปแล้ว! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าคิรากรทันทีด้วยแว่นตารrร้าวรานใจ หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คุณคิรากรคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%