เอกสารลับปึกนั้นปลิวว่อนลงบนพื้นห้องทำงานกระจกใสราวกับใบไม้ร่วง เสียงกระแทกของสันแฟ้มหนาหนักสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน จนพิมพ์มาดาต้องสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความตกใจและระแวดระวัง
*[ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของคุณถูกแพร่งพราย… จงมาหาฉันคนเดียว ภายในสิบห้านาทีนี้]*
ข้อความขู่กรรโชกบนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงเรืองแสงสีฟ้าสะท้อนกับนัยน์ตาของเธอ ขณะที่ต้นตอของเสียงปาสิ่งของเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่น—คิรากร ซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้หัวใจ แต่ในเวลานี้ เสื้อสูทราคาแพงของเขากลับยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากออกจนหลวมโคน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเย่อหยิ่งจองหองเหมือนทุกครั้ง หากแต่กำลังแดงก่ำด้วยพิษไข้และความเครียดที่สะสมมานานจนแทบระเบิด
"คุณเรียกฉันมาเพื่อปาแฟ้มใส่หัวเล่น หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลของคุณมันเกิดพังทลายขึ้นมาจริงๆ ถึงได้ใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้?" พิมพ์มาดากลั้นใจเอ่ยสวนกลับทันที แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจกลัวต่อบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณของโปรแกรมเมอร์สาวสุดมั่นไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เธอยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่กำลังหอบหายใจหนักหน่วงอยู่หลังโต๊ะทำงาน
คิรากรไม่ตอบ เขากลับแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง ปลายนายาวกดนวดคลึงขมับทั้งสองข้างอย่างแรงเพื่อขับไล่ความปวดหัวที่เล่นงานจนแทบยืนไม่ไหว
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยสินะ... พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าข้อความนั่นฉันเป็นคนส่ง?"
คิราชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม "หมายความว่ายังไง?"
"รินรดาต่างหาก..." คิรากรทิ้งตัวลงนั่งพับกับเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างหมดสภาพ ร่างกายที่เคยสง่างามและทรงอำนาจตอนนี้กลับดูอ่อนล้าลงถนัดตา เขายื่นแท็บเล็ตเครื่องหรูที่มีข้อความสนทนาหลุดออกมาให้เธอเห็นเต็มตา "เธอแฮกเข้ามาในระบบเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของฉัน ดึงข้อมูลลับเรื่องตระกูลของคุณออกมา แล้วตั้งเวลาส่งข้อความหาคุณเพื่อล่อให้คุณวิ่งมาติดกับดัก... และในขณะเดียวกัน เธอก็กำลังส่งภาพที่คุณก้าวเข้ามาในห้องนี้ให้บอร์ดบริหารดู เพื่อใส่ร้ายว่าเราแอบลักลอบสมรู้ร่วมคิดกันฮุบหุ้นบริษัท"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดจนมือไม้เย็นเฉียบ เธอปราดเข้าไปคว้าแท็บเล็ตมาพลิกดูด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวรัวพิมพ์ชุดคำสั่งแก้เกมผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูงราวกับดีดีแทคพิมพ์รัว สมองอันชาญฉลาดทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเจาะระบบย้อนรอยกลับไปยังต้นทาง
"ยัยงูพิษ..." เธอกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เมื่อเห็นว่าร่องรอยการส่งข้อมูลถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงรอยยิ้มเยาะเย้ยในรูปแบบของไฟล์ภาพหน้าจอที่ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มไลน์ของผู้ถือหุ้นใหญ่เรียบร้อยแล้ว "เธอตั้งใจจะเขี่ยเราทั้งคู่ออกไปจากกระดานพร้อมกันสินะ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คิรากรเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังยืนกัดริมฝีปากด้วยความเครียดขมึง ท่าทีที่มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ และพร้อมจะลุกขึ้นสู้กับปัญหาตรงหน้า ทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจของซีอีโอหนุ่มผู้โดดเดี่ยวเปลี่ยนไป... ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขามีแต่คนเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ มีแต่คนที่จ้องจะแทงข้างหลังเพื่อแย่งชิงอำนาจ แต่นี่คือครั้งแรก... ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างเขาในยามที่ดิ่งลงเหวลึกที่สุด โดยไม่แม้แต่จะถามหาผลกำไร
"คุณ... ไม่กลัวเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
พิมพ์มาดาชะงัก หันไปมองเขาด้วยหางตา "กลัวอะไร? กลัวตกงาน? หรือกลัวคุณจะกินหัว?"
"กลัวว่าความลับเรื่องชาติกำเนิดของคุณจะถูกเปิดเผย... กลัวว่าทุกอย่างที่คุณสร้างมามันจะพังทลายลงในพริบตา" คิรากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคู่นั้นไม่มีความเยາวยวนหรือความเจ้าเล่ห์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
พิมพ์มาดาลอบกลืนน้ำาลำบาก ความเกรี้ยวกราดในตอนแรกเริ่มอ่อนยวบลงเมื่อได้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของอีกฝ่าย เธอถอนหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดทั้งหมดออกมาก่อนจะเดินไปหยิบแก้วน้ำอุ่นบนโต๊ะยื่นให้เขา
"โลกใบนี้มันก็โหดร้ายแบบนี้แหละค่ะคุณคิรากร... ถ้ามัวแต่กลัว เราก็คงต้องก้มหัวให้คนเลวไปตลอดชีวิต" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้จะยังคงมีคมเขี้ยวแฝงอยู่บ้างก็ตาม "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ที่ฉันยอมช่วยคุณวิเคราะห์ระบบตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าฉันเห็นใจคุณหรอกนะ ฉันแค่อยากตบหน้ารินรดาให้หงายเงิบคาประชุมผู้ถือหุ้นพรุ่งนี้ต่างหากล่ะ"
คิรากรรับแก้วน้ำมาถือไว้ ปลายง่ามนิ้วของเขาสัมผัสโดนปลายนิ้วเรียวของเธอโดยบังเอิญ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านกันและกันทำให้หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีของซีอีโอหนุ่มกระตุกวูบ
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยัน แต่มันคือรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยมีให้ใคร
"งั้นเรามาทำข้อตกลงกันไหมล่ะครับ... คุณโปรแกรมเมอร์คนเก่ง" คิรากรวางแก้วน้ำลง ช้อนสายตาขึ้นมองหญิงสาวด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่เริ่มกลับมาทวงบัลลังก์ "พรุ่งนี้ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น... เรามาจับมือกันถลกหนังสัตว์พิษตัวนั้น ให้มันรู้สำนึกกันไปเลยว่า ใครคือเจ้าของป่าตัวจริง"
พิมพ์มาดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม เคมีที่คุกรุ่นระหว่างความกวนประสาทและความคลั่งรักเริ่มหลอมรวมกันจนเกิดเป็นประกายไฟแห่งชัยชนะ
"ด้วยความยินดีเลยค่ะ... ท่านซีอีโอ" เธอยื่นมือออกไปตรงหน้า "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ค่าจ้างปรึกษาของฉันแพงมาก หวังว่าคุณจะมีปัญญาจ่ายไอนะคะ"
คิรากรหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่น สัมผัสที่กระชับมั่นคงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่พันธสัญญาทางธุรกิจ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่กำลังถูกสมานด้วยความเข้าใจและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและเต็มไปด้วยความหวัง หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัย
*[คำเตือน: เซิร์ฟเวอร์หลักกำลังถูกลบข้อมูลทั้งหมดจากบุคคลนิรนาม... และไฟล์ลับสุดยอดชิ้นสุดท้ายกำลังจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในอีก 10... 9...]*
เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวของทั้งคู่ในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 16
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!