"ถ้าคุณยังแก้บั๊กบรรทัดนี้ไม่ได้ก่อนเที่ยงนี้ ฉันจะย้ายโต๊ะทำงานของคุณไปไว้หน้าห้องน้ำชายค่ะ พิมพ์มาดา!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก—ในอดีต—เวลานี้กลับดังขึ้นในหัวของคิรากรซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ชายหนุ่มขยับเนคไทราคาแพงระยับของตนด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้ฮอกกานีเนื้อดีเป็นจังหวะกระชั้นชิด ทว่าความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นสูงสุดหรูหรา กลับน่าหงุดหงิดเสียจนเขากลัดกลุ้มจนแทบคลั่ง
นี่คือ "ความเงียบ" ที่เขาไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
ปกติแล้ว ในช่วงเวลาบ่ายโมงตรงแบบนี้ หน้าห้องทำงานของเขาควรจะมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอา หรือไม่ก็เสียงเถียงฉอดๆ ชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบแม้แต่เซนติเมตรเดียวของยัยโปรแกรมเมอร์ปากกล้าคนนั้น แต่ทว่า... วันนี้มันไม่มีอะไรเลย ไม่มีเสียงบ่นเรื่องระบบอัลกอริทึมงี่เง่า ไม่มีกาแฟดำรสชาติแย่ที่เธอชอบทำมาวางประชดประชันบนโต๊ะ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีรอยยิ้มเยาะกวนประสาทที่มักจะส่งมาพร้อมกับคำพูดเชือดเฉือนให้เขาต้องคันไม้คันมืออยากจะดุเธอสักครั้ง
คิรากรปรายตามองเก้าอี้ว่างเปล่าที่อยู่ถัดออกไปผ่านกระจกใสบานใหญ่ โต๊ะทำงานของพิมพ์มาดายังคงสะอาดสะอ้าน เอกสารทุกแผ่นถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับไม่มีใครแตะต้องมาเป็นปี ทั้งที่ความจริงแล้ว เจ้าของโต๊ะตัวจริงเพิ่งจะเดินออกไปจากตึกนี้เมื่อวานนี้ หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมครั้งใหญ่กับรินรดาและพรรคพวกจอมปลอมในบริษัท
*ต๊อก... ต๊อก... ต๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทางระมัดระวังราวกับกำลังเดินอยู่บนลานระเบิด
"ท่านประธานคะ... เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์อัลกอริทึมตัวใหม่ที่ต้องให้คุณพิมพ์มาดาตรวจสอบ... จะให้ส่งให้ใครดูแลแทนดีคะ หรือจะให้ดิฉัน..."
"ไม่ต้อง!" คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดจนเลขานุการสาวสะดุ้งโหยง "งานของพิมพ์มาดา ก็ต้องให้พิมพ์มาดาทำ คนอื่นไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งนั้น"
"แต่... คุณพิมพ์มาดายื่นใบลาพักร้อนกระทันหันแบบนี้ แล้วก็... ดูเหมือนเธอยังไม่ได้เซ็นสัญญาต่อ..."
"เธอกล้าเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง "ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางทิ้งโปรเจกต์ที่เธอใช้เวลาปั้นมากับมือครึ่งค่อนปีหรอก เธอก็แค่... งอน... เอ๊ย หมายถึง เธอแค่ต้องการเวลาสงบสติอารมณ์จากพวกน่ารำคาญในบริษัทนี้ก็เท่านั้น"
เลขานุการสาวก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าท้วงติงอันใดต่อ แม้ในใจจะแอบคิดว่าอาการหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยงของท่านประธานในวันนี้นั้น ช่างดูคล้ายกับเด็กชายตัวน้อยที่ถูกแย่งของเล่นชิ้นโปรดไปเสียเหลือเกิน
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง คิรากรทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ หลับตาลงช้าๆ พยายามทบทวนเหตุการณ์เมื่อวานซืน รินรดาตั้งใจจะใช้ข่าวลือปลอมๆ เพื่อบีบให้พิมพ์มาดาต้องพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าทีมพัฒนา แต่เขากลับเลือกที่จะนิ่งดูดายเพื่อรอดูว่ายัยตัวแสบจะเอาตัวรอดอย่างไร... ใครจะไปรู้เล่าว่า เธอจะไม่เพียงแค่เอาตัวรอด แต่ยังตบหน้ารินรดาด้วยหลักฐานทางการเงินและการแฮกข้อมูลที่มัดตัวแน่นหนา จนคู่แข่งสาวถึงกับหน้าซีดเผือกก้าวขาออกจากห้องประชุมแทบไม่ทัน
ภาพรอยยิ้มมุมปากของพิมพ์มาดาในวินาทีที่เธอยื่นซองลาออกวางกระแทกโต๊ะต่อหน้าเขา ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
*“ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆ นะคะท่านประธาน แต่พอดีฉันเป็นพวกแพ้ฝุ่นพิษในองค์กรที่มีแต่คนตลบตะแลง... ขอตัวไปหายใจในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ดีกว่าค่ะ”*
คำพูดนั้น... รอยยิ้มนั้น... มันช่างกวนประสาทจนเขากำหมัดแน่น แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจข้างในอกซ้ายกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ให้ตายเถอะ เขาเสพติดเสียงเถียงของเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ทางด้านของพิมพ์มาดา ในเวลานี้ เธอกำลังนั่งไขว่ห้างจิบชานมไข่มุกแก้วโตอยู่ในคาเฟ่สุดชิคใจกลางเมือง ใกล้กันนั้นคือเจมส์ เพื่อนสนิทและแฮกเกอร์มือฉกาจที่กำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทคิรากรกรุ๊ป
"แกนี่ใจกล้ามากเลยนะยายพิมพ์ ทิ้งเงินเดือนหลักแสนมานั่งดูดชานมไข่มุกชิลๆ แบบนี้ ระวังท่านประธานหน้าหล่อแต่ใจยักษ์นั่นจะส่งเฮลิคอปเตอร์มาลากตัวเเกกลับบริษัทนะเว้ย" เจมส์เอ่ยแซิวยิ้มๆ พรางเหลือบมองเพื่อนสาวที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสบายๆ แต่ยังคงความชิค
"ให้มาสิ..." พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "ถ้าเขาไม่ยอมก้มหัวขอโทษฉันก่อน และถ้าไม่ไล่ยัยรินรดากับพวกสมุนออกไปให้พ้นบริษัท ฝันไปเถอะว่าโปรแกรมเมอร์มือหนึ่งอย่างฉันจะยอมกลับไปเขียนโค้ดบรรทัดเดียวให้เขาอีก!"
"โห... ประกาศิตนางพญาชัดๆ แล้วถ้าเขาตามมาง้อจริงๆ ล่ะ แกจะใจอ่อนไหม?" เจมส์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน
พิมพ์มาดาชะงักไปนิด ชานมในหลอดดูดเกือบสำลัก เธอนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้รอยยิ้มของคิรากรยามที่เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่เธอก็รีบสบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไปทันที
"ไม่มีทางหรอก... คนอย่างคิรากรน่ะนะ ถือทิฐิยิ่งกว่าภูเขาหิมะ..."
ทว่า... ประโยคของเธอยังไม่ทันได้หลุดออกจากริมฝีปากดี เสียงกริ่งประตูคาเฟ่ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูททาร์ซิโดเข้ารูปสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยออร่าความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงลอยมาเตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศแสนสบาย จนลูกค้ารอบโต๊ะต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
คิรากร... มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอแล้วจริงๆ!
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ ก้มมองเธอนิ่งด้วยสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยว ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม เสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซอationชิดริมหูจนพิมพ์มาดาขนลุกซู่
"หมดเวลาพักร้อนของคุณแล้วค่ะ... โปรแกรมเมอร์ส่วนตัวของผม กลับออฟฟิศไปเซ็นสัญญาเพิ่มเงินเดือน 300% แล้วไปเคลียร์งานบนโต๊ะคุณซะ... ไม่อย่างนั้น ผมจะอุ้มคุณพาดบ่ากลับไปต่อหน้าคนทั้งคาเฟ่นี้เดี๋ยวนี้แหละ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยพิมพ์มาดานะคะ
***
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยพิมพ์มาดานะคะ*
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน•ตอนที่ 24
ความว่างเปล่าในออฟฟิศ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!