“ที่เจ้าใช้มันไม่ใช่กระบี่... แต่เป็นการฝังกลบความแค้น”
น้ำเสียงของหลินเยว่ซินเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งพันปี นางยืนอยู่บนคานไม้เก่าคร่ำคร่าของโรงเตี๊ยมร้างกลางหุบเขาหมอกทมิฬ ปลายกระบี่มังกรหิมะในมือเปล่งประกายสีครามสะท้อนเงาจันทร์เสี้ยว ทว่าสิ่งที่นางจับจ้องมิใช่คมอาวุธ หากแต่เป็นรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของบุรุษเบื้องล่าง
ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองบาดแผลของตนเอง เขากำลังใช้ผ้าผืนเก่าเช็ดคราบโลหิตบนเศษไม้ผุๆ ที่เพิ่งเหลาจนกลายเป็นกิ่งไม้ไร้คม ท่าทีนั้นสงบนิ่งราวกับรูปสลักหินในอารามร้าง ทว่าความสงบนี้เองที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแท้จริงยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬ
“กระบี่ไร้ลักษณ์หาใช่การไร้ซึ่งอาวุธ...” ไป๋เฉินเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาราบรื่นดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด “แต่คือการไม่เอาใจไปผูกติดกับรูปกายภายนอก หากข้ายังต้องใช้เหล็กกล้ามาพิสูจน์ความแค้น เกรงว่าวิถีแห่งข้าคงจบสิ้นลงตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าสู่ยุทธภพแล้ว แม่นางหลิน”
ดวงตาคู่คมของหญิงสาวหรี่ลงเล็กน้อย ไอเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนคานไม้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางติดตามเขามาสามวันสามคืนเพื่อทวงคืนคัมภีร์ต้องห้าม ทว่าสิ่งที่นางได้เห็นกลับมิใช่ความชั่วร้ายของมารร้ายผู้กระหายอำนาจ หากแต่เป็นบุรุษผู้แบกรับชะตากรรมอันหนักอึ้ง ยอมเดินบนเส้นทางที่ไร้ซึ่งผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญ
“เจ้ากำลังท้าทายความอดทนของข้า” หลินเยว่ซินกล่าวลอดไรฟัน ร่างระหงพุ่งวูบลงมาจากคานไม้ดุจภูตพรายไร้เงา ปลายกระบี่มังกรหิมะกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว รังสีดาบเยือกแข็งพุ่งตรงเข้าจุดตายกลางอกของไป๋เฉินในชั่วพริบตา!
นี่ไม่ใช่การประลอง แต่เป็นการสังหารตามกฎแห่งสำนักเซียนแดนเหนือ!
แต่ไป๋เฉินมิได้ขยับกายหลบหนี หรือแม้แต่จะยกกิ่งไม้ในมือขึ้นปัดป้อง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ดวงตาส블อดลึกดุจห้วงสมุทรทอดมองตรงมาที่นางอย่างไร้ความหวาดกลัว ในวินาทีที่คมกระบี่จ่ออยู่ห่างจากหัวใจเพียงแค่กระดาษกั้น อากาศรอบตัวพลันหยุดนิ่ง
*ฉับพลัน!*
พลังปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกโดยปราศจากเสียงเตือน แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว รังสีดาบน้ำแข็งของหลินเยว่ซินแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวโปร่งใส ทว่าสิ่งที่ทำให้ร่างบางต้องสะท้านเฮือก มิใช่พลังอันไร้เทียมทานนั้น หากแต่เป็นสัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงบนหลังมือของนางอย่างแผ่วเบา
ไป๋เฉินยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนคมกระบี่มังกรหิมะที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
ความเย็นยะเยือกที่แผดเผาจิตวิญญาณของผู้อื่น กลับถูกความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มหลอมละลายลงอย่างช้าๆ ราวกับหิมะแรกยามฤดูใบไม้ผลิมาเยือน หลินเยว่ซินตัวแข็งทื่อ นางลืมหายใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ นางคือเซียนผู้สูงส่งที่ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้ในระยะร้อยเชือก ชายหนุ่มทั่วหล้าต่างหวาดกลัวความเย็นชาของนาง มีเพียงเขา... ผู้ที่กล้าใช้มือเปล่าสัมผัสคมกระบี่ของนางโดยไม่เกรงกลัวความตาย
“เจ้า...” หลินเยว่ซินเค้นเสียงลอดลำคอ หัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายร้อยปีกลับเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนตื่นตระหนกที่นางไม่เคยประสบมาก่อน
“ในใจของแม่นางมีแต่ความหนาวเหน็บที่สำนักเซียนแดนเหนือพันธนาการไว้...” ไป๋เฉินกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง “เหตุใดต้องใช้ความเย็นชานี้มาปกป้องหัวใจที่เปราะบางของตนเองด้วยเล่า?”
คำพูดนั้นดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนสาว นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยไหวระริก ภาพอดีตอันโหดร้ายของการฝึกวิชาที่ต้องตัดสิ้นความรู้สึกทางโลกแวบเข้ามาในหัว แต่วินาทีนี้ ภาพเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยแววตาที่มั่นคงและอบอุ่นของบุรุษตรงหน้า
หลินเยว่ซินเม้มริมฝีปากแน่น นางพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อดึงกระบี่กลับ ทว่ามือของไป๋เฉินกลับกุมข้อมือของนางไว้แน่นพอเหมาะ ไม่แน่นหนาจนเป็นการล่วงเกิน แต่ก็มั่นคงพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้นางถอยหนีความจริงในใจอีกต่อไป
“ปล่อยข้า...” นางเอמהเสียงสั่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่นางไม่เคยแสดงออกมาก่อนในรอบร้อยปี
“หากข้าปล่อย มือคู่นี้ของเจ้าก็จะกลับไปถือกระบี่เพื่อฆ่าฟันผู้คนและสร้างกรรมเวรไม่รู้จบอีกครั้ง” ไป๋เฉินส่ายหน้าช้าๆ “ข้าปล่อยไม่ได้... และไม่อยากปล่อย”
ในวินาทีที่บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบงันอันลึกซึ้งและเคมีอันตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำ ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างจ้องมองกันผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทางช่องหน้าต่างที่ผุพัง หัวใจสองดวงที่ต่างเส้นทาง กลับเริ่มสั่นพ้องในจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
*ตึง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างโรงเตี๊ยม แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาราวกับหิมะโปรุป ผนังไม้ด้านทิศตะวันออกพังทลายลงในพริบตา เศษซากปรักหักพังกระจายเกลื่อนกลาด พร้อมกับกลิ่นอายปราณมารอันชั่วร้ายที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ
หลินเยว่ซินได้สติทันที ดวงตาคู่งามกลับมาเยือกเย็นดุจเดิม นางชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกกระบี่มังกรหิมะขึ้นตั้งรับ ทว่าแววตาที่มองไปเบื้องหน้ากลับมิได้ว่างเปล่าเช่นก่อนหน้าอีกต่อไป
“พวกมันตามมาเร็วเกินคาด...” หลินเยว่ซินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสจิตสัมผัสได้ถึงอันตรายระดับมหันต์ “ผู้อาวุโสแห่งตำหนักโลหิตทมิฬ... พวกมันส่งยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเซียนมาถึงเจ็ดคน”
ไป๋เฉินมิได้แสดงความตระหนกแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นบนอาภรณ์สีเทาเรียบง่ายอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกิ่งไม้ไร้คมขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง นัยน์ตาคู่คมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่พังทลาย ราวกับกำลังมองดูใบไม้ร่วงหล่น มิใช่กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์กระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกร่างพวกเขาเป็นชิ้นๆ
“มาก็ดี...” ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก “ข้ากำลังต้องการสถานที่กว้างๆ เพื่อทดสอบเคล็ดวิชาใหม่พอดิบพอดี”
เขาก้าวเท้าเดินผ่านร่างของหลินเยว่ซินไปอย่างมั่นคง ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะพ้นขอบประตู หน้าอกของเขากลับชะงักกุนเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากสตรีเบื้องหลัง
“ระวังตัวด้วย... ตาบอดคนนี้”
ไป๋เฉินชะงักฝีเท้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่หันกลับไปมอง ทันใดนั้น เงาร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไปจากหน้าต่างราวกับสายฟ้าแลบ ปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกสะท้านฟ้าดิน บดบังรัศมีจันทราจนมืดมิด
ทว่า ในวินาทีที่ไป๋เฉินพุ่งเข้าปะทะกับยอดฝีมือตำหนักโลหิตทมิฬที่เบื้องล่าง เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ ณ ด้านหลังของหลินเยว่ซิน พร้อมกับปลายกระบี่สีเลือดที่จ่อตรงเข้าที่ท้ายทอยของนางโดยไร้สุ้มเสียง!
“คุณหนูหลิน... ละเลยหน้าที่เช่นนี้ เกรงว่าท่านคงต้องร่วมเดินทางไปกับศพของไอ้เด็กสารเลวนั่นด้วยแล้ว” เสียงแหบพร่าดุจภูตผีดังขึ้นติดใบหู
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 8
ความเย็นชาที่ละลาย
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!