กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

ความลับใต้รอยแยก

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากแม้นวิถีกระบี่คือการตัดขาดจากกิเลส เหตุใดคราบโลหิตบนคมดาบของเจ้าจึงยังคงอุ่นร้อนอยู่เล่า, ไป๋เฉิน" น้ำเสียงของหลินเยว่ซินเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู นางยืนอยู่เบื้องหน้าผนังหินผุพังแห่งซากปรักหักพังตระกูลหลง แสงจันทร์สีครามที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของม่านศิลา สะท้อนเงาร่างระหงที่ห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเซียนสวรรค์ ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายระวังภัย นางถือครองกระบี่มังกรหิมะที่ยังคงส่งไอเย็นเยือกพวยพุ่งออกมาเป็นริ้วควันสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงมหันตภัยที่เพิ่งถูกสยบลงไปเมื่อลมหายใจก่อนหน้า ไป๋เฉินไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือขึ้นปาดคราบโลหิตที่เปรื้อนข้างแก้มด้วยความสงบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างจางๆ "โลหิตมิได้ร้อนเพราะกิเลส, เยว่ซิน... แต่มันร้อนเพราะความจริงต่างหาก" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก สุขุม และเปี่ยมด้วยสัจธรรม "ยุทธภพนี้มักหลอกลวงผู้คนด้วยชื่อเสียงและอำนาจ ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยโกหกผู้ใดเลย ก็คือคมกระบี่ในมือที่เราเลือกจะจรดลงไป" ภายในโถงลับใต้ดินที่ไร้ซึ่งผู้คนแห่งนี้ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายโบราณของกาลเวลาที่ล่วงเลยมากว่าพันปี ผนังหินรอบด้านไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หากแต่เกิดจากรอยแยกของพลังปราณฟ้าดินที่ถูกบีอัดจนกลายเป็นผลึกศิลาสีนิลกาฬ ที่เบื้องลึกสุดของโถง มีแท่นบูชาหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนนั้นปรากฏแผ่นจารึกโลหะสีทองแดงเก่าคร่ำคร่า สลักลวดลายอักขระเวทรecognizable ที่เรืองแสงสีชาดจางๆ เป็นระลอก คล้ายดั่งลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่กำลังหลับใหล หลินเยว่ซินก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชาช้าๆ ฝีเท้าของนางแทบไม่ส่งเสียงกระทบพื้นหิน ความเย็นยะเยือกจากกระบี่มังกรหิมะในมือทำให้อากาศรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย "อักขระเหล่านี้..." นางพึมพำ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ไม่ใช่ภาษาที่ใช้กันในยุคปัจจุบัน มันคืออหมวดอักษรเทวะยุคบรรพกาล... ยุคที่เซียนยังเดินดินและมังกรยังครองนภา" ไป๋เฉินก้าวตามมาเคียงข้าง ร่างกายของเขายังคงแผ่ซ่านด้วยเคล็ดวิชา 'ไร้ลักษณ์' ที่ไร้ซึ่งร่องรอยปราณวิญญาณ ทว่ากลับทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยวเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแผ่นจารึกโลหะโบราณนั้นอย่างระมัดระวัง *เปรี้ยะ!* ประกายสายฟ้าสีทองเส้นเล็กๆ สะท้อนผ่านปลายนิ้วของไป๋เฉินทันทีที่สัมผัสโดนผิวโลหะ ชายหนุ่มชักมือกลับเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ขณะที่แผ่นจารึกโบราณเริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเสียงฟ้าผ่าในระยะไกล อักขระสีชาดบนนั้นพลันสว่างวาบขึ้น แผ่พุ่งพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนบรรยากาศภายในโถงสั่นสะเทือน "ระวัง!" หลินเยว่ซินอุทานเบื้องหน้า นางยกกระบี่มังกรหิมะขึ้นตั้งรับโดยสัญชาตญาณ ไอเย็นจัดถูกปลดปล่อยออกเป็นโล่ป้องกันน้ำแข็งใสกระจายตัวเป็นวงกว้าง เพื่อคุ้มกันทั้งคู่จากแรงปะทะของพลังโบราณที่กำลังตื่นขึ้น ทว่า แรงกดดันนั้นไม่ได้มุ่งร้าย มันกลับไหลรินเข้าสู่จิตสำนึกของไป๋เฉินราวกับสายน้ำที่ไหลกลับสู่มหาสมุทร ภาพนิมิตมากมายพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดของชายหนุ่ม ดั่งม้วนคัมภีร์ประวัติศาสตร์ที่ถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ในนิมิตนั้น... เขาเห็นหุบเขาเซียนบรรพกาลที่ถูกเพลิงผลาญย้อมนภาให้กลายเป็นสีเลือด เห็นสำนักกระบี่ลึกลับของเขาที่เคยยิ่งใหญ่ ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเงาร่างปริศนาผู้ถือครองศัสตราเซียนที่เย็นชาไร้หัวใจ และเหนือสิ่งอื่นใด... เขาได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานจากห้วงลึกของกาลเวลา *‘ผู้ใดถือครองคัมภีร์ไร้ลักษณ์... ผู้นั้นจักต้องแบกรับทัณฑ์สวรรค์... คัมภีร์เก้าสวรรค์ดับสูญ มิได้สูญหาย... แต่มันถูกซ่อนไว้ในสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด...’* นัยน์ตาของไป๋เฉินหรี่ลงเล็กน้อย เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แม้เขาจะเป็นผู้บรรลุวิชา 'ไร้ลักษณ์' ที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของสำนักใดๆ ทว่าเนื้อหาในจารึกโบราณนี้กลับสั่นคลอนจิตวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่เรื่องราวการล้างแค้นของสำนัก แต่เป็นเบาะแสที่เชื่อมโยงถึง 'คัมภีร์ที่หายไป' คัมภีร์ที่จะไขปริศนาทั้งหมดเกี่ยวกับการล่มสลายของสำนักกระบี่ลึกลับ และหนทางแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์เพื่อท้าทายลิขิตสวรรค์ "ไป๋เฉิน..." หลินเยว่ซินเอ่ยเรียกด้วยความกังวล นางสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของชายหนุ่ม มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของเขาอย่างแผ่วเบา ความเย็นจากกายของนางช่วยดึงสติให้เขากลับคืนสู่ความเป็นจริง "เจ้าเห็นอะไรในจารึกนั้น?" ไป๋เฉินหันมามองสตรีตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง ความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวของนางในยามปะทะกับศัตรู มักจะอ่อนโยนลงเสมอเมื่ออยู่เบื้องหน้าเขา นี่คือความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกอันโหดร้ายนี้ "ข้าเห็นกุญแจ..." ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "กุญแจที่จะไขประตูสู่อดีต... และทำลายโซ่ตรวนที่ผูกมัดพวกเราไว้กับโชคชะตา" ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่หลินเยว่ซินจะได้เอ่ยถามสิ่งใดเพิ่มเติม พื้นศิลาเบื้องล่างของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามต่ำดั่งเสียงอสูรกายคำรามดังขึ้นจากใต้พื้นดินลึกลงไปอีกนับพัน丈 รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนผนังห้องโถง ไอพลังมารอันชั่วร้ายพวยพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด บุคคลผู้นั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกว้างด้วยหน้ากากโลหะรูปอสูรที่ยิ้มเยาะอย่างไร้ความปรานี ในมือของมันถือกระบี่สีนิลที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ช่างบังเอิญเสียจริง..." เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบราวน้ำแข็งลอดออกมาจากหน้ากากอสูร "ข้าตามหาแผ่นจารึกนี้มาแรมปี เพื่อจะพบว่ามีมดปลวกสองตัวกำลังยืนอ่านความลับที่พวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะล่วงรู้" หลินเยว่ซินตวัดกระบี่มังกรหิมะชี้หน้าผู้มาเยือนทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งเป็นคมมีดน้ำแข็งนับพันเล่มลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ "เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมารบกวนสถานที่แห่งนี้!" ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ มันค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากจนถึงคาง ดวงตาสงบนิ่งคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม และที่สำคัญที่สุด... บนด้ามกระบี่สีนิลในมือของมัน มีสัญลักษณ์รูปกระบี่หักสลักไว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับกลุ่มคนที่ทำลายสำนักกระบี่ลึกลับของไป๋เฉินเมื่อสิบปีก่อน! ไป๋เฉินก้าวขึ้นมาขวางหน้าหลินเยว่ซินไว้หนึ่งก้าว คมกระบี่ในมือของเขาไม่ได้ถูกชักออกจากฝัก ทว่าปราณไร้ลักษณ์รอบกายกลับหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุน "สิบปี..." ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่หลินเยว่ซินเคยได้ยินมา "ข้าตามหาร่องรอยของพวกเจ้ามาเนิ่นนาน จนคิดว่าพวกมันคงหลบหนีไปสุดขอบฟ้า... ไม่นึกเลยว่าสุนัขรับใช้เช่นเจ้า จะวิ่งเข้ามาหาความตายถึงที่นี่เอง" ศัตรูยกยิ้มเยาะ ยกกระบี่สีนิลขึ้นตั้งรับ "หึ! คิดว่าเจ้าบรรลุวิชาไร้ลักษณ์แล้วจะไร้เทียมทานงั้นหรือ? วันนี้... ทั้งชีวิตของเจ้า และความลับของคัมภีร์นั้น จะต้องถูกฝังกลบไว้ ณ รอยแยกแห่งนี้พร้อมกับพวกเจ้าสองคน!" สิ้นเสียงคำรามนั้น บรรยากาศภายในโถงลับก็ระเบิดออกด้วยแรงปะทะของปราณวิญญาณและปราณไร้ลักษณ์ที่รุนแรงจนผนังหินรอบด้านเริ่มพังทลายลงมาเป็นชิ้นๆ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%