กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 23

คมเขี้ยวศิษย์พี่

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ศิษย์น้องรอง... เจ้ายังคงยึดติดกับภาพลวงตาแห่งสำนักเก่าอยู่อีกหรือ” สุ้มเสียงนั้นแหบพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งเสียดสีกัน ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ไหล่ห่อเข้าเล็กน้อยภายใต้ชุดคลุมสีหมึกที่ถูกลมยุทธภพพัดจนชายผ้าโบกสะบัด เบื้องหน้าของเขาคือซากปรักหักพังของหอคัมภีร์อัคคีสวรรค์ ที่บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและกลิ่นอายโลหิตที่ยังคงคละคลุ้งในบรรยากาศยามวิกาล การเผชิญหน้าในยามนี้มิใช่เรื่องของความแค้นส่วนตัว หากแต่เป็นบททดสอบสุดท้ายบนเส้นทางแห่งวิถีกระบี่ที่ไร้ซึ่งความปรานี ร่างของ 'มู่หรงเฟิง' อดีตศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศต่อสำนักกระบี่ลึกลับก้าวออกมาจากเงาจันทร์ แววตาของเขาทอประกายสีฟ้าครามจากเคล็ดวิชา 'เนตรเพลิงโลหิต' ที่หลอมรวมเข้ากับปราณมารสวรรค์ ทั่วร่างแผ่ไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่กระดูกมารที่ส่งเสียงคำรามโหยหวนราวกับดวงวิญญาณนับร้อยกำลังกรีดร้อง “มู่หรงเฟิง... วิถีกระบี่ที่แปดเปื้อนด้วยโลหิตของผู้บริสุทธิ์ หาใช่กระบี่ที่สำนักของเราเคยสั่งสอนมาไม่” ไป๋เฉินเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน “ฮ่าๆๆ สำนักรึ? สำนักที่อ่อนแอและยึดมั่นในคุณธรรมจอมปลอมจนต้องพินาศสูญสิ้น มีค่าอะไรให้ปกป้อง!” มู่หรงเฟิงแผดเสียงหัวسั่นสะท้าน ปราณมารระเบิดออกรอบตัวกลายเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬ “วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่นี้พิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่า ผู้ที่อยู่รอดในยุทธภพนี้ คือผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า มิใช่ผู้ที่ถือครองสัจธรรมอันไร้ค่า!” สิ้นเสียงคำราม ร่างของมู่หรงเฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิม ความเร็วของเขาในยามนี้ทะยานผ่านขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปจะรับรู้ได้ ประกายแสงสีฟ้าครามพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาไป๋เฉินราวกับสายฟ้าฟาดในพายุฝน *เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะระเบิดออกสว่างวาบไปทั่วท้องทุ่ง ไป๋เฉินไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เขายังคงใช้ฝักกระบี่ไม้ธรรมดาต้านทานคมกระบี่มารอันดุร้าย แรงปะทะส่งผลให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขายุบลงเป็นหลุมลึกหลายชุ่ย แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนต้นไม้รอบบริเวณหักโคậnลงในพริบตา “เจ้ายังคงอวดดีเหมือนเดิม ไป๋เฉิน! ไร้ปราณวิญญาณแล้วอย่างไร เจ้าคิดว่าจะใช้แค่กระบวนท่าเปล่าๆ ต้านทานกระบี่มัจจุราชของข้าได้หรือ!” มู่หรงเฟิงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน มู่หรงเฟิงหมุนตัวกลางอากาศ กระบี่กระดูกมารแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับพันสาย พรั่งพรูลงมาดั่งห่าฝนโลหิต ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่หมายปลิดชีพในคราเดียว นี่คือกระบวนท่า 'ร้อยมารกลืนนภา' วิชาต้องห้ามที่แม้แต่ผู้วิอาวุโสยังต้องหวาดผวา ในขณะเดียวกัน ที่ระยะห่างออกไปท่ามกลางเงาไม้ใหญ่ หลินเยว่ซินยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นน้ำแข็ง ดวงตาคู่งามคมกริบราวกับกระบี่มังกรหิมะในมือ นางไม่ได้เข้ามาสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้ ตามกฎแห่งวิถียุทธ ขอบเขตระหว่างอดีตศิษย์ร่วมสำนักย่อมต้องสะสางด้วยตนเอง แต่นางเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากมู่หรงเฟิงกล้าใช้เล่ห์กลสกปรก ปราณความเย็นยะเยือกจากนางจะแช่แข็งวิญญาณของมันให้แตกสลายในพริบตาเดียว ไป๋เฉินสัมผัสได้ถึงความห่วงใยอันเงียบงันจากสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเกิดระลอกคลื่นแห่งความอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก1ครา ถ่าย 1 สัจธรรมแห่งวิชา 'ไร้ลักษณ์' เข้าสู่กระแสจิต *มิใช่การต้านทาน... มิใช่การหลบหลีก... แต่เป็นการกลืนกินและสะท้อนกลับ* เมื่อเงากระบี่นับพันพุ่งเข้ามาประชิดตัว ไป๋เฉินขยับตัวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกท่วงท่ากลับลื่นไหลราวกับสายน้ำที่ไร้รูปแบบ ฝักกระบี่ในมือวาดวงโคจรเป็นรูปหยินหยางกลางอากาศอย่างแผ่วเบา *วูบ...* ปราณมารที่รุนแรงของมู่หรงเฟิงเมื่อปะทะเข้ากับวงโคจรนั้น กลับถูกดูดกลืนเข้าไปในความว่างเปล่าราวกับหินที่ตกลงไปในมหาสมุทรอันไร้ก้นบึ้ง สีหน้าของมู่หรงเฟิงแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขารู้สึกได้ว่าพลังปราณที่ตนทุ่มเทออกไปกำลังสูญสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย “เป็นไปไม่ได้! วิชาบ้านั่น... เจ้าบรรลุถึงขั้น ‘ไร้ลักษณ์คืนสู่ต้นกำเนิด’ แล้วรึ!” มู่หรงเฟิงถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและหวาดกลัว ไป๋เฉินหยุดยืนนิ่ง ดวงตาสคมกริบมองอดีตศิษย์พี่ด้วยความเวทนา “มู่หรงเฟิง ศิษย์พี่... ท่านเดินมาไกลเกินกว่าจะหวนกลับแล้ว พลังที่ได้มาโดยแลกกับจิตวิญญาณ หาใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่” “หุบปาก!” มู่หรงเฟิงแผดเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจนน่ากลัว ปราณมารทั่วร่างทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก เขาตัดสินใจใช้กระบวนท่าสุดท้าย ทุ่มพลังทั้งหมดที่มีรวมไว้ที่คมกระบี่มารจนเกิดแสงสว่างจ้าบาดตา “ถ้าเช่นนั้น ก็จงตายไปพร้อมกับความยโสของเจ้าเถอะ!” ร่างของมู่หรงเฟิงพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด คมกระบี่มารพุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณกลางหน้าอกของไป๋เฉิน แรงกดดันระดับนี้สามารถทำลายขุนเขาให้พังทลายได้ในดาบเดียว ไป๋เฉินหลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขากลับปรากฏประกายแสงสีทองจางๆ คมกระบี่ในฝักเริ่มขยับส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ เป็นสัญญาณว่า... คมกระบี่ที่หลับใหลมานานนับปี กำลังจะถูกชักออกจากฝักเป็นครั้งแรก ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระบี่ทั้งสองจะปะทะกันอย่างเด็ดขาดนั้น พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นมาจากขุมนรกใต้พิภพ แสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นจากรอยแยกของแผ่นดินขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วฟ้าดิน “ช้าก่อน... ผู้ถือครองกระบี่ไร้ลักษณ์ เหยื่อครานี้... หาใช่ของเล่นที่พวกเจ้าจะมาแย่งชิงกันเองได้ง่ายๆ” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ (หมื่นกระบี่คืนรัง)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%