“หากเจ้ายอมวางกระบี่ลงเสียตอนนี้ ความตายที่เจ้าจะได้รับ... ข้าสัญญาว่าจะให้มันรวดเร็วและปราศจากความเจ็บปวด”
น้ำเสียงของไป๋เฉินราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบกายสั่นไหว เปลวปราณสีครามจางๆ หมุนวนอยู่รอบปลายนิ้วของเขา มิใช่พลังวิญญาณอันเกรี้ยวกราด แต่เป็น ‘วิชาไร้ลักษณ์’ ที่มองไม่เห็นตัวตน ทว่าอันตรายถึงชีวิต
ตรงหน้าเขา ผู้อาวุโสสามแห่งสำนักกระบี่ลึกลับในชุดคลุมสีเทามอมแมมหัวเราะร่า เสียงหัวเราะแหลมสูงนั้นเสียดแทงแก้วหูราวกับเสียงโลหะขูดขีดกัน ชายชรากุมบาดแผลที่สีข้าง พลางถ่มน้ำลายปนเลือดลงบนพื้นหินที่แตกร้าว
“ไป๋เฉิน... เจ้าศิษย์เนรคุณ! เจ้าคิดว่าวิชาครึ่งๆ กลางๆ ของเจ้าจะสังหารข้าได้รึ? สำนักกระบี่ลึกลับพินาศย่อยยับไปแล้ว เจ้ายังจะยึดติดกับสิ่งที่ไม่มีวันหวนคืนอยู่อีกหรือ!”
ไป๋เฉินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองหดสั้นลง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วศาลาร้างกลางขุนเขา มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของชายชรา และสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งค้างปีของหลินเยว่ซินที่ยืนอยู่ห่างออกไป
นางเซียนผู้สูงศักดิ์ไม่ได้สอดมือเข้าช่วยเหลือ แต่นัยน์ตาคู่งามกลับจับจ้องไปยังนิมิตบางอย่างที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในมวลอากาศเบื้องหน้า เมื่อกระแสปราณของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง มันได้กระตุ้นให้เศษเสี้ยวความทรงจำที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของนางตื่นขึ้น
ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยว... หิมะสีแดงฉานโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ไม่ใช่ภาพของศาลาร้างแห่งนี้ แต่เป็นภาพของสำนักที่นางเคยพำนักในอดีต ภาพหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ กำลังกอดร่างของอาจารย์ที่ไร้วิญญาณ ท่ามกลางเพลิงผลาญที่เผาไหม้ตำราวิชาไปจนหมดสิ้น และชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้นี้... คือผู้ที่ถือกระบี่อาบเลือดเดินผ่านนางไป พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่สลักลึกลงในความทรงจำ
“นั่นมัน...” หลินเยว่ซินเผลออุทานออกมา เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มร้าวราน
“ดูสิ! เห็นแล้วใช่ไหมแม่นาง!” ผู้อาวุโสสามตะโกนขึ้นพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยว เขารู้ว่าความลับในอดีตคือจุดอ่อนที่สุดของนางเซียนผู้นี้ “ข้าเป็นคนทำลายสำนักของเจ้า! ข้าเป็นคนสังหารอาจารย์ของเจ้า! แล้วเจ้าจะทำอย่างไร? จะฆ่าข้าเพื่อแก้แค้น หรือจะปล่อยให้ชายที่รักเจ้าต้องตายในมือของศัตรูร่วมกัน!”
ไป๋เฉินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาตวัดไปมองหลินเยว่ซินเพียงแวบเดียว แต่กระแสจิตนั้นสื่อความหมายชัดเจน—*อย่าได้หวั่นไหวกับภาพลวงตาของมัน*
“หลินเยว่ซิน อย่าให้ความโกรธแค้นมาบดบังจิตใจ” ไป๋เฉินกล่าวเสียงต่ำ ขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มเรืองรองด้วยแสงสีเงินยวบยาบ “ความแค้นคือน้ำหนักที่ฉุดรั้งให้กระบี่ของเจ้าเชื่องช้าลง หากเจ้าต้องการทวงคืนความเป็นธรรม จงใช้กระบี่ในมือเจ้าตัดสินมัน ไม่ใช่ด้วยน้ำตา”
“เจ้าจะรู้อะไร!” หลินเยว่ซินตวาดกลับ ร่างของนางสั่นสะท้าน กระบี่มังกรหิมะที่สะพายอยู่บนแผ่นหลังเริ่มสั่นระริก เสียงหึ่งๆ ของตัวกระบี่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกมาจนหญ้าที่พื้นกลายเป็นน้ำแข็งฉับพลัน “ความเจ็บปวดที่ข้าแบกรับมาสิบปี เจ้าไม่มีวันเข้าใจ!”
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสสามอาศัยจังหวะที่ทั้งสองเสียสมาธิ พุ่งตัวเข้าหาไป๋เฉินพร้อมกับประกายแสงสีดำมืดมิดจากฝ่ามือ มันคือวิชา ‘ปราณกลืนวิญญาณ’ ที่ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้อื่นเพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง
“ตายซะ! ไป๋เฉิน!”
ไป๋เฉินไม่ถอยหลัง เขาสูดลมหายใจลึก เคลื่อนไหวร่างกายดุจสายน้ำที่พริ้วไหวแต่หนักแน่นดุจขุนเขา นิ้วมือทั้งสองข้างวาดผ่านอากาศดุจกำลังเขียนอักษรบนผืนผ้าใบ อักขระเวทสีทองผุดขึ้นกลางอากาศดักหน้าการโจมตีของชายชรา
เปรี้ยง!
แรงปะทะทำให้พื้นที่รอบข้างทรุดตัวลง ฝุ่นควันตลบอบอวล ทว่าในขณะที่ไป๋เฉินกำลังจะปิดฉากชีวิตของผู้อาวุโสสาม ร่างหนึ่งที่ว่องไวเหนือแสงพลันพุ่งผ่านเงาของเขาไป
เป็นหลินเยว่ซิน! นางพุ่งเข้าหากระบี่มังกรหิมะที่ชักออกจากฝักเพียงครึ่งเดียว ไอเย็นเยียบจับตัวเป็นมวลอากาศอันคมกริบตัดผ่านร่างของผู้อาวุโสสามไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาทันจะได้เอ่ยคำล่ำลาใดๆ
ทว่า... สิ่งที่หลินเยว่ซินพบเมื่อกวาดสายตามองผ่านม่านหมอกคือความว่างเปล่า ร่างของผู้อาวุโสสามสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีเทาที่ปลิวว่อนไปกับสายลม
“เขาไม่ใช่ตัวจริง...” ไป๋เฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ เดินเข้ามาหยุดข้างกายหญิงสาว “นี่เป็นเพียงร่างแยกที่สร้างจากจิตอาฆาต มันจงใจเปิดเผยอดีตเพื่อให้เจ้าตกอยู่ในภวังค์... และเปิดช่องโหว่ให้มันหลบหนี”
หลินเยว่ซินทรุดเข่าลงกับพื้น กระบี่มังกรหิมะตกลงข้างกาย ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถ้อยคำใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของทั้งสองกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาตื่นขึ้นจากใต้ชั้นหิน
เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูดังสะท้อนมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของผู้อาวุโสสามเพียงผู้เดียว แต่เป็นเสียงของคนนับร้อยที่กำลังสวดอ้อนวอนสิ่งชั่วร้ายบางอย่าง
“ไป๋เฉิน... ดูที่มือนั่น!” หลินเยว่ซินชี้ไปที่ฝ่ามือของตนเอง ที่ซึ่งอักขระสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นราวกับรอยสักที่กำลังกัดกินเนื้อหนัง
มันคือ ‘พันธสัญญาเลือด’ ที่ถูกสาปแช่งโดยผู้ที่เพิ่งหายตัวไป และทางเข้าของถ้ำลึกลับที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาก็เปิดอ้าออก เผยให้เห็นศิลาจารึกที่สลักชื่อของ ‘ไป๋เฉิน’ และ ‘หลินเยว่ซิน’ ไว้คู่กันในฐานะ... ‘เครื่องบูชายัญแด่ราชันย์ไร้ลักษณ์’
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมื่นกระบี่คืนรังนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 4
ทางแยกแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!