กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 5

ลมหายใจของขุนเขา

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ประกายไฟสีส้มแดงที่เกิดจากการเสียดสีของเศษหินศิลาวานร ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำมังกรโบราณ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย หยาดน้ำค้างที่เกาะตามผนังหินงอกหินย้อยกลั่นตัวเป็นหยดน้ำใส ก่อนจะหยดลงสู่พื้นหินด้านล่างด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ... ติ๋ง... ติ๋ง... ดั่งเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของสองวิญญาณผู้โดดเดี่ยวในยุทธภพ ไป๋เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแผ่นหินเรียบ เบื้องหน้าคือเศษฟืนแห้งที่เขาก่อขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บยามค่ำคืน เปลวไฟสะท้อนเข้ากับใบหน้าคมสันและดวงตาที่ลุ่มลึกดั่งห้วงมหรรณพ เขากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงลับคมเศษเหล็กชิ้นเล็กๆ ที่หลุดร่อนมาจากดาบหักในอดีต เสียงเหล็กกระทบหิน 'ฉึบ... ฉึบ...' ดังประสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกที่ยาวนานและมั่นคง ห่างออกไปเพียงช่วงตัว หลินเยว่ซินนั่งพิงผนังถ้ำอย่างไร้ซึ่งความรู้สึก หญิงสาวกอดกระบี่มังกรหิมะไว้แนบอก ปราณไอzเยือกแข็งแผ่ซ่านออกจากร่างนางจนเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นบนพื้นหินรอบกาย นางไม่ยอมหลับตา แม้ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าตลอดสามวันสามคืนจะถาโถมเข้าใส่ดั่งคลื่นใต้น้ำ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นยังคงจ้องมองแผ่นหลังของบุรุษเบื้องหน้าไม่วางตา ราวกับต้องการค้นหาคำตอบว่า เหตุใดมนุษย์ผู้ไร้ซึ่งเส้นลมปราณเช่นเขา จึงยังคงยืนหยัดท้าทายกฎแห่งฟ้าดินได้อย่างองอาจเช่นนี้ "เจ้ามองข้ามผ่านกองไฟมานานเกินหนึ่งเค่อแล้ว แม่นางหลิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไป๋เฉินไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงก้มหน้าสนใจกับการลับคมโลหะในมือ ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบกายหยุดนิ่งลงทันที "ข้าเพียงแต่สำรวจดูว่า... คนที่กำลังจะตายในวันพรุ่งนี้ มีสีหน้าเช่นไร" หลินเยว่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ ดุจลมหนาวจากยอดเขาเทียนซานที่บาดลึกถึงกระดูก ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความระคนสมเพชและปลงตก "ความตายเป็นเพียงสัจธรรมที่มนุษย์หวาดกลัว แต่สำหรับข้า... การมีชีวิตอยู่เพื่อแบกรับความอัปยศของสำนักต่างหาก คือทัณฑ์สวรรค์ที่แท้จริง แม่นางหลินคิดว่าดาบในมือข้า ไร้ลักษณ์จริงหรือ?" หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น นางขยับตัวเล็กน้อยจนชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหว "วิชาไร้ลักษณ์ของสำนักกระบี่ลึกลับสูญหายไปตั้งแต่สามร้อยปีก่อน เจ้าเป็นเพียงคนรุ่นหลังที่บังเอิญได้คัมภีร์残篇 (เศษเสี้ยวคัมภีร์) จะเอาอะไรมาพูดเรื่องสัจธรรมกระบี่" ไป๋เฉินหยุดมือที่กำลังลับเหล็ก เขาวางวัตถุในมือลงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนาง ประกายไฟจากกองไฟส่องกระทบแววตาคู่นั้น จนหลินเยว่ซินรู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงเวลาอันยาวนาน "กระบี่ที่แท้จริง... ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่าง" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "เช่นเดียวกับความรู้สึกที่แม่นางกำลังมีต่อข้าในยามนี้... เจ้าพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาห่อหุ้มจิตใจ เพื่อปฏิเสธความจริงที่ว่า 'เจ้าแคร์' ว่าข้าจะรอดชีวิตหรือไม่... นั่นมิใช่กระบี่ไร้ลักษณ์ในใจของเจ้าหดอกหรือ?" *ฉากหัวใจสะท้าน!* หลินเยว่ซินสะعدถึงกับสะท้านเฮือก ร่างเพรียวบางแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้นี้จะมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณของเซียนสาวผู้เย็นชาเช่นนางได้ "สามห่าว!" หลินเยว่ซินเค้นเสียงลอดไรฟัน พร้อมๆ กับที่ปราณกระบี่มังกรหิมะในอ้อมแขนปะทุขึ้นจนอุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามเส้นผมของนาง "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าอ่านใจข้า!" ไป๋เฉินไม่ได้หลบหนี เขากลับขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษอันอบอุ่นปะปนกับกลิ่นดินและกลิ่นอายเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูกของเซียนสาว นางสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอและมั่นคงของเขา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเยือกแข็งมาตลอดนับร้อยปี กลับเต้นระรัวราวกับกลองศึกในยามวิกาล "ข้าไม่ใช่ใคร... ข้าก็เป็นเพียงผู้เดินทางที่กำลังหาที่พักพิงในค่ำคืนอันเหน็บหนาวนี้ เช่นเดียวกับเจ้า" ไป๋เฉินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองนางไม่ได้มีความประสงค์ร้าย หรือความโลภโมиทาส Lมีเพียงความลึกซึ้งและจริงใจที่หาได้ยากยิ่งในยุทธภพที่เต็มไปด้วยการหักหลัง หลินเยว่ซินเม้มริมฝีปากแน่น นางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววุ่นบนใบหน้าขาวเนียนดั่งหยก "ถ้ำมังกรแห่งนี้ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เจ้าคิด คืนนี้... อาจมีบางสิ่งตื่นขึ้นจากการหลับใหล" นางเปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "ข้ารู้..." ไป๋เฉินเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานถ้ำ ความมืดมิดเบื้องบนซ่อนเงาบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แรงกดดันจากปราณโบราณเริ่มแผ่ซกดลงมาทีละน้อย "แต่มันก็ยังอุ่นกว่าการต้องเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บในใจคน" บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความระแวงสงสัย กลายเป็นความเงียบงันที่มีความหมายลึกซึ้งผูกพัน หลินเยว่ซินค่อยๆ คลายมือที่กำด้ามกระบี่ลง นางขยับตัวเข้ามาใกล้กองไฟอีกนิดอย่างไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากเปลวไฟผสานกับความอบอุ่นจากร่างของบุรุษข้างกาย เริ่มละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจของเซียนสาวทีละน้อย ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทันใดนั้นเอง! *โครมคราม!* พื้นถ้ำมังกรสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินแยก เศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ ปราณมังกรโบราณอันเกรี้ยวกราดและทรงพลังพวยพุ่งขึ้นมาจากหลุมลึกเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ทำเอาแก้วหูแทบแตก หลินเยว่ซินผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ กระบี่มังกรหิมะชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบไปทั่วถ้ำ ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าทางเข้าถ้ำ กลับไม่ใช่สัตว์อสูรโบราณอย่างที่คาดคิด... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากกระดูกอสูร ยืนขวางทางออกทั้งหมดไว้ มือขวาถือเคียวโบราณที่อาลัยด้วยไอพิษสีม่วงเข้ม และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่ไป๋เฉิน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่เอ่ยขึ้นว่า "ฮ่าๆๆ... ในที่สุด ข้าก็ตามหากล่องสมบัติแห่งสำนักกระบี่ลึกลับเจอเสียที... ส่งคัมภีร์ไร้ลักษณ์มาให้ข้าซะ เจ้าศิษย์ทรยศ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมื่นกระบี่คืนรังนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%