กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 11

ด่านหุบเขาพันธนาการ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“หากเจ้ายังฝืนก้าวต่อไป เกรงว่าเส้นทางนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเราทั้งคู่” หลินเยว่ซินเอ่ยขึ้น เสียงของนางราบเรียบดั่งธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย แต่แววตาที่จับจ้องไปยังเบื้องหน้ากลับสั่นไหวเล็กน้อย มือเรียวบางของนางกุมด้ามกระบี่มังกรหิมะแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไป๋เฉินหยุดฝีเท้าลงในช่องเขาที่แคบจนแทบไร้ทางเบี่ยง หินผาสองข้างทางพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับคมมีดของยักษ์มารที่จ่อรอคอยการหลั่งเลือด ความเงียบงันในหุบเขาพันธนาการแห่งนี้ไม่ได้มาพร้อมกับความสงบ แต่มันคือความเงียบที่อาบไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับสายลม “สตรีผู้เย็นชาเช่นเจ้า รู้จักคำว่าความกลัวด้วยหรือ?” ไป๋เฉินถามเบาๆ มุมปากยกยิ้มจางๆ ทว่าดวงตาของเขากลับคมกริบดุจกระบี่ที่ฝักถูกชักออกมาครึ่งคืบ “หากข้าไม่ก้าวต่อ ความลับที่ถูกฝังไว้ในสุสานสำนักกระบี่ลึกลับคงกลายเป็นเพียงเศษธุลี และวิญญาณผู้ล่วงลับคงไม่มีวันได้พักผ่อน” “เจ้ามันคนบ้า” นางแค่นเสียง แต่กระนั้นนางก็ก้าวขยับขึ้นมาเคียงข้างเขาโดยไม่รอคำสั่ง ทันใดนั้น เสียงกระหึ่มคล้ายฟ้าร้องดังสะท้านมาจากก้นบึ้งของหุบเขา พื้นดินใต้เท้าสั่นไหวอย่างรุนแรง เศษหินร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝน เงาร่างนับร้อยพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกของหินผา พวกมันไม่ใช่คน แต่เป็นหุ่นเชิดศิลาที่ถูกอาคมโบราณพันธนาการไว้ ดวงตาของพวกมันเปล่งแสงสีแดงฉานประหนึ่งเพลิงนรก “อย่าให้พวกมันล้อมกรอบได้!” ไป๋เฉินตวาด พริบตาเดียวร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด เขาไร้ปราณวิญญาณ แต่วิชา ‘ไร้ลักษณ์’ ของเขานั้นเหนือล้ำกว่าปราณธรรมดา มันคือการยืมพลังจากมวลอากาศและแรงสั่นสะเทือนของธรรมชาติมาเป็นอาวุธ ทุกการขยับไหวของไป๋เฉินราวกับกำลังร่ายรำท่ามกลางบทกวีที่ถูกเขียนขึ้นด้วยความตาย ฝ่ามือของเขาสะบัดผ่านกลางอากาศ สร้างแรงกดดันมหาศาลจนหุ่นศิลาตัวแรกที่พุ่งเข้ามาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ “ไป๋เฉิน ระวังเบื้องหลัง!” เสียงของหลินเยว่ซินดังขึ้นพร้อมกับการตวัดกระบี่มังกรหิมะ ละอองความเย็นพุ่งกระจายดั่งพายุหิมะฉับพลัน แช่แข็งหุ่นศิลาสามตัวที่กำลังเงื้อดาบจะสับลงบนหลังของไป๋เฉินให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในทันที “ขอบใจ” เขาพึมพำขณะหมุนตัวกลับหลัง พลิกฝ่ามือสร้างอักขระเวท ‘ไร้ลักษณ์’ ขึ้นมากลางอากาศ มันไม่ใช่ปราณ แต่เป็นอำนาจแห่งความว่างเปล่าที่ดูดกลืนแรงโจมตีของศัตรูเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนจะสะท้อนกลับไปเป็นคลื่นกระแทกอันรุนแรง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด หุบเขาพันธนาการกลายเป็นสังเวียนเลือดที่ไม่มีใครยอมใคร ไป๋เฉินเคลื่อนที่พริ้วไหวราวกับเงา เขาไม่ได้ใช้วิชาที่อลังการ แต่ทุกจังหวะการลงมือคือการเล็งไปยัง ‘จุดตาย’ ของอาคมที่ควบคุมหุ่นศิลาเหล่านั้น นางเซียนสาวเองก็ไม่น้อยหน้า ท่วงท่าร่ายรำกระบี่ของนางงดงามดั่งหิมะโปรย แต่ทุกสัมผัสคือความตายที่เย็นเยียบ ทว่า ในขณะที่ศึกกำลังถึงจุดเดือด เสียงขลุ่ยแหลมสูงบาดหูพลันดังแทรกผ่านเสียงการปะทะกันของอาวุธ ไป๋เฉินชะงักฝีเท้าขึ้นทันที เขาเงยหน้ามองไปยังยอดผาสูงชันด้านบน ที่นั่นมีเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่ มือหนึ่งถือขลุ่ยไม้ไผ่ที่ดูธรรมดาจนน่าสะพรึงกลัว “ศิษย์สำนักกระบี่ลึกลับ… ช่างรวดเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก” เสียงทุ้มต่ำดังกังวานผ่านอากาศ “เสียดายที่วันนี้ เจ้าต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธนาการนี้ไปตลอดกาล” ทันใดนั้น หุ่นศิลาที่แตกกระจายไปแล้วกลับเริ่มรวมตัวกันใหม่ด้วยอำนาจมนตราที่เข้มข้นกว่าเดิม แรงกดดันมหาศาลจู่โจมลงมาบนร่างของทั้งคู่จนเข่าของไป๋เฉินทรุดลงกับพื้น หินรอบข้างบดทับราวกับต้องการจะบดขยี้พวกเขาให้แบนติดดิน “ไป๋เฉิน… ข้า…” หลินเยว่ซินพยายามฝืนยืน แต่นางก็ทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาจากมุมปาก ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก เขาหลับตาลง ตัดขาดจากสิ่งเร้าภายนอกทั้งหมด ในจิตใจเขากำลังเรียกหาเคล็ดวิชาที่เขาเพิ่งจะเริ่มเข้าใจในวินาทีความเป็นตายนี้ หาก ‘ไร้ลักษณ์’ คือการว่างเปล่า เช่นนั้นเขาก็จะทำให้ตนเองไร้ซึ่งตัวตนให้จงได้ เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางแรงกดดันที่บดขยี้กระดูก ดวงตาที่เคยสุขุมบัดนี้กลับเป็นสีดำสนิทดุจดั่งห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุด “เจ้ากล่าวว่านี่คือสุสานงั้นหรือ?” ไป๋เฉินแค่นยิ้ม เสียงของเขาทรงพลังเสียจนเงาบนยอดผาถึงกับชะงัก “แต่ข้าว่า… วันนี้จะเป็นวันที่ม่านหมอกแห่งลิขิตฟ้าต้องถูกกระบี่ของข้าฉีกกระชาก!” เขาสะบัดนิ้วมือกลางอากาศ ปราณไร้ลักษณ์ที่รวบรวมไว้ทั้งหมดระเบิดออกดุจดั่งพายุสุริยะ คลื่นพลังนั้นพุ่งตรงขึ้นไปหาร่างปริศนาบนยอดผาอย่างรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน! ทว่าในจังหวะที่คลื่นพลังกำลังจะปะทะ ทันใดนั้น เงาร่างบนผาสูงกลับหายวับไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น และสิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนที่ คือใบหน้าที่ไป๋เฉินคุ้นเคยดีที่สุด… ใบหน้าของอาจารย์ที่ถูกเชื่อว่าสิ้นชีพไปเมื่อสิบปีก่อน! หุ่นศิลาทั้งหมดหยุดชะงักลงพร้อมกัน ความเงียบงันกลับมาเยือนหุบเขาอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงไป๋เฉินที่ยืนตัวแข็งทื่อ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นสะท้านราวกับจะแตกสลายไปในอากาศ “อาจารย์…?” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%