โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงลงกระทบพื้นหินศิลาอัคคี เสียงดังเป๊าะราวกับหยดน้ำตาที่แข็งตัว ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในถ้ำลับแลแห่งนี้ ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ยังคงคละคลุ้งลอยวนรอบร่างของหลินเยว่ซิน นางขบกรามแน่นจนริมฝีปากบางเฉียบปรากฏรอยซีดขาว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากมน แม้ความหนาวเย็นยะเยือกจาก 'เคล็ดวิชามังกรหิมะ' จะแผ่ออกมาเพื่อสะกดกลั้นอาการบาดเจ็บจากลมปราณย้อนกลับ แต่แผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายที่เกิดจากฝ่ามือทมิฬของมารโลหิตเมื่อคราวก่อน กลับยังคงปล่อยไอพิษสีม่วงคล้ำออกมาอย่างไม่ขาดสาย
"อย่าดื้อรั้นไปมากกว่านี้เลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสพลังอันหนักแน่น ไป๋เฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ไม่ต่างกัน อาภรณ์สีขาวขาดวิ่นเผยให้เห็นแผลเป็นและรอยกระบี่ประปราย แต่วี่แววความเจ็บปวดกลับถูกความสุขุมเยือกเย็นกลบฝังไว้จนมิด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนฝักคู่นั้นทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาดั่งหยกน้ำแข็งค้างปีไหววูบชั่วขณะ นางพยายามปัดป้องมือเรียวที่ยื่นเข้ามาใกล้ "ข้า... ข้าดูแลตัวเองได้ ไป๋เฉิน ปราณคุ้มกันของข้ายังคง..."
"ปราณของท่านกำลังกัดกินเส้นชีพจรหัวใจ เพื่อต้านพิษมารโลหิต" ไป๋เฉินขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววตำหนิ มีเพียงความห่วงใยอันลึกล้ำดั่งห้วงสมุทร "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สอนให้ข้ามองทะลุความว่างเปล่า... แต่ข้าทนมองความว่างเปล่าที่ไม่มีท่านอยู่ไม่ได้หรอกนะครับ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนสาวผู้เย็นชา นางสะท้านเฮือก เปลือกตากระพริบถี่เพื่อขับไล่หยาดน้ำตาที่เกือบจะเอ่อล้นออกมา ตั้งแต่บรรลุขอบเขตเซียนแดนเหนือ นางไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าใกล้รัศมีหัวใจที่ถูกแช่แข็งมานับร้อยปี แต่วันนี้... บุรุษผู้ไร้ปราณวิญญาณแต่กลับใช้ใจบริสุทธิ์สยบฟ้าดินผู้นี้ กลับทะลวงผ่านกำแพงน้ำแข็งเข้ามาอย่างง่ายดาย
ไป๋เฉินนั่งลงเบื้องหน้า นางไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นของเขาแตะลงที่บริเวณหัวไหล่ซ้าย แผ่วเบาราวกับกลัวว่ากลีบดอกไม้จะบอบช้ำ
"ข้าจะโคจรวิถีปราณปรับสมดุลให้ท่าน การขับพิษมารโลหิตต้องใช้จุดชีพจร 'สลายดารา' ซึ่งตั้งอยู่ใกล้หัวใจ... ท่านต้องไว้ใจข้า" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลินเยว่ซินหลับตาลง ยอมรับความจริงว่าหากไม่มีเขา เกรงว่ายามรุ่งสางนางคงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ นางพยักหน้ารับช้าๆ "ลงมือเถอะ... ข้าฝากชีวิตและดวงจิตนี้ไว้ที่คุณแล้ว"
สิ้นเสียงของนาง ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดเปลือกตาลงเพื่อรวมสมาธิ พลังปราณไร้ลักษณ์ที่เคยซ่อนเร้นพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ทว่าทรงพลังดั่งมหาสมุทรไร้ขอบเขต ปลายนิ้วของเขาส่งผ่านพลังอุ่นร้อนเข้าไปในร่างของนางอย่างระมัดระวัง
ยามที่ปลายนิ้วสัมผัสถูกผิวเนื้อเนียนนุ่มผ่านรอยแผลที่ฉีกขาด ความรู้สึกบางอย่างก็ไหลผ่านกระแสจิตของคนทั้งคู่ หลินเยว่ซินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกมาตลอดชีวิตเริ่มละลายหายไป ราวกับฤดูใบไม้ผลิที่มาเยือนดินแดนน้ำแข็งค้างปี
ภาพความทรงจำในอดีตหลั่งไหลเข้ามาในห้วงนึก... วันวานที่นางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนยอดเขาไร้รัก แบกรับภาระและชะตากรรมอันหนักอึ้งในฐานะผู้สืบทอดกระบี่มังกรหิมะ ความเย็นชาคือเกราะป้องกันเดียวที่นางมี ทว่าในยามนี้ เกราะนั้นกลับพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสอันอ่อนโยนแต่หนักแน่นของชายหนุ่มผู้นี้
ไป๋เฉินเองก็รู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนในจิตใจของนาง ความโดดเดี่ยว ความหวาดกลัว และความรักอันลึกซึ้งที่นางซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้อารมณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างส่งผ่านมาทางกระแสลมปราณ ทำให้เขารับรู้ได้ว่า สตรีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาผู้นี้ ได้มอบทุกลมหายใจและดวงใจให้กับเขาจนหมดสิ้นแล้ว
"อดทนอีกนิดนะครับ" เสียงกระซิบของเขาอยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นปัดผ่านข้างแก้มเนียนของนาง
ไอพิษสีม่วงคล้ำเริ่มถูกขับออกจากบาดแผลทีละน้อย ส่งเสียงดัง 'ซ่า' คล้ายน้ำเดือดกระทบความเย็น กลิ่นคาวเลือดจางลงแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวที่ไป๋เฉินมักพกติดตัว บาดแผลลึกที่น่ากลัวเริ่มสมานเข้าหากันด้วยพลังปราณไร้ลักษณ์ที่บริสุทธิ์ดั่งแสงจันทร์
ทว่า ในขณะที่การรักษากำลังดำเนินไปถึงจุดสำคัญ ทันใดนั้นเอง แผ่นดินภายในถ้ำก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
*ครืนนน—!*
เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ ปราณกระบี่อันดุดันสายหนึ่งพุ่งทะลุผนึกศิลาเข้ามาอย่างกะทันหัน แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์เทพแผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณ จนลมหายใจของคนทั้งคู่สะดุด
หลินเยว่ซินลืมตาโพรง แววตาตื่นตระหนกฉายชัด นางรีบชักกระบี่มังกรหิมะออกครึ่งเล่มโดยสัญชาตญาณ "พวกมันตามมาเจอได้อย่างไร... หรือว่า..."
ไป๋เฉินยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบมองไปยังทางเข้าถ้ำที่มีเงาร่างปริศนาก้าวเข้ามาทีละก้าว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึก ความมืดมิดกลืนกินแสงสว่างภายในถ้ำจนเหลือเพียงประกายแสงสีเงินยวดยวงจากกระบี่ในมือของผู้มาเยือน
เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแสงไฟสลัว เผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก พร้อมกับกระบี่โบราณที่สลักลวดลายอสูรกลืนฟ้า ซึ่งไป๋เฉินจำได้แม่นยำว่าเป็นอาวุธของศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศสำนักเมื่อสิบปีก่อน!
"น้องรอง... เจ้าซ่อนตัวได้ดีไม่เลวเลยนี่" เสียงแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "แต่คิดหรือว่า... รอยแผลที่เจ้าพยายามลบเลือน จะปิดบังความอัปยศของสำนักเราได้ตลอดไป?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 12
รอยแผลที่ถูกลบเลือน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!