กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 14

นัยน์ตาแห่งความมืด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ก้าวเข้ามาสิ... ประตูแห่งห้วงนิทรานี้เปิดกว้างต้อนรับวิญญาณอันหลงทางเสมอ" เสียงกระซิบนั้นมิได้ลอยมาจากเบื้องหน้า แต่มันดังขึ้นจากก้นบึ้งของความทรงจำ ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทและรอยหยักของสมอง ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่กลางโถงหินอัคนีอันมืดมิด เบื้องหน้าของเขามีร่างของบุรุษในอาภรณ์สีม่วงเข้มผู้หนึ่งยืนหันหลังให้ นัยน์ตาทั้งคู่ของมันส่องประกายสีนิลวาววับราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของวิชาสะกดจิตขั้นสูงแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกอณูอากาศ ราวกับหมอกพิษที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง ไหลเวียนตามกระแสโลหิต และเข้าควบคุมจิตสำนึกทีละน้อย ปราณวิญญาณในตันтяียนของไป๋เฉินเริ่มสั่นเทิ้มราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป *วิชา ‘มายาเนตรโลกันตร์’ ของสำนักมารโลหิต... สมคำร่ำลือจริงๆ* ไป๋เฉินคิดในใจอย่างสุขุม แม้ภายนอกใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยราวก้อนหินผา แต่ภายในกลับต้องโคจรเคล็ดวิชา 'ไร้ลักษณ์' เพื่อต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลนี้อย่างเต็มกำลัง "เจ้ากำลังพยายามไขว่คว้าสิ่งใดอยู่หรือ ไป๋เฉิน?" เงาร่างสีม่วงนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เสียงของมันราบเรียบแต่กลับทรงพลังดึงดูดใจอย่างประหลาด "การล้างมลทินให้สำนักที่ล่มสลาย การปกป้องสตรีผู้เย็นชาจากแดนเหนือ... ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา ความพยายามของเจ้าเป็นดั่งมดปลวกที่กำลังท้าทายขุนเขา ยอมจำนนต่อความมืดมิดเสียเถิด แล้วเจ้าจะได้พบกับความสงบที่แท้จริง" ภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพวันที่สำนักกระบี่ลึกลับถูกเพลิงเผาผลาญอย่างไร้ความปรานี ภาพคราบเลือดและร่างของอาจารย์และศิษย์พี่ถูกฉายซ้ำขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับฉากละคร ภาพเหล่านั้นบิดเบี้ยวและพยายามกัดกินจิตวิญญาณของเขาให้จมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง "ท่านพูดถูก..." ไป๋เฉินเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ร่างกายของเขาเซถอยหลังไปครึ่งก้าว นัยน์ตาที่เคยคมปราบดั่งคมกระบี่เริ่มพร่ามัวและไร้ประกาย ที่มุมหนึ่งของโถงหิน หลินเยว่ซินซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ภายใต้เงาอับสายตา หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเย็นชาที่เคยปกคลุมทั่วร่างราวกับน้ำแข็งค้างปีบัดนี้แตกสลายลงในพริบตา นางกระชับกระบี่มังกรหิมะในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปราณน้ำแข็งรอบกายปั่นป่วนจนเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาจากเพดานถ้ำ นางรู้ดีว่าหากไป๋เฉินถูกสะกดจิตสำเร็จ ทั้งเขาและนางจะต้องดับสูญอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน *ไป๋เฉิน... ท่านต้องไม่เป็นอะไร!* หลินเยว่ซินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางเตรียมจะพุ่งทะยานออกไปใช้กระบวนท่ากระบี่สูงสุดเพื่อทำลายล้างมันผู้นั้น แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ทว่า ท่ามกลางห้วงวิกฤตที่สติสัมปชัญญะกำลังจะแตกดับ มุมปากของไป๋เฉินกลับยกยดขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและสัจธรรมอันลึกซึ้ง "ความสงบที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ..." ไป๋เฉินพึมพำ น้ำเสียงของเขากลับมาหนักแน่นและกังวานดุจเสียงระฆังทองคำในอารามโบราณ "วิชาสะกดจิตของเจ้าพยายามดึงเอาความเจ็บปวดในอดีตออกมาเป็นเครื่องพันธนาการ แต่มันกลับลืมไป... ว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นแหละ คือเชื้อเพลิงที่หล่อหลอมให้คมกระบี่ของข้าแหลมคมยิ่งกว่าเดิม!" ฉับพลัน! ออร่าสีขาวบริสุทธิ์ที่ไร้รูปร่างแต่ทรงพลังอำนาจมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของไป๋เฉิน รัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนทะลวงเพดานถ้ำหินอัคนีจนแหลกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันจากวิชามายาเนตรโลกันตร์สลายหายไปในพริบตา ราวกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ขับไล่ความมืดมิดยามราตรี บุรุษอาภรณ์สีม่วงถึงกับใบหน้าถอดสี มันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว "เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีปราณวิญญาณ เหตุใดจึงทำลายมายาจิตของข้าได้!" "กระบี่ไร้ลักษณ์หาได้สถิตอยู่ในตันтяียน แต่สถิตอยู่ในหัวใจ" ไป๋เฉินกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกดดันจากตัวเขาส่งผลให้คู่ต่อสู้แทบกระอักโลหิต "เจ้าใช้ความมืดครอบงำผู้คน แต่วิถีกระบี่ของข้า... คือการตัดผ่านทุกสิ่งแม้กระทั่งภาพลวงตาแห่งจิตใจ!" ในเสี้ยววินาทีนั้น หลินเยว่ซินที่มองดูอยู่ ภายในอกของนางพลجنเอ่อล้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งอก ชื่นชม และความรักลึกซึ้งที่ยากจะพรรณนา นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยทำให้ความเชื่อมั่นของนางต้องสูญเปล่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่า ก่อนที่ไป๋เฉินจะทันได้ชักกระบี่ออกมาชี้หน้าตัดสินชะตากรรมของศัตรู พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ราวกับมีอสูรกายมหึมานับพันกำลังตื่นขึ้นจากหลุมศพ เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากมิติเบื้องล่าง พร้อมกับเงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงตรงหน้าหลินเยว่ซิน—นางเซียนสาวผู้เย็นชา! เงาร่างนั้นมิใช่มนุษย์ แต่มันคือหุ่นเชิดโบราณที่สวมเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิท ในมือถือเคียวอสูรอาบโลหิต และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของมันกลับฉายแววคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด มันคือดวงตาคู่เดียวกับอาจารย์ผู้ล่วงลับของไป๋เฉิน! "เยว่ซิน ระวัง!" ไป๋เฉินตะโกนสุดเสียง นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ (หมื่นกระบี่คืนรัง)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%