ป้ายศิลาโบราณสลักตัวอักษรสามคำ "ยอดเขาหมื่นมรณะ" บัดนี้ถูกกลบฝังอยู่ใต้ทะเลหมอกสีโลหิต
ไอกาฬพิษและจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากหุบเหวเบื้องล่างนั้นหนาแน่นเสียจนแม้แต่เศษใบไม้ที่ปลิวผ่านยังถูกตัดเฉือนจนกลายเป็นผุยผง ที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามอันเป็นจุดศูนย์กลางของยุทธภพ สถานที่ที่แม้แต่ยอดฝีมือในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสุดยังไม่กล้าก้าวย่างเข้ามาแม้แต่ครึ่งก้าว ทว่า ในยามนี้ กลับมีเงาร่างสองสายยืนหยัดเผชิญหน้ากับพายุอัสนีบาตและอาคมกักข่ายโบราณ ณ ปากทางเข้าอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน
ไป๋เฉินยืนสงบนิ่ง มือขวาจับด้ามกระบี่ไม้ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว แววตาของเขาลุ่มลึกดึงดูดราวกับห้วงจักรวาล ชุดคลุมสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้มีรอยขาดวิ่นจากการปะทะกับค่ายกลพิทักษ์ด่านเมื่อยามค่ำคืน แต่ทว่าท่าทีของเขากลับองอาจและทระนงยิ่งกว่ายอดเขาไท่ซาน
"เจ้ายังยืนกรานที่จะก้าวต่อไปกระนั้นหรือ... ไป๋เฉิน"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งพันปีดังขึ้นจากด้านข้าง หลินเยว่ซิน นางเซียนสาวผู้ถือครองกระบี่มังกรหิมะยืนอยู่เคียงข้างเขา เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดุจงานแกะสลักจากหยกสวรรค์ บัดนี้ฉายแววความกังวลระคนห่วงหาที่ยากจะปิดมิด
นางมองสำรวจรอยแผลจางๆ บริเวณหัวไหล่ของชายหนุ่ม หัวใจของเซียนผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งกลับรู้สึกปวดแปลบอย่างประหลาด นี่คือสิ่งที่นางไม่เคยประสบมาตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียร
ไป๋เฉินไม่หันกลับไปมอง นางเพียงหลุบตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง แต่กลับทรงพลังจนสั่นสะเทือนจิตวิญญาณของผู้ฟัง
"เยว่ซิน... เส้นทางที่ข้าเลือกเดิน หาใช่การท้าทายฟ้าดินเพื่อชื่อเสียง แต่คือการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ดวงวิญญาณนับพันแห่งสำนักกระบี่ลึกลับ หากข้าต้องดับสูญสลายกลายเป็นธุลีดิน ณ ยอดเขาหมื่นมรณะแห่งนี้ อย่างน้อย... ข้าก็ได้ตายในวิถีแห่งกระบี่ที่แท้จริง หาใช่การมีชีวิตอยู่ด้วยความอับอาย"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้ง หลินเยว่ซินชะงักงัน นางจ้องมองแผ่นหลังที่ดูราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งของสวรรค์เอาไว้ทั้งหมด ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับเอาไว้ด้วยเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับหลอมละลายลงด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงของบุรุษผู้นี้
นางแค่นเสียงเบาๆ ในลำคอเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา ก่อนจะกระชับกระบี่มังกรหิมะในมือแน่นขึ้น ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีสาม丈 (ประมาณ 10 เมตร) จนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งโปร่งแสง
"วาจาใหญ่โตนัก... หากเจ้าคิดจะตาย ข้าผู้เป็นเซียนแดนเหนือผู้นี้ ก็จะขอใช้กระบี่ในมือแช่แข็งเส้นทางนรกภูมิไม่ให้มารตนใดกล้าแตะต้องร่างของเจ้าเป็นอันขาด!"
สิ้นคำพูดของนาง กระบี่มังกรหิมะก็เปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของหุบเหว เป็นสัญญาณว่านางได้ตัดสินใจร่วมเป็นร่วมตายกับเขาแล้ว ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นขุมนรกหรือทัณฑ์สวรรค์ก็ตาม
*เปรี้ยง! ครืนนน—!*
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือยอดเขาหมื่นมรณะก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆทัณฑ์สวรรค์อัดแน่นด้วยพลังปราณโบราณที่กดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน อักษรเวทสีทองนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ เรียงร้อยกันเป็นตาข่ายอัคคีและสายฟ้าที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ย่างกรายเข้าไป
นี่คือ "ค่ายกลเก้าสวรรค์สลายวิญญาณ" ด่านทดด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่เขตหวงห้ามใจกลางยุทธภพ!
ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราไร้ลักษณ์ภายในตันtian (ตันเถียน) ของเขาเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง แม้เขาจะไร้ซึ่งรากปราณกำเนิดเช่นคนทั่วไป ทว่าวิชา 'ไร้ลักษณ์' ที่เขาบรรลุกลับทำให้เขาสามารถหลอมรวมกลืนกินพลังฟ้าดินรอบตัวมาเป็นของตนเองได้
"มาเถอะ..."
ไป๋เฉินพึมพำเบาๆ พร้อมกับย่างเท้าก้าวแรกเข้าไปในเขตแดนของค่ายกล ร่างกายของเขาถูกจู่โจมด้วยแรงกดดันมหาศาลทันที เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของชายหนุ่ม แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบราับคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
หลินเยว่ซินพุ่งทะยานตามติดไปติดๆ กระบี่มังกรหิมะร่ายรำเป็นเกล็ดหิมะโปรยปรายเข้าต้านทานสายฟ้าสีม่วงที่ฟาดผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสองประสานพลังกันรุกคืบเข้าสู่ใจกลางยอดเขาหมื่นมรณะทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างยากลำบาก
ทว่า ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าและเปลวเพลิงที่ลุกโชน สายตาของไป๋เฉินก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้าที่เบื้องหน้า
ณ ใจกลางของค่ายกลอัสนีนั้น มีร่างของคนผู้หนึ่งถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนปราณสีดำสนิท ร่างนั้นผอมแห้งราวกับหนังหุ้มกระดูก ทว่าลมปราณที่หลงเหลืออยู่ภายในกลับบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างน่าสะพรึงกลัว ยิ่งไปกว่านั้น... ใบหน้าที่ก้มต่ำลงจนเส้นผมยาวสีขาวปิดบังไว้นั้น กลับสวมใส่หยกประจำตัวของ "เจ้าสำนักคนก่อน" ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
ไป๋เฉินหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ลมหายใจสะดุดกึกลงไปวูบหนึ่ง
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากทักทาย ร่างที่ควรจะไร้สติปناءนั้นก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่ว่างเปล่าไร้แววตา... แต่ริมฝีปากที่แห้งผากกลับขยับส่งเสียงแหบพร่าและเย็นยะเยือกราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต
*"เจ้า... มาช้าเกินไปแล้ว... ไป๋เฉิน... ผู้สืบทอดคนสุดท้าย... ระวังตัว... พวกมัน... รอเจ้าอยู่... นานแล้ว..."*
*ฉับพลัน!* โซ่ตรวนสีดำทั้งหมดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างปริศนาที่ถูกตรึงไว้กลับพุ่งเข้าหาไป๋เฉินด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ พร้อมกับคมดาบสีโลหิตที่ถูกชักออกจากอกของตนเอง แทงตรงเข้าสู่หัวใจของชายหนุ่มโดยไม่มีทีท่าลังเลแม้แต่น้อย!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ (หมื่นกระบี่คืนรัง)
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 21
ยอดเขาหมื่นมรณะ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!